โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปดราม่า จอห์นนี่ เดปป์ ฟ้องหมิ่น แอมเบอร์ เฮิร์ด เส้นทางรักร้าวสู่รักฉาวในชั้นศาล

INN News

เผยแพร่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 05.44 น. • INN News

สรุปดราม่ารักร้าวที่สั่นสะเทือนฮอลลีวู้ดมากที่สุด กับการปะทะกันของ จอห์นนี่ เดปป์ และ แอมเบอร์ เฮิร์ด สองนักแสดงเงินล้าน ที่ความสัมพันธ์เริ่มจากรักหวานสู่รักร้าวฉานบนชั้นศาล เพราะต่างคนต่างอ้างว่าโดนทำร้ายร่างกาย เรื่องราวจะเป็นอย่างไร iNN สรุปให้ฟังแล้วกับ #JusticeForJohnnyDepp

จุดเริ่มรัก

  • จอห์นนี่ เดปป์ เป็นนักแสดงสัญชาติอเมริกา เข้าวงการตั้งแต่ปี 1984 ฝากผลงานโด่งดังไว้มากมาย อาทิ เอ็ดเวิร์ดมือกรรไกร, ชาลีย์กับโรงงานช๊อคโกแลต หรือภาพยนตร์โจรสลัดสุดโด่งดังที่ใครก็รู้จักอย่าง กัปตันแจ็คสแปร์โรว์ ในไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน
  • โดยเดปป์เป็นน้องคนสุดท้องในครอบครัวที่แม่เป็นโรควิตกกังวล จึงทำให้ช่วงวัยตอนเด็กมักจะเห็นความรุนแรงจากแม่ของเขาที่ตบตีพ่ออยู่เสมอ แต่ด้วยความรักของคนในบ้านทำให้เดปป์ยังคงดูแลแม่มาตลอดจนเสียชีวิตในปี 2016
  • ด้านประวัติของ แอมเบอร์ เฮิร์ด เป็นนักแสดงชาวอเมริกันเช่นกัน มีอายุห่างจากเดปป์ 23 ปี แม้จะเข้าวงการบันเทิงช้ากว่าอีกฝ่ายแต่ก็มีผลงานเป็นที่จดจำมากมายหนึ่งในนั้นคือ เมร่า นางเอกประจำเรื่องอควอแมน
  • เดปป์ และ แอมเบอร์ พบและรู้จักกันครั้งแรกจากกองถ่าย The Rum Diary ในปี 2009 และในปี 2011 ที่ต้องจับคู่ต้องเดินสายโปรโมทภาพยนตร์ ประกอบกับอีกหนึ่งสาเหตุที่ทั้งสองฝ่ายเลิกรากับแฟนเก่าไป ทำให้ตัดสินใจลองคบหาและแต่งงานกันในปี 2015

