โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

น่าห่วง! อาชีวะเอกชน ปิดกิจการปีละ 20 แห่ง หลังจำนวนเด็กลดฮวบ-อ่อนบริหาร

Khaosod

อัพเดต 21 พ.ค. 2562 เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2562 เวลา 12.33 น.

อาชีวะเอกชน แห่ปิดกิจการปี 2561 ปิดไปแล้ว 20 แห่ง หลังจำนวนเด็กลดลง บริหารงานผิดพลาด เผยกว่า 80% อยากกลับไปอยู่ใต้สังกัดสช.

อาชีวะเอกชน / เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) และสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) ออกมาระบุว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนหลายแห่งจำนวนนักเรียน และนักศึกษาลดลง ส่งผลให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนบางแห่งไม่รับนักเรียน และนักศึกษาในปีนี้

อีกทั้งมีแนวโน้มว่าจะปิดกิจการ โดยเริ่มมีปัญหาตั้งแต่ให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนไปอยู่ภายใต้ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งไม่เหลียวแล และจากการสำรวจพบว่ากว่า 80% อยากกลับไปอยู่ภายใต้สังกัด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตามเดิมนั้น ทางสช.ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับสอศ.เรื่องนี้ อยู่ที่ตัววิทยาลัยซึ่งย้ายสังกัดไปอยู่ภายใต้สังกัดสอศ. แล้วอยากกลับมาอยู่กับสช.

ซึ่งส่วนตัวพร้อมที่จะดูแลอาชีวะเอกชน เพราะเป็นงานที่เคยทำ อีกทั้งขณะนี้ก็ยังมีระเบียบบางเรื่องที่พิจารณาร่วมกันอยู่ อาทิ ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบพ.ศ.2556 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยืมเงินเพื่อก่อสร้างอาคารเพิ่มเติม เป็นต้น

“หากอาชีวะเอกชนอยากกลับมาจริง ผมก็พร้อมรับเสมอเพราะเป็นงานที่เคยทำมาก่อน ซึ่งตอนนี้ย้ายไปอยู่สอศ. เพราะมองว่าเป็นหลักสูตรอาชีวะเหมือนกัน หากไปอยู่สังกัดเดียวกัน น่าจะสามารถพัฒนาไปได้ดีกว่า การจะย้ายกลับมา ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร ที่ต้องพิจารณาว่า หากย้ายกลับมาอยู่สช. จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร โดยอาจจะต้องมองทั้งด้านการบริหารวิชาการ ที่ทางสอศ.จะสามารถพัฒนาได้มากกว่า แต่ในส่วนของการส่งเสริมสนับสนุนวิทยาลัยอาชีวะ ก็อาจจะไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ส่งผลถึงการพัฒนาวิชาการ ที่แม้จะสนับสนุนอย่างไรก็ต้องตามด้วยงบประมาณด้วย” นายชลำ กล่าว

เลขาธิการกช. กล่าวต่อว่า ในส่วนของการพัฒนาโรงเรียนเอกชนนั้น แม้จำนวนเด็กจะลดลง แต่ตนพยายามทำความเข้าใจกับโรงเรียนให้อยู่อย่างมีคุณภาพ และทำหน้าที่แบ่งเบาการจัดการศึกษาของภาครัฐ โดยปีการศึกษา 2561 ที่ผ่านมามีโรงเรียนเอกชน ปิดการเรียนการสอนไปแล้ว ประมาณ 20 โรงเรียน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขปกติ

เพราะที่ผ่านมาแต่ละปีมีโรงเรียนปิดกิจการเฉลี่ยปีละประมาณ 18-19 โรงเรียน ซึ่งปัญหาเด็กเข้าเรียนลดลงเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ประเด็นหลักเกิดจากปัญหาการบริหารจัดการ ขณะที่ผู้ปกครองเองก็มีสิทธิเลือกโรงเรียนที่มีศักยภาพ ดังนั้นสิ่งที่ตนพยายามสื่อสารมาตลอดคือ ให้โรงเรียนพัฒนาตัวเอง เพิ่มคุณภาพ เพื่อแบ่งเบาภาระการจัดการศึกษาของภาครัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...