DAM จับมือ 2 พันธมิตร เปิดตัวแอป “SAVVYGOLD” เริ่มต้นลงทุนทองคำด้วยเงิน 50 บาท
แม้ปัจจุบันจะมีสินทรัพย์หลากหลายให้เลือกลงทุน แต่ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความนิยมเสมอ ด้วยการเข้าถึงที่ง่าย เข้าใจง่าย และสามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ง่าย ทำให้ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ภาพการต่อแถวซื้อทองคำในช่วงตรุษจีนหรือหลังโบนัสออกก็ยังมีให้เห็นกันจนชินตา
แต่การเข้ามาของเทคโนโลยีทำให้การซื้อขายทองทำได้สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปต่อแถวรอนานๆ หรือเก็บเงินสะสมเป็นก้อนๆ แค่เพียงกดเข้าแอปพลิเคชัน ก็สามารถซื้อทองคำได้แล้ว ที่สำคัญมีเงินแค่ 50 บาทก็เริ่มต้นสะสมทองได้ ซึ่งแอปพลิเคชันที่ Wealthy Thai จะมาแนะนำนักลงทุนในวันนี้ คือ SAVVYGOLD
โดย SAVVYGOLDเป็นแอปพลิเคชันที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง บริษัท ดิจิทัล แอสเซ็ท แมเนจเมนต์ จำกัด หรือ DAM, บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (โกลด์ฟิวเจอร์ส) มาอย่างยาวนาน เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนทองคำได้ง่ายขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงอย่าง Blockchainโดยการใช้บริการ SAVVYGOLD สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่เปิดบัญชีเพื่อการลงทุน และภายหลังยืนยันตัวตนแล้ว เริ่มลงทุนได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเริ่มต้นด้วยเงินเพียง 50 บาท ซึ่งทองคำที่นักลงทุนมีคำสั่งซื้อจะถูกจัดเก็บในตู้นิรภัย ภายใต้การดูแลของ BRINKS ผู้เก็บรักษาทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นายสัตวแพทย์ ธนัฐ ศิริวรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล แอสเซ็ท แมเนจเมนต์ จำกัด หรือ DAM กล่าวว่า SAVVYGOLDเปิดตัวครั้งแรกในเดือนพ.ย. 2564ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน โดยมียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันไปแล้วกว่า 1,500 ราย และยังมีความต้องการออมทองผ่าน SAVVYGOLDเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปี 2565 จำนวนผู้ใช้งานจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 20,000-30,000 ราย
“จากข้อมูลพบว่านักลงทุนส่วนใหญ่ซื้อทองแบบ DCA โดยทยอยสะสมแบบเฉลี่ยราคา สม่ำเสมอทุกเดือน รวมถึงมีนักลงทุนบางกลุ่มที่ซื้อแบบรายครั้ง ซึ่งถือเป็นการตอบรับที่ดีมากๆ สำหรับการเปิดตัวเพียง 3 เดือน โดยหลังจากนี้เราจะเดินหน้าทำตลาดผ่านช่องทาง Social Media ต่างๆ รวมถึงหาพันธมิตรที่เป็น Fintechเข้ามาร่วมใช้แพลตฟอร์มออมทอง SAVVYGOLDโดยจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นพนักงานบริษัทมากขึ้น เพราะศักยภาพในการออม”นายสัตวแพทย์ ธนัฐ กล่าว
นอกจากนี้ การที่ บริษัท ฮิวแมนิกา จำกัด มหาชน (HUMAN) ผู้ให้บริการ Platform ระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เข้ามาถือหุ้นใน DAMซึ่งปัจจุบันมีพนักงานที่อยู่ใน Platformของระบบบริหารจัดการของ ฮิวแมนิกาฯ จำนวนมากถึง 2-3 ล้านคน ทำให้เราเห็นถึงโอกาสในการร่วมมือและต่อยอดธุรกิจ โดยนำเสนอ SAVVYGOLDให้พนักงานในบริษัทต่างๆ เหล่านี้ ได้ใช้บริการออมทองกับ SAVVYGOLD
ซื้อทองคำติดพอร์ต 5% ช่วยบริหารความเสี่ยง
นางสาวณัฐฑี จุฑาวรากุล กรรมการและผู้บริหาร บริษัท คลาสสิก โกลด์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนทองคำช่วยป้องกันผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในภาวะเศรษฐกิจหดตัว นับว่าทองคำเป็นตัวช่วยป้องกันความเสี่ยงชั้นเลิศ และสามารถเก็งไรในการลงทุนระยะสั้นได้อีกด้วย โดยสถานการณ์ราคาทองคำในปัจจุบันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น โดยมีสาเหตุมาจากแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงที่มีมากขึ้นและเปลี่ยนมาถือสินทรัพย์ปลอดภัย ส่วนแนวโน้มราคาทองคำในระยะยาวจะต้องเฝ้าดูการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์และขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ รวมถึงอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐ
“ราคาทองคำที่ปรับตัวลงในระยะสั้นจากแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินของธฯคารกลางสหรัฐ มองเป็นโอกาสทยอยซื้อสะสม มองราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,755 – 1,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 27,000 – 30,000 บาท อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ทยอยสะสมทองคำเมื่อราคาปรับตัวลง โดยระยะยาวทองคำยังมีโอกาสปรับขึ้นจากเงินเฟ้อและเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงให้กับพอร์ตลงทุน”นางสาวณัฐฑี
ด้านฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด แนะนำลงทุนควรมีทองคำอยู่ในพอร์ตการลงทุนด้วย จะทำให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดี และช่วยกระจายความเสี่ยงได้ เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีทิศทางการเคลื่อนไหวไปคนละทางกับสินทรัพย์หลักๆ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ และ Crypto Currency หรือสินทรัพย์อื่นๆ นอกจากนี้ ราคาทองคำในระยะยาวยังสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ รวมถึงในยามที่เกิดวิกฤติทองคำก็ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่วางใจได้มากกว่าสินทรัพย์อื่นๆ อีกด้วย โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำเป็น 5% เพื่อกระจายความเสี่ยง