รักดีถึงรักร้าว

  • โดยความรักก็ดูดี ถึงขนาด เดปป์ให้การในชั้นศาลว่า “ในช่วงแรกของความสัมพันธ์ ทุกอย่างดีเกินกว่าความเป็นจริง เธอเอาใจใส่, น่ารัก, เธอฉลาด, เธอใจดี, เธอตลก, เธอเข้าอกเข้าใจ เรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ตรงกัน”
  • แต่แล้วความสุขก็หายหมดลงอย่างรวดเร็ว หลังมีข่าวแอมเบอร์ประกาศฟ้องหย่าเดปป์ในปี 2016 โดยให้เหตุผลว่า อีกฝ่ายชอบทำร้ายด้วยวาจา และทำร้ายร่างกายตลอดเวลา รวมถึงประวัติการเสพยาเสพติด และการติดแอลกอฮอล์ของเดปป์ยังทำให้เขาอารมณ์รุนแรงมากขึ้น
  • พร้อมเล่าว่าหลังจากแม่ของพระเอกจากไป เขาก็อารมณ์ร้ายมากขึ้นขว้างปาโทรศัพท์ใส่หน้าเธอ จนเกิดรอยฟกช้ำ นอกจากนั้นยังเอาขวดแชมเปญฟาดกระจุยไปทั่วบ้านด้วยความโมโห แต่คดีนี้ทางตำรวจลองบุกไปที่เกิดเหตุ ก็ไม่พบหลักฐานใดๆเหมือนกัน
  • โดยในปี 2017 เดปป์ตัดสินใจจ่ายค่าเลี้ยงดูเป็นเงิน 7 ล้านดอลลาร์ให้กับแอมเบอร์ เพื่อจบคดี ก่อนจะมีเรื่องใหม่ที่ทวีความดราม่ามากขึ้นจนถึงขั้นต้องเสียงานที่รักไปเลยทีเดียว
  • เมื่อปี 2018 สำนักข่าวเดอะซันของประเทศอังกฤษ ได้ลงสกู๊ปข่าวที่โยงประเด็นทำร้ายร่างกายนี้เข้ากับหนังเฟรนไชนส์ดังอย่างแฮรี่พอตเตอร์ โดยเขียนพาดพิงเจ้าของหนังสืออย่าง เจเค โรว์ลิ่ง ว่า “เธอจะมีความสุขจริงๆหรือ ถ้าจอห์นนี่ เด็ปป์ คนทำร้ายเมียตัวเอง จะได้รับบทบาทในหนังของเธอ?”
  • ซึ่งอย่างที่รู้ๆกันว่า เจเค เป็นนักเขียนอีกคนที่เป็นเฟมินิสต์และให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนสิทธิผู้หญิง สำนักข่าวเลยพุ่งประเด็นจนเกิดเป็นกระแสให้ทางค่ายหนังปลดพระเอกดังออกจากบทภาพยนตร์ Fantastic Beast ทันที
  • และยังหนักขึ้นอีก เมื่อ แอมเบอร์ เฮิร์ด เขียนบทความชื่อว่า “ฉันยืนหยัดสู้กับเรื่องความรุนแรงทางเพศ แต่สังคมเลือกที่จะโจมตีฉัน เรื่องนี้ต้องเปลี่ยนได้แล้ว”ลงในเว็บไซต์ข่าวของวอชิงตันโพสต์
  • โดยล้อไปกับประเด็นทำร้ายร่างกายในผู้หญิงที่กำลังเป็นประเด็นในตอนนั้น ซึ่งเธอเองก็เขียนไปในเชิงความรุนแรงที่เธอโดนนี้ อาจทำให้เธอติดแบล็คลิสต์ในวงการบันเทิงและอาจไม่มีบทให้แสดงอีก เพราะสังคมมักจะเลือกปกป้องฝ่ายชายก่อนเสมอ
  • ทำให้ จอห์นนี่ เดปป์ ไม่พอใจอย่างรุนแรง และมองว่าแอมเบอร์กำลังเล่นบทเป็นเหยื่อโยนความผิดมาให้อีกฝ่ายทั้งหมดทั้งๆที่ไม่มีหลักฐาน จึงทำการฟ้องศาล 2 คดี โดยแบ่งเป็นคดีฟ้องสำนักข่าวที่เขียนบทความหมิ่นประมาท และอีกคดีคือฟ้องแอมเบอร์ เฮิร์ด ในข้อหาหมิ่นประมาทเช่นเดียวกัน
  • และในคดีความแรก แอมเบอร์ให้การว่า เธอเคยโดนทำร้ายทั้งหมด 14 ครั้งด้วยกัน ทั้งโดนตบหน้า ขว้างขวดแชมเปญใส่แต่หลบได้ และรู้สึกหวาดกลัวว่าจะโดนฆ่า
  • ส่วน เดปป์ ก็ให้การกลับถึงสาเหตุหย่าร้างว่า เกิดขึ้นเพราะทนพฤติกรรมฝ่ายหญิงไม่ไหวแล้วต่างหาก อย่างเช่น ครั้งหนึ่งแอมเบอร์อุจจาระลงบนเตียงนอน เคยขว้างขวดวอดก้าใส่เขาจนเศษแก้วเฉือนนิ้วเดปป์ขาด
  • แต่ทั้งนี้คดีความก็จบลงโดยเดปป์เป็นฝ่ายแพ้ไป เพราะศาลให้น้ำหนักกับคำพูดฝ่ายหญิงมากกว่า ในช่วงนั้นงานของจอห์นนี่ เดปป์ถูกถอดออกมากมาย พร้อมกับกระแส #JusticeForJohnnyDepp จากแฟนๆที่เรียกร้องความยุติธรรมแก่ศิลปิน รวมถึงรอคอยการไต่สวนอีกหนึ่งคดีที่เกิดขึ้นในวันที่ 11 เมษายน ปีนี้(2022)

