ทันตแพทยสภาแจงอนาคต'คูณ-คณิน' เป็นหมอฟันยาก
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา กล่าวถึงกรณีอดีตพระเอก คูณ-คณิน บัดติยา เปิดคลินิกทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเบื้องต้นเจ้าตัวระบุว่าได้เรียนจบทันตแพทย์มาจากประเทศฟิลิปปินส์ ว่า เรียนว่าคนที่เรียนจนทันตแพทย์จากต่างประเทศไม่ว่าประเทศใดก็ตาม หากจะมาทำหัตถการหรือเปิดคลินิกในประเทศไทยจะต้องมาสอบใบประกอบวิชาชีพทันตกรรมจากทันตแพทยสภาก่อน แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าที่จะมาสอบใบรับรองวิชาชีพได้นั้นจะต้องจบจากสถาบันที่ทันตแพทยสภาให้การรับรองมาตรฐานด้วย ไม่ใช่ว่าจบจากที่ไหนก็ได้แล้วมาสอบ สำหรับกรณีโรงเรียนสอนทันตกรรมในประเทศฟิลิปปินส์นั้นเรียนว่ามีอยู่จำนวนมาก แต่ก็มีอยู่ไม่มากที่ได้มาตรฐานที่ทันตแพทยสภาให้การรับรอง ส่วนใหญ่ที่เรารับรองนั้นจะเป็นโรงเรียนของรัฐบาล สำหรับสถานศึกษาที่ดาราคนดังกล่าวระบุว่าจบมานั้นยังไม่ทราบว่าคือที่ไหน จะเป็นที่ที่เราให้การรับรองหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ
เมื่อถามว่าหากอดีตดาราคนดังกล่าวจบจากสถาบันที่ทันตแพทยสภาให้การรับรองจริง อนาคตยังสามารถเข้ามาสอบใบประกอบวิชาชีพทันตกรรมได้หรือไม่ ทพ.ไพศาล กล่าวว่า เป็นเรื่องยากมาก เพราะว่าตามระเบียบข้อบังคับของทันตแพทยสภานั้นระบุว่าคนที่จะเป็นสมาชิกทันตแพทยสภา ที่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพได้นั้นต้องมีคุณธรรม จริยธรรม มีความประพฤติที่ดี ไม่ต้องโทษมาก่อน ซึ่งกรณีนี้ถือว่ามีความผิด 2 ข้อหาเลย คือ 1. เปิดคลินิกโดยไม่ได้รับอนุญาตผิดพ.ร.บ.สถานพยาบาล และ 2.ผิดพ.ร.บ.วิชาชีพ คือทำหัตการโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งทั้ง 2 ข้อหานี้มีโทษทั้งจำทั้งปรับเลย เพราะฉะนั้นอยากใช้เรื่องนี้เป็นบทเรียนฝากถึงนักศึกษาทันตแพทย์คนอื่นด้วยว่าขอให้ทำทุกอย่างตามขั้นตอน มาสอบใบประกอบวิชาชีพให้เรียบร้อย อย่าทำอะไรทั้งๆ ที่ไม่มีใบอนุญาตเพราะได้ไม่คุ้มเสีย ตัดอนาคตของตัวเอง ที่เราต้องเข้มงวดเช่นนี้ก็เพื่อปกป้องประชาชน ให้ประชาชนได้มั่นใจว่าคนที่มาให้บริการทันตกรรมนั้นคือคนที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ไม่ใช่ว่าใครก็ได้
ด้าน นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีนี้จะมีความผิด 2 กรณีด้วยกัน โดยตัวของนายคณิน ซึ่งปฏิบัติงานในคลินิกโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพทันตกรรม แม้จะอ้างว่าจบการศึกษาทันตแพทย์จากประเทศฟิลิปปินส์ แต่ก็ไม่พบเอกสาร หลักฐานตามที่กล่าวอ้าง มีความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนของคลินิก ซึ่งตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 กำหนดว่าผู้ที่มายื่นขออนุญาตเปิดคลินิก หรือสถานพยาบาลใดๆ ต้องมีใบประกอบคลินิก 2 ชนิด คือ 1.ผู้ประกอบกิจการ หรือเจ้าของคลินิกจะเป็นแพทย์ หรือไม่ใช่แพทย์ก็ได้ และ2.ผู้ดำเนินการ ต้องเป็นผู้มีใบประกอบวิชาชีพ อาทิ แพทย์ ทันตแพทย์ ไม่มีไม่ได้
นพ.ธงชัย กล่าวว่า จากการตรวจาสอบพบว่าก่อนหน้านี้คลินิกดังกล่าวมาขออนุญาตเป็นสหคลินิกถูกต้อง เนื่องจากมีทั้งผู้ประกอบกิจการ และผู้ดำเนินการซึ่งเป็นแพทย์ แต่ประมาณ 1-2 ปี แพทย์ได้เลิกทำ จึงทำให้ต้องหาผู้ประกอบวิชาชีพมาแทน แต่ปรากฎว่าก็ไม่มีการดำเนินการ จึงทำให้ต้องยกเลิกใบอนุญาตนั้นไป เพราะฉะนั้นคลินิกแห่งนี้จึงมีเพียงผู้ประกอบกิจการ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นพี่ชายหรือญาติของนายคณิน แต่กลับไม่มีผู้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ถือว่ามีความผิดเป็นสถานพยาบาลที่ประกอบกิจการโดยไม่มีผู้ดำเนินการ ส่วนจะติดตามญาติผู้นี้อย่างไรต่อไปนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการ ส่วนคลินิกนี้ได้สั่งให้ปิดคลินิกดังกล่าวแล้ว.