โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัยการกร่าง โทษถึงไล่ออก ส่งให้"อสส."ฟัน! ทร.โต้ทหารร่วม "แป๊ะ"ชม2สตต.

Khaosod

เผยแพร่ 12 ก.ค. 2560 เวลา 03.17 น.

ผบช.ภาค 2 รุดให้กำลังใจ 2 นายสิบตำรวจ สภ.แสนสุข ชลบุรี ที่ถูกคนอ้างเป็นอัยการบังคับให้กราบขอขมา เหตุ ไม่พอใจที่ไม่ยอมนำทางพาไปส่งร้านลาบโฆษก อสส.เผยส่งชื่อถึงกรรมการที่ตั้งขึ้นมาสอบวินัยแล้ว ชี้โทษสูงสุดถึงไล่ออก เผยเจ้าตัวชวดเลื่อนตำแหน่งปีนี้แล้ว ส่วน ทร.เร่งหาตัวนายทหารที่ส่ง 3 ทหารเรือไปหิ้วตัว 2 นายสิบจากโรงพักไปขอขมาอัยการจอมกร่าง จากกรณีคลิปวิดีโอเเหตุการณ์ เมื่อกลางดึกวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจสายตรวจ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ออกตรวจพื้นที่ และมีผู้อ้างตัวว่าเป็นอัยการมีอาการเมาเรียกให้ไปส่งที่ร้านลาบ ตำรวจสายตรวจแนะนำเส้นทางให้กลับไม่พอใจโทรศัพท์ไปหานายตำรวจระดับสูงให้นำตำรวจ 2 นายมากราบขอโทษ ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า กรณี ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ค. เวลา 17.30 น. ขณะนี้บก.ภ.จว.ชลบุรีสั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยมีรองผบก.ภ.จว.ชลบุรี เป็นประธานให้เวลาสืบสวนข้อเท็จจริง 7 วัน ในประเด็นที่ว่าชายเป็นข้าราชการสังกัดตามที่ระบุในข่าวหรือไม่อย่างไร รวมถึงจะมีการตรวจสอบว่าผู้บังคับบัญชาของตำรวจนายดังกล่าว มีคำสั่งให้ไปขอขมาชายในคลิปที่อ้างว่าเป็นอัยการจริงหรือไม่ โดยในส่วนของการทำงานของตำรวจจะฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในการปฏิบัติงานต่างๆ ตามลำดับชั้นอยู่แล้ว แต่การฟังคำสั่งนั้นต้องเป็น คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนกรณีดังกล่าวจะกระทบต่อศักดิ์ศรีหรือภาพลักษณ์ของตำรวจทั้งหมดหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกำลังพิจารณาอยู่เช่นกัน เนื่องจากทุกคนย่อมรักศักดิ์ศรี คงต้องรอผลการตรวจสอบออกมาเสียก่อนว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด พร้อมยืนยันว่าตำรวจมีขั้นตอนการตรวจสอบในเรื่องนี้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับอีกหน่วยงานที่ถูกพาดพิงก็ตรวจสอบคู่ขนานกันด้วยเช่นกัน ที่สภ.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พล.ต.ท. จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภาค 2 เรียกประชุมตำรวจทุกนาย พร้อมให้กำลังใจส.ต.ต.กิตติคุณ แสงเรือง และส.ต.ต.อานุภาพ โพธิ์พิมพ์ ผบ. หมู่ ป. ที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว พร้อมเผยว่า มาให้กำลังใจกับผู้ใต้บังคับบัญชา และมอบหมายให้ผบก. ภ. จว.ชลบุรี ตั้งคณะกรรมการหาข้อเท็จจริงว่าเรื่องดังกล่าวนั้นคนในคลิปเป็นใคร เกิดขึ้นอย่างไร โดยให้เวลาทำงาน 7 วันและรีบรายงานทันที ด้านพล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก. ภ.จว.ชลบุรี กล่าวถึงกรณีข่าวว่า มีทหารขึ้นมาที่ สภ.