เปิดศาลไต่สวนคดีหมิ่น

  • ตัดภาพมาที่เหตุการณ์ปัจจุบันที่ จอห์นนี่ เดปป์ พาทนายขึ้นชั้นศาลโดยเรียกค่าเสียหายกับอีกฝ่ายเป็นเงินจำนวน 50 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง แอมเบอร์ เฮิร์ด ก็เรียกค่าเสียหายกลับเช่นกันถึง 100 ล้านดอลลาร์
  • ฝั่งทนายของเดปป์มีการเบิกตัวพยานบุคคลหลายคน ทั้ง พี่สาว แพทย์พยาบาลส่วนตัว บอดี้การ์ด รวมถึงแพทย์ที่ปรึกษาชีวิตคู่ที่คอยให้คำแนะนำเรื่องความสัมพันธ์ขณะที่ยังคบกันเป็นแฟนอยู่
  • มีการแก้ต่างความผิดที่แอมเบอร์เคยกล่าวหามากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เธอกล่าวหาว่าเดปป์ติดยาเสพติดขนาดหนัก ทำร้ายร่างกายเธอ 3 วัน 3 คืนขณะไปถ่ายทำหนังที่ออสเตรเลีย เดปป์ขว้างขวดวอดก้าใส่ด้วยความโมโหจนนิ้วเดปป์ขาดเองจากเศษแก้ว และเรื่องที่โดนใส่ร้ายว่าเขาข่มขืนเธอด้วยขวดน้ำ
  • ทางพยานได้ให้การตรงกันว่าไม่เคยเห็นจอห์นนี่ เดปป์ทำร้ายร่างกายแอมเบอร์รวมถึงคนอื่นๆขณะที่อยู่ด้วยเลย
  • เหตุการออสเตรเลีย พี่สาวเดปป์อธิบายว่าแอมเบอร์พยายามยั่วยุเดปป์ทะเลาะ โดยเดปป์เองต้องหนีไปอยู่คนเดียวในห้องน้ำ และถึงขนาดต้องจองห้องพักเพิ่มอีกห้องเพื่อไว้หลบการทะเลาะวิวาทของภรรยาโดยเฉพาะ
  • มีครั้งหนึ่งพี่สาวเคยได้ยินแอมเบอร์ดูถูกน้องชาย ขณะที่เดปป์กำลังประชุมโฆษณากับ Dior แบรนด์เครื่องสำอางค์ชั้นนำ ว่าแบรนด์หรูๆอย่างนั้นน่าจะไม่จ้างคนอย่างเขานะ
  • รวมถึงพยาบาลส่วนตัวของเดปป์เองให้การว่า เดปป์เคยอยากยุติการเลิกใช้ยาเสพติดเพราะมีเรื่องแอมเบอร์เข้ามาวุ่นวายอยู่ตลอด รวมถึงตัวพยาบาลเองก็รู้สึกระแวงกับอารมณ์ที่ไม่แน่ไม่นอนของแอมเบอร์เอง
  • ส่วนหมอให้การว่าไม่พบหลักฐานการที่เดปป์ทำร้ายร่างกายแอมเบอร์ ด้านหมอที่ให้คำปรึกษาชีวิตคู่ก็เห็นพ้องต้องกันและมักสังเกตพฤติกรรมว่า แอมเบอร์ มักไม่ปล่อยให้เดปป์ปรึกษาหรือให้การเรื่องปัญหาความสัมพันธ์เลย
  • ทั้งนี้ จอห์นนี่ เดปป์ เองก็ให้การซักฟอกผ่านทนายส่วนตัวและทนายของแอมเบอร์ว่า เขาเองเติบโตมากับบ้านที่แม่ชอบทำร้ายร่างกายและจิตใจ จึงทำให้เขาคุ้นชินกับความรุนแรงดังกล่าวรวมถึงรู้วิธีรับมือตั้งแต่เด็ก
  • ช่วงถ่ายทำหนัง The Rum Diary เดปป์ได้รู้สึกรักกับแอมเบอร์จนคบหาแต่งงานกัน เขามีอะไรก็พูดกับเธอทุกอย่าง ข้อดีข้อเสียของตัวเอง ไปจนถึงปมในจิตใจของเขาเองที่เกี่ยวกับเรื่องลูกและครอบครัว แต่ไม่คิดเลยว่าแอมเบอร์จะใช้จุดอ่อนจากความไว้ใจนี้โจมตีเขาเอง
