โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ฉันไม่เคยให้ความยินยอม” เหยื่อคดีถูกวางยาข่มขืน 9 ปี ถูกทนายอีกฝ่ายตั้งคำถามกับความยิมยอม

The MATTER

อัพเดต 19 ก.ย 2567 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 08.27 น. • Brief

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่นาน โลกได้รับรู้ถึงข่าวอาชญากรรมทางเพศร้ายแรงที่เกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศส เมื่อ จีเซล เปลิโกต์ (Gisèle Pélicot) หญิงวัย 72 ปี เธอถูกสามีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา 50 ปีและยังมีลูกด้วยกัน 3 คน วางยานอนหลับ และเชิญคนแปลกหน้ามากกว่า 50 คน มาล่วงละเมิดทางเพศร่างที่หมดสติของเธอรวมเป็นเวลาเกือบ 10 ปี

จีเซลตัดสินใจออกมาเปิดเผยถึงสิ่งที่เธอต้องเผชิญเพื่อเป็นอุทาหรณ์ และเป็นพลังให้กับเหยื่อข่มขืนคนอื่นๆ โดยเธอเดินหน้าสู้คดีเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ตนเองอย่างเต็มที่ จนล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 18 กันยายน 2024 ก็ได้มีการพิจารณาคดีไปครั้งหนึ่ง

ทนายความของชายบางคนที่ถูกกล่าวหาว่าเคยลงมือข่มขืน ได้ซักถามจีเซลถึงพฤติกรรม ชีวิตส่วนตัว และชีวิตทางเพศของเธอ รวมถึงตั้งคำถามว่าเธอหมดสติจริงหรือไม่ระหว่างการเกิดเหตุ

จีเซล กล่าวว่า เธอรู้สึกอับอายเมื่อถูกซักถามจากทนายความของฝ่ายจำเลย “ตั้งแต่ฉันมาถึงห้องพิจารณาคดีแห่งนี้ ฉันรู้สึกอับอาย ฉันได้รับการปฏิบัติเหมือนกับว่าฉันคนติดเหล้า หรือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดเอง … ฉันได้ยินมาหมดแล้ว” เธอกล่าวในช่วงเริ่มต้นการพิจารณาคดี ด้วยท่าทางสงบและอดทนอดกลั้น

คำให้การนี้ เกิดขึ้นหลังจากโดมินิก เปลิโกต์ (Dominique Pelicot) อดีตสามีของเธอ บอกกับศาลอย่างตรงไปตรงมาว่าเกือบ 10 ปี เขาวางยาเธอและเชิญผู้ชายหลายสิบคนให้มาข่มขืนเธอ ในขณะที่เธอนอนไม่มีทางสู้

แต่จำเลยหลายคนกลับปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืนจีเซล บ้างอ้างว่าถูกโดมินิกหลอก บ้างบอกว่าเชื่อว่าเธอยินยอม บางคนก็แย้งว่าการยินยอมของสามีก็เพียงพอแล้ว และบางคนคิดว่าตัวเองกำลังเข้าร่วมเกมที่คู่รักเล่นจัดฉากกัน

ด้วยเหตุนี้ ทนายฝ่ายจำเลยจึงเน้นถามคำถามเกี่ยวกับความยินยอม และจี้ว่าตกลงแล้วจีเซลรู้ตัวหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในระหว่างที่มีการมีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นกว่า 90 ครั้ง

“คุณไม่เคยมีแนวโน้มที่จะรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องนี้เลยเหรอ” ทนายความคนหนึ่งถามจีเซล “ฉันจะไม่ตอบคำถามนี้ด้วยซ้ำ ฉันรู้สึกว่าเป็นการดูหมิ่น” เธอตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฉันเข้าใจเลยว่าทำไมเหยื่อข่มขืนจึงไม่แจ้งความ มันคือการเปิดเผยทุกอย่างออกมาเพื่อทำให้ผู้ถูกกระทำอับอาย”

