โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้องเมียผู้ใหญ่บัติแฉบังฟัตพูด"ไม่เจ็บหรอก..แป๊บเดียว"ก่อนลั่นไกฆ่า8ศพ สลดลูก4ขวบกระสุนฝังขมับ

Khaosod

เผยแพร่ 27 ก.ค. 2560 เวลา 04.47 น.

ความคืบหน้าคดีนายยูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล ลงมือสังหารนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ พร้อมครอบครัวรวม 8 ศพที่อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ่าวลึก ได้ส่งมอบบ้านของนายวรยุทธ สังหลัง บ้านเลขที่ 14/3 ม. ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ คืนให้ญาติได้เข้าไปได้ตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการกันพื้นที่ห้ามบุคคลห้ามเข้าไปเป็นระยะเวลา 15 วันเพื่อคลี่คลายคดี โดยนายสุรชัย เชาวลิต อัยการจังหวัดคุมครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกระบี่ ได้เข้าให้การช่วยเหลือ ดำเนินการเกี่ยวกับการตั้งผู้ปกครองผู้เยาว์ให้แก่ด.ช.ยุทธศิลป์ สังหลัง อายุ 3 เดือนเศษ ที่สูญเสียทั้งพ่อและแม่ รวมทั้งการจัดการมรดกของผู้ตาย โดยมีญาติฝ่ายนายวรยุทธ และนางดวงพร สังหลัง เข้าร่วมรับฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภออ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมด้วยนายสมชาติ คงสี ผู้จัดการ ธกส.สาขาอ่าวลึก พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 70 ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ซึ่งเป็นบ้างของนายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาของผู้ใหญ่บัติ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ และติดตามอาการบาดเจ็บของน.ส.อัญชลี บุตรเติบ อายุ 30 ปี พร้อมลูกสาว 2 คนอายุ 13 ปี และ 4 ขวบที่รอดชีวิตจากการฆ่าล้างครัว 8 ศพ หลังจากที่ทางแพทย์ได้อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ โดยทางธกส.ได้มอบข้าวสารให้จำนวน 1 กระสอบ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคุ้มกันพยาน และอส.ตลอด 24 ชั่วโมง

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า หลังทราบว่าแพทย์ได้อนุญาตให้ทั้งสามคนกลับมาฟักฟื้นที่บ้านได้ลงพื้นที่เยี่ยมอาการ เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น เพราะทราบว่านางสาวอัญชลีได้รับความเดือดร้อน หลังจากสามีถูกยิงเสียชีวิต ตัวเองและลูกบาดก็ได้บาดเจ็บ ขาดเสาหลักครอบครัว และไม่มีรายได้ที่จะเลี้ยงครอบครัว และต้องส่งเสียเลี้ยงดูลูกสาว 2 คน ก็ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย เบื้องต้นทราบว่านางสาวอัญชลีเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ไม่กล้ากลับไปอยู่ที่บ้านของตัวเอง จึงต้องพักอาศัยอยู่บ้านของนายจรีย์ เพราะยังทำใจไม่ได้ ซึ่งหลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือ ขณะที่นายสมชาติ คงสี ผู้จัดการ ธกส.สาขาอ่าวลึกได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือตามความจำเป็น โดยเฉพาะในเรื่องของอาชีพ การอบรมให้ความรู้ และเงินทุนการประกอบอาชีพ ซึ่งถือว่ากรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ ที่ต้องให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน น.ส.อัญชลี ผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ กล่าว่า ตอนนี้ตนยังสับสน ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะสามีก็เสียชีวิต เป็นห่วงลูกสาวทั้งสองคน คนโตอายุ 13 ปีผ่ากระสุนออกแล้ว ต้องเย็บ 26 เข็ม กะโหลกยังไม่เข้าที่ ส่วนคนเล็กวัย 4 ขวบที่บาดเจ็บที่ศีรษะและมือ แม้บาดแผลภายนอกจากดีขึ้น แต่ยังมีกระสุนฝังอยู่ที่ขมับซ้าย หมอบอกว่ายังผ่าตัดไม่ได้ เพราะจุดที่กระสุนฝังติดกับเส้นเลือดใหญ่ มีความเสี่ยงสูงในการผ่าตัด และหมอยังบอกว่าเด็กอาจจะมีอาการชักกระตุกด้วย

"ส่วนคนพี่ก็เป็นห่วงเรื่องการเรียนเพราะหยุดไปหลายวัน ตอนนี้ฉันก็ไม่มีงาน ขาดรายได้ ตอนนี้จะไม่กลับไปที่บ้านเดิมแล้ว ต้องอาศัยอยู่กับพ่อชั่วคราว เพราะเป็นห่วงสภาพจิตใจลูกสาว บางครั้งก็ยังพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะคนเล็กเมื่อเห็นคนแปลกหน้า คนใส่ ชุดตำรวจ หรือชุดทหาร ก็จะกลัวมาก ต้องเมินหน้าหนีทุกครั้ง บางทีถึงกับร้องให้ ตั้งใจว่าจะไปสร้างบ้านในที่ดินสามี แต่ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาสร้าง หลังจากนี้ต้องดูแลตัวเองและครอบครัว เพราะไม่มีเสาหลักของครอบครัวอีกแล้ว" น.ส.อัญชลีเล่าถึงวันเกิดเหตุว่า ตนคือคนแรกที่ถูกยิง ก่อนหน้านั้นคนร้ายได้ถามว่ากลัวไหม ซึ่งตนได้พยายามขอชีวิตแล้ว แต่คนร้ายไม่ให้ และลงมือยิง โดยกระสุนเฉี่ยวศีรษะก่อนที่ตนจะสลบไป คนร้ายคิดว่าตายแล้ว จึงไปที่รายอื่นต่อ แต่ตอนนั้นตนไม่ได้เห็นหน้าเพราะคนร้ายใส่ไอ้โม่งหมดทุกคน "พอรู้สึกตัวก็ได้ยินทำร้ายแฟน (นายสุทธิพงศ์ พริกดำ น้องชายผู้ใหญ่บัติ) ก่อนจะได้ยินเสียงปืนหลายนัด แต่ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง พอจับใจความได้คือน้องสาวถามคนร้ายว่า "เจ็บไหม?" บังฟัตบอกว่า "ไม่เจ็บหรอก แป๊บเดียว" และลงมือยิงทันที จากนั้นคนร้ายก็ไปห้องอื่นซึ่งมีเสียงปืนดังตลอด สักพักจึงได้ยินเสียงสตาร์ทรถ ทำให้ลูกสาวคนโตรีบเดินมาหาตน ก่อนจะโทร. หาพ่อตาและน้องชายให้มาช่วยเหลือ"น.ส.อัญชลีกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...