แสนสุขนั้น เบื้องต้นทราบว่าเหตุเกิดช่วงเวลา 17.00-18.00 น. มีผู้แต่งกายคล้ายทหารมาถามหาตำรวจทั้ง 2 คน แต่ทางตำรวจปฏิเสธและไม่ให้พบตัวแต่อย่างใด ซึ่งตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเป็นใครมาจากไหน อย่างไร ก็ตามขอเวลาตำรวจสรุปรายละเอียดและสอบพยาน คาดว่าจะสรุปได้ประมาณ 7 วัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายว่าปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี มีความอดทน และอดกลั้น ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝึกอบรมมาดี ส.ต.ต.กิตติคุณเผยว่า ในตอนนี้มีขวัญและกำลังใจทำงาน เพราะผู้บังคับบัญชาให้กำลังใจ เป็นอย่างดี ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นแล้ว วันเดียวกัน พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวที่มีข้อมูลว่า ผู้อ้างตัวเป็นอัยการโทร.หาบุคคลสำคัญในกองทัพเรือ จัดส่งทหารเรือ 3 นาย บุกโรงพัก สภ.แสนสุข นำตัวตำรวจสายตรวจไปขอโทษคู่กรณีที่บ้านว่า ขณะนี้ทางกองทัพเรือยังไม่ทราบว่านายทหารคนสำคัญ ที่บุคคลที่อ้างว่าเป็นอัยการได้โทร.หานั้นเป็นใครซึ่งเขาไม่ได้บอกหรือซัดทอด รวมถึงพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งว่าเป็นใคร กองทัพเรือก็พยายามสอบถาม แต่ยังไม่ทราบถึงรายละเอียด "ต้องถามบุคคลที่อ้างตัวเป็นอัยการว่า เขาโทร.หาบุคคลสำคัญกองทัพเรือ เขาโทร.หาใคร ถึงได้ส่งทหารเรือ 3 นายนี้มาบุกโรงพัก ส่วน จะมีกล้องวงจรปิดจับภาพได้หรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนจะต้องเอาข้อมูลตรงนี้ออกมาแล้วไปหาหน่วยต้นสังกัดของทหารเรือ ทั้ง 3 นายว่าใครส่งเขามา ขณะนี้กองทัพเรือรอการประสานจากตำรวจ เพื่อยืนยันว่าใช่ทหารเรือจริงหรือไม่ สังกัดหน่วยใด" พล.ร.อ. จุมพลกล่าว วันเดียวกัน ที่ห้องประชุม 303 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษก ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีที่ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ให้นายธีระ หงส์เจริญ อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่า นายธีระแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าในการดำเนินการว่า พิจารณาแล้วเห็นว่าจากคลิปเสียงที่เผยแพร่ในสื่อมวลชนข้อมูลที่ปรากฏจากสื่อ ข้อความในเฟซบุ๊ก ของนาย ธนพล จูฑะเตมีย์ และพฤติกรรมในอดีต น่าเชื่อ ว่าเป็นคลิปเสียงพูดของนายธนพล จูฑะเตมีย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 1 ที่มีลักษณะคล้ายเมาสุราเป็นคำพูดไม่เหมาะสมกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ "การกระทำของนายธนพล จูฑะเตมีย์ ดังกล่าวนั้น กรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัยฐานกระทำการที่อาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ค.2553 มาตรา 64 ประกอบมาตรา 74 ซึ่งได้นำเรียนให้อัยการสูงสุดทราบ เพื่อขอให้สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายวินัยพิจารณาดำเนินการทางวินัย โดยอัยการสูงสุดเห็นชอบและมีคำสั่งให้ตั้ง คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับนายธนพล จูฑะเตมีย์แล้ว" โฆษกอสส. กล่าว ร.ท.