จีเซลและทนายความของเธอชี้ว่าหลักฐานจำนวนมากอย่างวิดีโอและภาพถ่ายนับพันรายการที่อดีตสามีของเธอถ่ายไว้ น่าจะเพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ได้ว่าเธอเป็นเหยื่อและไม่รู้เลยว่าโดมินิกทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ปี 2011 จนถึงปี 2020

“ฉันไม่เคยให้ความยินยอมกับโดมินิก หรือพวกผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันตอนนี้เลยแม้แต่วินาทีเดียว” เธอยืนยัน “ในสภาพที่ฉันเป็นอยู่ ฉันไม่สามารถตอบใครได้เลย ฉันอยู่ในอาการโคม่า วิดีโอจะยืนยันเรื่องนี้ได้”

จีเซลเน้นย้ำถึงความไม่พอใจที่หลายคนมองว่าสามีสามารถตัดสินใจแทนเธอได้ “ผู้ชายสามารถตัดสินใจแทนภรรยาของเขาได้ตั้งแต่เมื่อไร” เธอกล่าว

แต่คำถามจากทนายยังไม่จบเพียงเท่านั้น ทนายอีกคนหนึ่งตั้งคำถามเกี่ยวกับวันที่และเวลาบนวิดีโอ และถามว่า จีเซลคิดว่าการมีเพศสัมพันธ์นั้นกินเวลานานเท่ากับช่วงเวลาที่ปรากฏขึ้นบนวิดีโอหรือไม่หรือไม่ “การข่มขืนไม่ใช่คำถามของเวลา” เธอกล่าว “การพูดถึงนาที วินาที … ไม่สำคัญหรอกว่าใช้เวลานานแค่ไหน มันน่าอับอาย และน่าอับอายมากกับสิ่งที่ฉันได้ยินในห้องนี้”

อดีตสามีของจีเซล และชายอีก 50 คนที่ถูกพิจารณาคดี มีอายุตั้งแต่ 26 ถึง 74 ปี และมีอาชีพหลากหลาย ตั้งแต่นักข่าว ช่างประปา พยาบาล คนขับรถ และหลายคนเป็นเพื่อนบ้านของจีเซลด้วยซ้ำ โดยพวกเขาอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี หากถูกตัดสินว่ามีความผิด

ในช่วงหนึ่งระหว่างการพิจารณาคดี โดมินิกกล่าวขึ้นว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นเรื่องจริง พร้อมสนับสนุนสิ่งที่จีเซลพูด โดยกล่าวว่า “หยุดสงสัยเธอตลอดเวลาเถอะ … ผมทำหลายอย่างโดยที่เธอไม่รู้” รวมถึงยืนยันว่าจำเลยร่วมทั้งหมดรู้ดีว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่เมื่อเขามาที่บ้านและข่มขืนจีเซล

หลังออกมาเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ จีเซลได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับความรุนแรงทางเพศในฝรั่งเศส โดยจีเซลสามารถเลือกที่จะปกปิดตัวตนเพื่อความเป็นส่วนตัวในการพิจารณาคดีได้ แต่เธอตัดสินใจให้การพิจารณาคดีเป็นสาธารณะ และปรากฏตัวต่อสื่ออย่างเปิดเผย

เธอเล่าว่า เธอรู้สึกว่าเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายผิดในห้องพิจารณาคดี ขณะที่ผู้ชาย 50 คนที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนพร้อมกับสามีของเธอนั่งสังเกตการณ์ในศาล ประสบการณ์นี้ทำให้เธอเข้าใจว่าทำไมผู้หญิงมักลังเลที่จะยื่นฟ้องคดีข่มขืน

หลังจากนี้การพิจารณาคดีจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนธันวาคม จึงจะต้องติดตามต่อไปว่าผลของการพิจารณาจะเป็นอย่างไร และสถานการณ์อาชญากรรมทางเพศในฝรั่งเศสจะน่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้นหรือไม่จากเหตุการณ์ในครั้งนี้

อ้างอิงจาก

apnews.com

reuters.com

theguardian.com

thematter.co

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...