โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สินค้าลิขสิทธิ์-สาขาต่างประเทศ ยุทธศาสตร์เพิ่มรายได้ใหม่ Miniso

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2567 เวลา 02.50 น.

คอลัมน์ : Market Move

ร้านสินค้าไลฟ์สไตล์กลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิค้าปลีกที่มีการแข่งขันสูง หลังจากในแต่ละประเทศมีผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมากเกิดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด สถานการณ์นี้่ส่งผลให้หนึ่งในรายใหญ่อย่าง มินิโซ เชนร้านสินค้าไลฟ์สไตล์สัญชาติจีนต้องปรับยุทธศาสตร์เพื่อรับมือ

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่ามินิโซ คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้ารายได้จากต่างประเทศจะสูงกว่ารายได้ในจีน หลังบริษัทเร่งสปีดการขยายสาขาในต่างประเทศ ขณะที่การเติบโตในตลาดบ้านเกิดอย่างจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มชะลอตัวลง

โดยตามรายงานผลประกอบการฉบับล่าสุดของมินิโซ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 นี้ มินิโซมีร้านสาขาทั้งในและนอกจีนรวมกัน 6,690 สาขา ในจำนวนนี้เป็นสาขานอกประเทศจีน 39% ซึ่งสาขานอกจีนสร้างรายได้ 1 ใน 3 ของรายได้รวม 3.72 พันล้านหยวน (ประมาณ 1.86 หมื่นล้านบาท) ขณะเดียวกัน ในปี 2024 นี้ บริษัทยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 900-1,100 สาขา ซึ่งมากกว่าครึ่งจะเปิดในต่างประเทศ หลังปัจจุบันบริษัทมีสาขาในกว่า 110 ตลาดทั่วโลกแล้ว

นอกจากนี้ ยักษ์ร้านสินค้าไลฟ์สไตล์สัญชาติจีนยังยืนยันว่า แนวทางการมุ่งขยายสาขาในต่างประเทศนี้จะดำเนินต่อเนื่องไปในปี 2025 และอนาคตหลังจากนั้นด้วยเช่นกัน

“โรบิน หลิว” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของมินิโซ ให้สัมภาษณ์กับนิกเคอิ เอเชีย ว่าในอีก 5 ปีจากนี้ทุกแง่มุมของธุรกิจมินิโซจะสามารถก้าวข้ามจีนได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสาขาใหม่ มูลค่ารวมของสินค้าที่ขายได้ รวมไปถึงรายได้ซึ่งรวมยอดขายเซลส์อินให้กับตัวแทนที่บริหารร้านสาขาด้วย

หนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนความมั่นใจนี้คือ ร้านมินิโซสาขาถนนฌ็องเซลิเซ่ ย่านดังของกรุงปารีส ซึ่งร้านมินิโซตั้งตระหง่านกระทบไหล่กับร้านสินค้าแบรนด์เนมอย่างหลุยส์ วิตตอง และไนกี้ โดยหนึ่งในสินค้าไฮไลต์ที่ช่วยดึงดูดผู้บริโภควัยรุ่นให้เข้ามาซื้อหาสินค้านั้น จะเป็นของเล่นและของสะสมตัวละครเฮลโล คิตตี้ จากซานริโอ้ ในราคาชิ้นละ 15 ยูโร (ประมาณ 594 บาท)

“โรบิน หลิว” อธิบายว่า สินค้าลิขสิทธิ์เหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจมินิโซ เนื่องจากไม่เพียงเป็นแม็กเนตดึงดูดผู้บริโภคที่ไม่อ่อนไหวกับปัจจัยราคา แต่ยังช่วยย้ำความแตกต่างระหว่างมินิโซกับคู่แข่งร้านสินค้าไลฟ์สไตล์สัญชาติจีนรายอื่น ๆ อีกด้วย ตัวอย่างเช่น Temu ผู้เล่นสัญชาติจีนที่กำลังสปีดการขยายธุรกิจในตลาดโลกตะวันตก