  • เดปป์ยอมรับว่าเคยเสพสารเสพติดจริง ซึ่งใช้ครั้งแรกเพื่อต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของแม่ และใช้มาเรื่อยๆเพื่อลืมปัญหาความรุนแรง และปัจจุบันเขาเองก็ทำการบำบัดอยู่
  • ส่วนเรื่องปาขวดวอดก้า เดปป์ ให้การว่าแอมเบอร์ต่างหากที่เป็นคนทำเพราะไม่พอใจที่เดปป์ทำสัญญาสินทรัพย์กับทนายประจำตัว จนเศษแก้วจากขวดกระเด็นมาเฉือนนิ้วของเขา
  • ด้านฝั่งของแอมเบอร์และทนายก็งัดหลักฐานคลิปเสียง ภาพข้อความชี้ว่าเดปป์เป็นคนรุนแรงและเสพติดเหล้ายาต่างๆ ทั้ง คลิปเสียงที่เดปป์บอกว่าเกลียดแอมเบอร์ไม่อยากเห็นหน้า คลิปเสียงเดปป์พูดว่าเขารู้สึกหึงหวงเวลาแอมเบอร์ไปถ่ายหนัง รวมทั้ง ข้อความแชทที่เดปป์คุยกับเพื่อนว่าแอมเบอร์เป็นแม่มด จะเอาไปจับเผาแล้วถ่วงน้ำ
  • ทั้งนี้ หลักฐานทั้งหมดของฝั่งแอมเบอร์ยังไม่มีการเปิดเผยหลักฐานที่เธอโดนทำร้ายร่างกายใดๆ นอกจากตลับเครื่องสำอางที่ทนายอ้างว่าใช้เพื่อปกปิดรอยช้ำของเธอ ซึ่งก็โดนชาวเน็ตสวนกลับว่าตลับเครื่องสำอางดังกล่าวผลิตหลังจากทั้งคู่เลิกรากันเสียอีก
  • ทนายฝั่งแอมเบอร์เองก็ได้กล่าวกับศาลในวันเปิดคดีว่า จอห์นนี่ เดปป์ ฟ้องร้องเพราะต้องการทำลายชีวิตเธอ ซึ่งยืนยันพร้อมหลักฐานได้ว่าแอมเบอร์ เฮิร์ดเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรงในครอบครัว
  • ทางด้านฝั่งแฟนๆก็มีการให้กำลังใจนักแสดงที่ชื่นชอบของตัวเอง รวมถึงโลกอินเทอร์เน็ตมีการตั้งเคมเปญรณรงค์ถอดถอน แอมเบอร์ เฮิร์ด ออกจากภาพยนตร์ Aquaman กว่า 3,000,000 ล้านรายชื่อแล้ว
  • โดยการไต่สวนระหว่าง จอห์นนี่ เดปป์ และ แอมเบอร์ เฮิร์ด ยังคงดำเนินต่อไปร่วมจะ 2 สัปดาห์แล้วและคงยังคงต้องรอติดตามถึงความจริงกลางจอฮอลลีวูดต่อไป แม้เส้นทางคดียังดูคลุมเคลือแต่จากเหตุการณ์นี้ก็น่าจะยืนยันเรื่องการมีอยู่ของความรุนแรงแรงในครอบได้อย่างชัดเจน ว่าความทรงจำเลวร้ายนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย

ติดตามดราม่าร้อน ประเด็นดังแบบไม่ตกเทรนด์ได้ที่ สำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น

ขอบคุณข้อมูลจาก : วอร์ชิงตันโพสต์, ทวิตเตอร์ @Johnnydepp_TH

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...