เปิดเลนฉุกเฉิน (Emergency Lane) ระยะ 2 เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย
เปิดเลนฉุกเฉิน (Emergency Lane) ระยะ 2 เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.00 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติคนที่ 1 เเละประธานคณะกรรมการบูรณาการ ประสานงาน กรณีกู้ชีพฉุกเฉิน เป็นประธานในการเปิดตัวเลนฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล บริเวณแยกนรารมย์ โดยมีพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.อ.อ.ชนัท รัตนอุบล รองประธานฯ นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ นายแพทย์พรเทพ แซ่เฮ้ง ผู้อำนวยการศูนย์บริการการแพทย์ ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) และนพ.สมพงษ์ ตันจริยกรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน ร่วมปล่อยแถวรถกู้ชีพฉุกเฉิน เพื่อใช้ช่องทางเลนฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลในระยะที่ 2
สำหรับแนวคิดจัดช่องเดินรถฉุกเฉิน (Emergency Lane) นั้น สนช. โดยคณะกรรมการบูรณาการประสานงานกรณีกู้ชีพฉุกเฉิน ได้มีแนวคิดดังกล่าว และมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร โดยความร่วมมือระหว่าง สำนักการจราจร และขนส่ง และสำนักการแพทย์ จัดทำเลนรถฉุกเฉิน ตามแผนบูรณาการ ประสานงาน กรณีกู้ชีพฉุกเฉิน แผนที่ ๔ การจัดการจราจรเพื่อเปิดทางให้รถฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการปรับปรุง และออกแบบการจราจรเพื่อแก้ไขปัญหา และอุปสรรค ในการเคลื่อนย้าย ผู้ป่วยฉุกเฉิน และการช่วยเปิดทาง สำหรับรถกู้ชีพฉุกเฉิน ซึ่งในปี 2562 ได้ดำเนินการโครงการจัดช่องเดินรถฉุกเฉิน (Emergency Lane) ต่อเนื่องในพื้นที่นำร่อง อีก ๔ เส้นทาง ได้แก่
- ถ.สีลม ตั้งแต่แยกนรารมย์ ถีง รพ.เลิดสิน
- ถ.เสือป่า ตั้งแต่แยกเสือป่า ถึง รพ.กลาง
- ถ.ยุคล ตั้งแต่ ถ.บำรุงเมือง ถึง รพ.กลาง
- ถ.ตก ตั้งแต่แยกถ.ตก ถึง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์
ทั้งนี้ ช่องทางเดินรถฉุกเฉินดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันเวลามากขึ้น ซึ่งเส้นทางพิเศษนี้จะไม่กระทบต่อการจราจร ผู้ใช้รถสามารถสัญจรได้ตามปกติ แต่หากมีรถฉุกเฉินกำลังวิ่งปฏิบัติหน้าที่ขอทางมา รถทุกคันจะต้องหลบให้ทางรถฉุกเฉินให้ผ่านไปก่อนในช่องทางรถฉุกเฉิน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยเหลือ
ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน
โดยข้อมูลจากศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร(ศูนย์เอราวัณ) พบว่ามีผู้ขอรับบริการการแพทย์ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จาก 41,756 รายในปี2557 เป็น 79,054รายในปี2561 ถึงแม้จะมีการขอรับบริการเพิ่มขึ้น แต่การรณรงค์เปิดทางให้รถกู้ชีพฉุกเฉิน ในโครงการให้ทาง = ช่วยชีวิต สามารถลดระยะเวลาในการเข้าช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยของรถพยาบาลจากรพ.ราชวิถี รพ.กลาง รพ.เลิดสิน รพ. เจริญกรุงประชารักษ์ได้ และเลนฉุกเฉินก่อนถึงรพ.ราชวิถี ซึ่งเปิดใช้ในปี2559 สามารถลดระยะเวลาเฉลี่ยของรถพยาบาลจากที่เกิดเหตุกลับมารพ.ได้มากกว่า 2 นาที ทำให้ผู้เจ็บป่วยได้รับการรักษาจากแพทย์ในห้องฉุกเฉินเร็วขึ้น เพิ่มโอกาสรอดชีวิต
ดังนั้นคณะกรรมการบูรณการ ประสานงาน กรณีกู้ชีพฉุกเฉิน ขอความร่วมมือประชาชนผู้ขับขี่ ให้หลีกเลี่ยงการเดินรถในช่องทางเลนฉุกเฉิน เมื่อได้ยินสัญญาณเสียงหรือไฟจากรถพยาบาล หลังจากรถพยาบาลขับผ่านไปแล้ว ผู้ขับขี่สามารถกลับมาใช้ช่องทางจราจรตามปกติได้
Cr.ข่าวรัฐสภา , ศูนย์เอราวัณ