สมนึกกล่าวว่า ตามระเบียบว่าด้วยการสอบสวนที่เกี่ยวกับการพิจารณาการกระทำ ความผิดทางวินัยของข้าราชการฝ่ายอัยการ คณะกรรมการจะมีเวลาสอบสวนและรายงานให้อัยการ สูงสุดทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการรับทราบคำสั่งแต่งตั้ง แต่หากครบ 30 วันแล้ว การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นก็สามารถขยายระยะเวลาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ส่วนการสอบสวนจะต้องประสานตำรวจและทหารที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบถามเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงชัดเจนหรือไม่นั้น คณะกรรมการ ที่ตั้งขึ้นมีหน้าที่จะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงทุกด้านมาพิจารณาถึงการกระทำ ดังนั้นจึงเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการว่าจะเรียกใครมา สอบบ้าง อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่าทางตำรวจและทหารได้ประสานขอข้อมูลจากอัยการในเรื่องนี้ด้วยแต่อย่างใด ส่วนตัวนายธนพลนั้น วันนี้ทางทีมโฆษกก็ยังไม่ได้ติดต่อพูดคุยอะไรด้วยแต่อย่างใด ส่วนการให้ดำเนินการเฉียบขาดนั้น ร.ท.สมนึก กล่าวว่า ถ้าผิดก็ต้องว่ากันไปตามที่ผิด "ทุกสังคมก็ย่อมมีแกะดำปะปนกันบ้าง แต่ว่าสังคมอัยการอยู่มา 100 กว่าปีแล้วเจริญรุ่งเรืองและทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมาอย่างยาวนาน ถ้าหากมีกรณีที่คนใดคนหนึ่งทำให้เกิดความเสียหายก็จะถูกตัดออกไปจากสังคม ฉะนั้นสำนักงานอัยการสูงสุดโดยผู้บริหารทุกระดับก็ได้ดูแลในจุดนี้ ในอดีตมีหลายๆ คนที่ถูกลงโทษและออกจากราชการไป ปลาที่อยู่ในข้องเดียวกันบางครั้งตัวหนึ่งเน่าก็ส่งกลิ่นไปกระทบกระทั่งปลาตัวอื่นด้วย เราก็พยายามเอาปลาที่เน่าออกจากข้องไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชน" โฆษก อสส.กล่าว ด้านนายประยุทธกล่าวถึงกรณีที่นายธนพล เคยถูกสอบสวนและลงโทษการกระทำผิดในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ ที่มีอาการมึนเมาและใช้คำพูดไม่เหมาะสม เมื่อปี 2558 ว่า สำนัก งานอัยการสูงสุดได้ตั้งคณะกรรมการสอบ สวนวินัย ซึ่งผลของการสอบสวนเห็นว่า คำพูดที่ใช้นั้นเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม จึงลง โทษวินัยไม่ร้ายแรง ฐานทำให้เสื่อมเสียแห่งการดำรงตำแหน่งหน้าที่อัยการประกอบกับคู่กรณีแจ้งต่อสำนักงานอัยการสูงสุดว่าไม่ติดใจ จึงได้ลงโทษเป็นทัณฑ์บน ซึ่งการสอบสวนวินัยกรณีใหม่นี้คณะกรรมการก็จะนำผล ดังกล่าวมาพิจารณาประกอบด้วย การพิจารณาลงโทษทางวินัยนั้นหากผล ออกมาว่า เป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 ก็กำหนดการลงโทษไว้ 5 สถาน ใน มาตรา 84 คือ ไล่ออก, ปลดออก, ให้ออก, งดเลื่อนตำแหน่ง หรืองดเลื่อนขั้นเงินเดือน และภาคทัณฑ์ แล้วแต่รูปเรื่อง และหากพิจารณาโทษเห็นว่าเป็นการผิดวินัยไม่ร้ายแรงตามมาตรา 88 ระบุว่า ผู้บังคับบัญชาก็เสนอคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ให้ลงโทษได้ตั้งแต่งดการเลื่อนตำแหน่ง, งดเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี หรือภาคทัณฑ์ หรือทำทัณฑ์บน ส่วนที่ขณะนี้ใกล้ถึงวาระโยกย้ายประจำปีแล้ว นายธนพลจะได้รับการโยกย้ายด้วยหรือไม่นั้น ร.ท.สมนึกกล่าวว่า นายธนพลจะไม่ได้รับการโยกย้าย เนื่องจากตามระเบียบแล้ว บุคคลใดที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอยู่จะไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายในตำแหน่งที่สูงขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...