โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้ตัวแล้ว แก๊งตำรวจอุ้ม ส.ต.ท. โรงพักกะพ้อเรียกค่าไถ่ ทราบตัว 4 ราย ทั้งตำรวจและหญิงสาวคนประสานงาน จ่อตั้ง 4 ข้อหาหนัก

อีจัน

อัพเดต 13 พ.ค. 2562 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2562 เวลา 06.33 น. • อีจัน
จากกรณี ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู&#3656…

จากกรณี ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบช.ภ.9 ที่สำนักงานตำรวจภูธร ภาค 9 ส่วนหน้า จ.ยะลา เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 62 ที่ผ่านมา หลังถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่า เป็นตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธร ภาค 9 รวมจำนวนกว่า 10 คน ยึดอาวุธปืนประจำกาย 2 กระบอก และอุ้มขึ้นรถยนต์กระบะพร้อมกับกลุ่มเพื่อนชายที่ไม่ได้เป็นตำรวจอีก 5 คน เข้าเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และทำการเรียกค่าไถ่รวมกันเป็นเงินจำนวน 5 แสนบาท และมีการต่อรองกันจนเหลือ 2 แสนบาท โดยให้เป็นเงินสดและได้จำนำรถเก๋งส่วนตัวให้อีก 1 คัน ก่อนถูกปล่อยตัวออกมา พร้อมกับคืนอาวุธปืน
โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 ต่อเนื่องถึงช่วงเที่ยงของวันที่ 27 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่เรื่องยังไม่จบ เนื่องจากเมื่อมีการไปติดต่อขอไถ่ถอนรถคืนกลับถูกปฏิเสธว่า ได้ขายต่อไปให้แก๊งค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.ยะลา ไปแล้วในราคา 120,000 บาท จากแต่เดิมที่จำนำเอาไว้ 80,000 บาท และต้องเสียดอกเบี้ย 10% ต่อเดือน หากจะมาเอารถคืน รวมทั้งมีการส่งข้อความมาข่มขู่จากหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ติดต่อประสานงานระหว่างชุดอุ้มกับทางกลุ่มผู้เสียหาย โดยบอกให้จบเรื่อง และหากไม่จบ ก็จะมีการเล่นงานด้วยวิธีการต่างๆนาๆ และยัดยาเสพติดใส่ในรถเก๋ง เพื่อให้หลุดจากวงการตำรวจ จนทางครอบครัวและญาติที่เป็นตำรวจด้วยกันยินยอมไม่ได้ กระทั่งมีการเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับบัญชาดังกล่าว
และเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 62 ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทาง ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ผู้เสียหาย พร้อมกับมารดา ได้เดินทางนำเอกสารหลักฐานทั้งบันทึกข้อความขอความเป็นธรรม รวมทั้งหลักฐานจากการถ่ายภาพหน้าจอการสนทนา หลักฐานทางการเงินต่างๆ และใบจำนำทอง เข้าแจ้งความกับทาง ร.ต.อ.เดชาวัต มากคำ พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่า เป็นตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธร ภาค 9 ที่อุ้มตัวไปเรียกค่าไถ่ดังกล่าว ในฐานความผิด 4 ข้อหา คือ ร่วมกันทำความผิดต่อเสรีภาพ , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง , ร่วมกันเรียกค่าไถ่ และ ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยเบื้องต้นนั้นทราบตัวแล้ว 4 ราย โดยเป็นตำรวจทั้งชั้นประทวนและสัญญาบัตรรวม 3 ราย และอีกรายเป็นหญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็นคนติดต่อประสานงาน และอ้างตัวว่า เป็นเมียตำรวจ

นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังได้มอบหมายให้ทาง ส.ต.ท.สัญลักษณ์ นำสำเนาบันทึกแจ้งความเข้ายื่นต่อตำรวจ สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา หลังจากที่ทาง ส.ต.ท.สัญลักษณ์ สืบทราบ และตามหาจนพบว่า รถยนต์เก๋งส่วนตัวของตนเองนั้น ถูกขายต่อมาอีกทอด และมีผู้ครอบครองอยู่ในพื้นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เพื่อให้ทางตำรวจ สภ.บางกล่ำ เข้าตรวจสอบและแจ้งให้กับผู้ที่ครอบครองทราบว่า เป็นรถที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี และต้องนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สภ.หาดใหญ่ จนกว่าคดีความจะแล้วเสร็จ

ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ได้ทราบเรื่อง และสั่งให้การตั้งคณะกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย และหากมีความผิดจริงดังที่ปรากฏก็จะต้องได้รับโทษทั้งทางอาญาและวินัยอย่างถึงที่สุด
คืบหน้าวานนี้(12พ.ค. 62 ) พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้ทำการสอบสวน ส.ต.ท.สัญลักษณ์ ในรายละเอียดทุกอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานกว่า 4 ชั่วโมง และเร่งสรุปคดีเพื่อเตรียมยื่นเรื่องให้ ปปช. ภายใน 30 วัน เนื่องจากผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าพนักงานที่กระทำผิดไม่ใช่ประชาชน จึงต้องยื่นเรื่องให้ ปปช.ดำเนินการ โดยมีหลักฐานสำคัญหลายอย่างโดยเฉพาะข้อความที่มีการแชทคุยกันผ่านสื่อโซเชียล เรื่องรถเก๋งที่ถูกนำไปจำนำต่อให้กับผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานงานไปยังตำรวจ สภ.บางกล่ำ ไปยึดรถเก๋งคันนี้กลับมาแล้ว เพราะเป็นรถที่เกี่ยวข้องกับทางคดี

ส่วนกลุ่มตำรวจที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกลุ่มอุ้ม ขณะนี้รู้ตัวแล้ว 3 นาย คือ ดาบตำรวจธีรยุทธ สุวรรณรัตน์ ดาบตำราจสิรภพ หมื่นหนู ดาบตำรวจพิรชัช หวั้นเส้ง ทางต้นสังกัดตำรวจภูธรภาค9 ได้สั่งย้ายและอยู่ระหว่างการดำเนินการ เรียกตัวตำรวจ 3 นาย มาสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนจะมีตำรวจเกี่ยวข้องเพิ่มอีกหรือไม่นั้น ต้องรอผลการสอบสวนทั้ง 3 นายว่าจะให้การปฏิเสธ หรือยอมรับและซัดทอดไปยังคนอื่นอีกหรือไม่
ส่วนพยานหลักฐานในคดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นเรื่องให้กับ ปปช.ให้เร็วที่สุดภายในระยะเวลา 30 วัน ซึ่งมีทั้งการตรวจสอบสถานะของตำรวจทั้ง 3 นาย ไปยังต้นสังกัด การตรวจสอบบัญชีการโอนเงิน การตรวจสอบเซฟเฮ้าส์ว่ามีใครเป็นผู้เช่า และการเรียกพยานที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งมีทั้งที่พร้อมจะให้ความร่วมมือและไม่ติดใจเอาความ ซึ่งขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานนั้นต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากต้องประสานขอความร่วมมือไปยังหลายฝ่ายเพื่อให้ได้เอกสารและพยานที่ชัดเจน ก่อนที่จะสรุปเรื่องทั้งส่งไปให้ ปปช.ดำเนินการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...