โดยปัจจุบันสินค้าลิขสิทธิ์ของมินิโซสร้างยอดขายคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 80% ของยอดขายรวมในสาขาที่เปิดใหม่แล้ว

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มินิโซยังเดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ด้านสินค้า มาเป็นร้านรวมสินค้าลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะสินค้าแคแร็กเตอร์จากแอนิเมชั่นดัง ๆ ตัวอย่างเช่น ร้านมินิโซสาขาสนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ ที่ตกแต่งในธีม Zanmang Loopy ตัวการ์ตูนบีเวอร์สีชมพูจากเกาหลีใต้ เช่นเดียวกับสาขาในประเทศอินโดนีเซียที่เตรียมเปิดร้านมินิโซ แลนด์ (Miniso Land) ซึ่งผสมผสานร้านค้าเข้ากับธีมปาร์ก

นอกจากนี้ มินิโซยังวางแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้าลิขสิทธิ์ขึ้นจาก 26% ในปัจจุบัน ให้เป็น 50% ภายในปี 2028 หรือเร็วกว่านั้น

ขณะเดียวกัน ตลาดต่างประเทศยังมีศักยภาพทางธุรกิจสูงกว่าจีน สะท้อนจากยอดขายเฉลี่ยต่อใบเสร็จของสาขาในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 25 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 900 บาท) ขณะที่ยอดขายเฉลี่ยต่อใบเสร็จของสาขาในจีนอยู่ที่ 5.2 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 189 บาท) เท่านั้น หรือต่างกันเกือบ 5 เท่า

สำหรับการขยายสาขาในต่างประเทศของมินิโซ ใช้โมเดลแฟรนไชส์เป็นหลัก โดยปัจจุบัน 2 ใน 3 ของสาขามินิโซในต่างประเทศเป็นโมเดลแฟรนไชส์

การมุ่งขยายสาขาในต่างประเทศนี้ เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับสถานการณ์ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจีนลดลง พร้อมกับกำแพงการค้าที่เพิ่มขึ้น

แม้แต่อินโดนีเซียยังอยู่ระหว่างพิจารณาตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีนหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้าไปจนถึงเครื่องสำอางในอัตราตั้งแต่ 100-200% โดยอินโดนีเซียถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของมินิโซ หลังมีร้านค้ากระจายอยู่กว่า 300 สาขา

ทั้งนี้ กำแพงภาษีเป็นปัจจัยท้าทายสำหรับมินิโซ โดย “โรบิน หลิว” อธิบายว่า ปัจจุบันซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่ถึง 80% จาก 1,400 รายของบริษัทอยู่ในประเทศจีน แม้ช่วงที่ผ่านมาซัพพลายเออร์บางรายจะเริ่มตั้งฐานการผลิตในประเทศอื่นอย่างเวียดนาม แต่ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเกินกว่าจะส่งผลบวกในภาพรวมของธุรกิจ

บริษัทจึงต้องจับตาสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าของประเทศต่าง ๆ และปรับซัพพลายเชนตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือ การแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นทุกขณะ “เจียงกัน ลี” ซีอีโอของ Momentum Works บริษัทให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ ที่มีฐานในสิงคโปร์อธิบายว่า ขณะนี้มีผู้เล่นลักษณะเดียวกับมินิโซเกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้เล่นหลายรายที่พยายามจะผลิตซ้ำความสำเร็จของมินิโซ

ทำให้ต้องรอดูกันว่า ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือด และความท้าทายจากนโยบายกำแพงภาษี ยุทธศาสตร์ใหม่ของมินิโซจะประสบความสำเร็จตามที่วางแผนไว้หรือไม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สินค้าลิขสิทธิ์-สาขาต่างประเทศ ยุทธศาสตร์เพิ่มรายได้ใหม่ Miniso

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...