โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาทำความรู้จักสิวกัน สิวมีกี่ชนิดและรักษายังไงให้หาย

INN News

เผยแพร่ 07 ก.ย 2564 เวลา 13.00 น. • INN News

          สิว คงเป็นปัญหาของใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย สิวเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว และเกิดขึ้นได้กับทุกคน เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะเกี่ยวเนื่องกับฮอร์โมนด้วย  โอเคมาดูกันดีกว่าว่าสิวที่เราเป็นอยู่นั้นเป็นสิวแบบไหนกันนะ แล้วจะรักษายังไงให้ถูกวิธี 

มาทำความรู้สึกสิวกันดีกว่าว่าสิวมีกี่ชนิด และต้องรักษายังไง

มาทำความรู้จักสิวกัน_เนื้อหา

1.สิวเสี้ยน/สิวอุดตัน

สิวเสี้ยนมีลักษณะเหมือนเสี้ยน ตามรูขุมขน ลักษณะคล้ายกับการเกิดสิวอุดตัน เกิดจากการสะสมของชั้นขี้ไคลกับการสะสมของขนอ่อนในรูขุมขน ทำให้เกิดเป็นสิวเสี้ยนสีขาวๆ และสิวเสี้ยนสามารถเกิดได้ในรูขุมขนขนาดใหญ่ เช่น จมูก หน้าผาก ระหว่างคิ้ว แผ่นหลัง เป็นต้น

วิธีการรักษา

ควรล้างหน้าให้สะอาดแล้วใช้ยาทาที่ช่วยลดสิวอุตัน จะช่วยให้สิวเสี้ยนหลุดออกได้ง่ายขึ้น ร่วมกับการกดสิว ควรพบแพทย์เพื่อเริ่มทายาอย่างถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสม หากใช้เยอะเกินไปอาจแพ้และระคายเคืองผิวได้

 

2.สิวหัวดำ

สิวหัวดำ มีลักษณะเป็นตุ่มนูน เม็ดเล็กๆ มีรูเปิดออกจนเห็นหัวสิว จะเห็นเป็นจุดสีดำ ๆ ซึ่งที่เห็นเป็นจุดสีดำเกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แบคทีเรีย และน้ำมันในรูขุมขน ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ จึงทำให้หัวสิวกลายเป็นสีดำ พบได้ทุกที่ทั้งใบหน้า เช่น หน้าผาก จมูก และคาง หน้าอกและหลัง  

วิธีการรักษา

มักจะใช้การทายารักษาสิวสำหรับรักษาสิวอุดตันโดยเฉพาะ โดยการทาบางๆ บริเวณที่เป็นสิว เพื่อช่วยลดการอุดตัน และยังสามารถใช้การกดสิวร่วมด้วยได้

 

3.สิวอักเสบ

สิวอักเสบจะมีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงขนาดใหญ่ ไม่มีหัวสิว อยู่ภายใต้ผิวหนัง เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเป็นก้อนไตและรู้สึกเจ็บ สิวอักเสบอาจจะอยู่ได้นานหลายวันและอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่มีแบคทีเรียเข้าไปอยู่ในรูขุมขน บวกกับความมันบนผิว ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง 

วิธีการรักษา

เมื่อเป็นสิวชนิดนี้ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา ไม่ควรบีบหรือกดสิวออก เพราะจะทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นได้ง่ายขึ้น รวมถึงอาจทำให้เกิด รอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิวได้  

 

4.สิวหัวหนอง

มีลักษณะคล้ายกับสิวอักเสบ แต่จะมีหัวหนองอยู่บริเวณกลางตุ่ม พัฒนามาจากสิวอักเสบที่ไม่ได้รับการรักษาทันที อาจเกิดจากสิวมีการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นแทรกซ้อน

วิธีการรักษา

ล้างหน้าแบบอ่อนโยนและล้างให้สะอาด ไม่ควรใช้สครับขัดผิวหน้าเด็ดขาด เพราะจะยิ่งเพิ่มการระคายเคือง ควรใช้ยาแต้มสิวร่วมด้วยและสามารถใช้แผ่นดูดสิวซับหนองออกได้

 

5.สิวหัวช้าง

สิวหัวช้าง มีลักษณะเป็นตุ่มแดงขนาดใหญ่ แข็งเป็นไต เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันที่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนัง จนกลายเป็นหนองจับตัวเป็นถุงซีสต์ขนาดใหญ่ในชั้นผิว มักเป็นบริเวณหน้าผาก ขมับ คาง และจมูก เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บมาก ไม่มีหัวสิวหนองโผล่ให้เห็น 

วิธีการรักษา

ใช้ครีมรักษาสิวที่มีเรตินอยด์มาทาที่สิว แต่ทางที่ดีที่สุดควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาสิวหัวช้างอย่างถูกวิธี เพราะเมื่อเราบีบหรือเค้นหนองออกจากสิว เมื่อสิวหายจะทำให้เกิดหลุมสิวและเกิดรอยดำขนาดใหญ่ ทำให้มีรอยเป็นแผลเป็นบนใบหน้าได้

 

6.สิวผด

สิวผด จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ แดงๆ เหมือนผดทั่วไป มีขนาดเท่าๆ กัน เป็นสิวที่ไม่มีหัว เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถกดหรือบีบออกมาเหมือนสิวประเภทอื่นๆ เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกสากมือ ส่วนใหญ่มักขึ้นบริเวณไรผม หน้าผาก คาง อาจจะมีอาการสิวเห่อแดงขึ้นเมื่อเจอแสงแดด หรือบางคนก็มีตุ่มหนองอักเสบร่วมด้วย 

วิธีการรักษา

ควรล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิว ไม่ควรเอามือไปจับใบหน้า มาส์กหน้าด้วยวิธีธรรมชาติ อย่านอนดึกและลดความเครียด ถ้าเป็นสิวผดแบบไม่อักเสบไม่ต้องพบแพทย์ แต่ถ้าเป็นสิวผดแบบอักเสบควรพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป

 

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะอาดของผิวหน้าของเรา เราควรใช้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้าที่สุด และล้างหน้าให้สะอาดกันด้วยนะ ใครที่ยังไม่รู้วิธีล้างหน้าที่ถูกต้องอ่านได้ที่ หน้าสะอาด ไร้สิวด้วย 5 ขั้นตอนการล้างหน้าให้ถูกวิธี และใครที่อยากติดตามบทความน่าสนใจและให้ความรู้แบบนี้อีกละก็สามารถติดตามอ่านต่อได้ที่ INN

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...