โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ESTAR เปิด 5 โครงการ มูลค่ากว่า 6 พันล., เป้ายอดขายปีนี้ 2 พันล.

ทันหุ้น

อัพเดต 05 พ.ค. 2563 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2563 เวลา 04.52 น.

ทันหุ้น -สู้โควิด-ESTAR ปี 2563 เปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ แบ่งเป็นโครงการคอนโดฯ ในเขตกรุงเทพฯ 3 โครงการ ชูแบรนด์ “ควินทารา” เรือธงหลักและโครงการแนวราบที่ระยอง 2 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท

ดร.ต่อศักดิ์ เลิศศรีสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในปี 2563 ว่า บริษัทฯ จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 4-5 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 2-3 โครงการโดยเป็นการพัฒนาคอนโดมิเนียมทั้งหมดภายใต้แบรนด์ “ควินทารา” (QUINTARA) อาทิ ควินทารา คีเนท รัชดา 12 , ควินทารา ภูม สุขุมวิท 39 ซึ่งโครงการทั้งหมดล้วนตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพโดยอยู่ในแนวรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT มีระดับราคาอยู่ที่ 3-7 ล้านบาท จับกลุ่มเป้าหมายกลาง-บน โดยโครงการภายใต้แบรนด์ควินทารานี้จะเป็นโครงการที่จะมาสร้างรายได้หลักให้กับบริษัทฯในปีนี้ และอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง อีก 2 โครงการเป็นโครงการแนวราบ

สำหรับปี 2562 บริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการแบรนด์ควินทาราภายใต้ชื่อโครงการควินทารา อาเท่ สุขุมวิท 52 คอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 154 ยูนิต ประกอบด้วยห้องชุดแบบ Fully Furnished ขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 28.00-51 ตร.ม. และขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ 56.00 ตร.ม. มูลค่าโครงการประมาณ 600 ล้านบาท และแบรนด์เอสทารา จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ โครงการเอสทารา เฮเว่น พัฒนาการ 20 เป็นบ้านแฝด 3 ชั้น และทาวน์โฮม 3.5 ชั้น พื้นที่โครงการ 21 ไร่ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 200-220 ตร.ม.ต่อหลัง จำนวน 152 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 7.89 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท 

โดยทั้งสองโครงการอยู่ระหว่างการขายมียอดขาย 80% และ 50% ของส่วนที่เปิดขายแล้วตามลำดับนอกจากนั้นในปี 2561 ได้มีการเปิดตัวโครงการควินทารา ทรีเฮาส์ สุขุมวิท 42 คอนโดมิเนียมหรูมูลค่ากว่า 1.5 พันล้านบาท บนทำเลศักยภาพย่านทองหล่อ-เอกมัย จำนวน 304 ยูนิต โดยจะมีการเปิดให้ชมห้องจริงวิวจริงบนอาคารประมาณกลางปีนี้

สำหรับเป้าหมายรายได้ในปี 2563 เดิมบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่ประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท และยอดขายราว 1,500-2,000 ล้านบาท แต่ผลกระทบจากวิกฤตไวรัส โควิด19 อาจจะต้องมา Revise อีกครั้ง เบื้องต้นคาดว่าหลังไตรมาส 2/2563 น่าจะเห็นความชัดเจน โดยในปีที่ 2562 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายอยู่ที่ราว 1,500 ล้านบาทและมียอดรับรู้รายได้รวมราว 1,300 ล้านบาท ในขณะที่มีสินค้าที่ขายไปแล้วรอการรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนภายในปีนี้ 1,500 ล้านบาท และที่เหลือในปีถัดไป

อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 เป็นต้นไป บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 อย่างมั่นคงด้วยการสรรสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายครบวงจรให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยอย่างสูงสุด ล่าสุดได้จับมือกลุ่มผู้ให้บริการเพื่อตอบสนอง Lifestyle การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ 24 ชม. แก่ลูกบ้านที่อยู่อาศัยภายในโครงการให้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ประกอบด้วย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในการบริการอาหารและเครื่องดื่มผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ 7-11 และบริษัท บ๊อก 24 จำกัด ในการนำระบบ Smart Locker ที่ให้บริการทั้งการส่งซักรีด ส่งพัสดุ สั่งสินค้าจากซุปเปอร์มาร์เก็ตและการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งทั้ง 2 บริการนี้พร้อมติดตั้งในโครงการควินทารา ทรีเฮ้าส์ สุขุทวิท 42 ที่เตรียมส่งมอบในปีนี้เป็นโครงการแรก

ส่วนความร่วมมือกับบริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด ในการนำระบบ Car Sharing หรือระบบการเช่ารถใช้เดินทางไปกลับโดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายวันหรือรายชั่วโมงเพื่อลดความจำเป็นในการมีรถส่วนตัวโดยจอดไว้บริเวณหน้าโครงการเพื่อความสะดวกของลูกบ้านผู้พักอาศัยจะเริ่มต้นใช้กับโครงการใหม่ของปีนี้ และบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ฟิกซ์ จำกัด จะเข้ามาเป็นพันธมิตรในการช่วยดูแล ซ่อมแซม และบำรุงรักษาบ้านหรือห้องชุดให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯทั้งหมดของบริษัทอย่างครบวงจรโดยสามารถเรียกใช้งานผ่าน Application ตลอด 24 ชม.

สำหรับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ว่า เป็นปีที่ผู้ประกอบการ ต้องปรับตัวอย่างมากเพราะนอกจากสภาพเศรษฐกิจที่ค่อนข้างซึมเซา ยังมีปัจจัยลบที่ค่อนข้างรุนแรงคือไวรัส โควิด-19 ตั้งแต่ต้นปีที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยและอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมไปถึงการลงทุนในตลาดคอนโดฯ ของนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนที่หดตัวรวมทั้งความหวาดกลัวต่อสถานการณ์ของลูกค้าชาวไทยเอง นอกจากการส่งมอบห้องชุดแก่ลูกค้าชาวจีนที่ซื้อห้องชุดไปก่อนหน้านี้อาจได้รับผลกระทบทำให้โอนได้ล่าช้าขึ้น 

ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยบวกอยู่บ้าง อาทิ การผ่อนปรนมาตรการ LTV , อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำค่อนข้างมาก และมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านในตลาดเรียลดีมานด์ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ทำให้ในภาพรวมปีนี้ผู้ประกอบการต้องทำงานหนักขึ้น เพราะต้องแข่งขันกับจำนวนหน่วยที่คงค้างอยู่ในตลาดและบรรยากาศความกังวลของลูกค้าโดยทั่วไป แต่สำหรับผู้บริโภคและนักลงทุนแล้วแล้วถือเป็นโอกาสทองที่จะสามารถซื้อที่อยู่อาศัยในหลากหลายทำเลที่มีศักยภาพได้ในราคาไม่แพง

“จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัส โควิด-19 เราได้เพิ่มช่องทางขายแบบ 24 Hrs. online booking พรีเซลแบบออนไลน์ 100 % เพื่อเปิดขายทางช่องทางออนไลน์ 24 ชม. และมีการทำ VR360 องศา (Virtual Reality) ของห้องตัวอย่างเหมือนจริงส่งให้ลูกค้าชมห้องตัวอย่างที่บ้านได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินทางมาเซลล์ออฟฟิศ” ดร.ต่อศักดิ์ กล่าว

อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่

APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก https://qrgo.page.link/US6SA

APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7

LINE@ คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5

FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

TELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...