โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

​เปิดเลนฉุกเฉิน (Emergency Lane) ระยะ 2 เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย

สวพ.FM91

อัพเดต 07 ก.พ. 2562 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2562 เวลา 08.22 น.

เปิดเลนฉุกเฉิน (Emergency Lane) ระยะ 2 เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.00 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติคนที่ 1 เเละประธานคณะกรรมการบูรณาการ ประสานงาน กรณีกู้ชีพฉุกเฉิน เป็นประธานในการเปิดตัวเลนฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล บริเวณแยกนรารมย์ โดยมีพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.อ.อ.ชนัท รัตนอุบล รองประธานฯ นพ.สุขสันต์  กิตติศุภกร รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์  นายแพทย์พรเทพ แซ่เฮ้ง ผู้อำนวยการศูนย์บริการการแพทย์ ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ)  และนพ.สมพงษ์ ตันจริยกรณ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน  ร่วมปล่อยแถวรถกู้ชีพฉุกเฉิน เพื่อใช้ช่องทางเลนฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลในระยะที่ 2

สำหรับแนวคิดจัดช่องเดินรถฉุกเฉิน (Emergency Lane) นั้น สนช. โดยคณะกรรมการบูรณาการประสานงานกรณีกู้ชีพฉุกเฉิน ได้มีแนวคิดดังกล่าว และมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร โดยความร่วมมือระหว่าง สำนักการจราจร และขนส่ง  และสำนักการแพทย์ จัดทำเลนรถฉุกเฉิน ตามแผนบูรณาการ ประสานงาน กรณีกู้ชีพฉุกเฉิน แผนที่ ๔ การจัดการจราจรเพื่อเปิดทางให้รถฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการปรับปรุง และออกแบบการจราจรเพื่อแก้ไขปัญหา และอุปสรรค ในการเคลื่อนย้าย ผู้ป่วยฉุกเฉิน และการช่วยเปิดทาง สำหรับรถกู้ชีพฉุกเฉิน ซึ่งในปี 2562 ได้ดำเนินการโครงการจัดช่องเดินรถฉุกเฉิน (Emergency Lane) ต่อเนื่องในพื้นที่นำร่อง อีก ๔ เส้นทาง ได้แก่

  1. ถ.สีลม ตั้งแต่แยกนรารมย์ ถีง รพ.เลิดสิน
  2. ถ.เสือป่า ตั้งแต่แยกเสือป่า ถึง รพ.กลาง
  3. ถ.ยุคล ตั้งแต่ ถ.บำรุงเมือง ถึง รพ.กลาง
  4. ถ.ตก ตั้งแต่แยกถ.ตก ถึง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ 
    ทั้งนี้ ช่องทางเดินรถฉุกเฉินดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันเวลามากขึ้น ซึ่งเส้นทางพิเศษนี้จะไม่กระทบต่อการจราจร ผู้ใช้รถสามารถสัญจรได้ตามปกติ แต่หากมีรถฉุกเฉินกำลังวิ่งปฏิบัติหน้าที่ขอทางมา รถทุกคันจะต้องหลบให้ทางรถฉุกเฉินให้ผ่านไปก่อนในช่องทางรถฉุกเฉิน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยเหลือ
    ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน

โดยข้อมูลจากศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร(ศูนย์เอราวัณ) พบว่ามีผู้ขอรับบริการการแพทย์ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จาก 41,756 รายในปี2557 เป็น 79,054รายในปี2561 ถึงแม้จะมีการขอรับบริการเพิ่มขึ้น แต่การรณรงค์เปิดทางให้รถกู้ชีพฉุกเฉิน ในโครงการให้ทาง = ช่วยชีวิต สามารถลดระยะเวลาในการเข้าช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยของรถพยาบาลจากรพ.ราชวิถี รพ.กลาง รพ.เลิดสิน รพ. เจริญกรุงประชารักษ์ได้  และเลนฉุกเฉินก่อนถึงรพ.ราชวิถี ซึ่งเปิดใช้ในปี2559 สามารถลดระยะเวลาเฉลี่ยของรถพยาบาลจากที่เกิดเหตุกลับมารพ.ได้มากกว่า 2 นาที ทำให้ผู้เจ็บป่วยได้รับการรักษาจากแพทย์ในห้องฉุกเฉินเร็วขึ้น เพิ่มโอกาสรอดชีวิต

ดังนั้นคณะกรรมการบูรณการ ประสานงาน กรณีกู้ชีพฉุกเฉิน ขอความร่วมมือประชาชนผู้ขับขี่ ให้หลีกเลี่ยงการเดินรถในช่องทางเลนฉุกเฉิน เมื่อได้ยินสัญญาณเสียงหรือไฟจากรถพยาบาล  หลังจากรถพยาบาลขับผ่านไปแล้ว ผู้ขับขี่สามารถกลับมาใช้ช่องทางจราจรตามปกติได้
Cr.ข่าวรัฐสภา , ศูนย์เอราวัณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...