โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบงก์พาณิชย์ทยอยลดดอกเบี้ย ช่วยธุรกิจ-รายย่อย รับผลกระทบเศรษฐกิจทรุด-ไวรัสโคโรน่า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.พ. 2563 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 07.06 น.

ธนาคารพาณิชย์ทยอยประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ตามหลังกนง. “กสิกรไทย”นำร่องประกาศลดทันทีรายแรก “ไทยพาณิชย์”ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ช่วยลูกค้าธุรกิจ-รายย่อย ฟาก”ธอส.”ลดดอกกู้ซื้อบ้านลง  0.125% – 0.250% ต่อปี ยันต่ำสุดในระบบ “กรุงไทย” ลด MLR 0.25% พร้อมออกเงินฝากประจำพิเศษ ดอกเบี้ย 1.40%

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้(5ก.พ.) หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์​ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง​ 0.25% ต่อปี จากเดิม 1.25% ต่อปี​ มาอยู่ที่ 1% โดยให้มีผลทันที เนื่องจากประเมินว่า​เศรษฐกิจ​ไทยปี​ 2563​ มีแนวโน้มขยายตัว​ต่ำกว่าที่ประมาณ​การไว้​ จากผลกระทบไวรัส​โคโรน่า​ งบประมาณปี2563​ล่าช้า​ และปัญหาภัย​แล้ง​นั้น ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทยอยปรับลดดอกเบี้ยตามมา

กสิกรไทยนำร่องรายแรก 

กสิกรไทย เป็นธนาคารแรกที่นำร่องประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ตามมาทันที โดยนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยนำร่องปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับลูกค้าบุคคล และลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ลง 0.25% จากเดิม 6.87% เป็น 6.62% เพื่อตอบสนองทิศทางดอกเบี้ยนโยบายในการสนับสนุนและส่งเสริมภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่มีความเปราะบางจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลูกค้าบุคคล

สำหรับในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์บุคคลธรรมดา แต่มีการปรับลดเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นิติบุคคลลง 0.10% – 0.12% และเงินฝากประจำลง 0.05%-0.25% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป

ไทยพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% มีผล7ก.พ.

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์มีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาที่ยังยืดเยื้อ โดยออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยลูกค้าผู้ประกอบการธุรกิจและลูกค้ารายย่อยต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ประกาศมาตรการเร่งด่วนสำหรับผู้ประกอบธุรกิจทั่วประเทศด้วยการพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน

โดยในมาตรการเพิ่มเติมนี้ ธนาคารมีเจตนารมณ์ที่จะช่วยลูกค้าในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และเพื่อลดภาระต้นทุนดอกเบี้ยแก่ลูกค้า ธนาคารจึงประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภท MLR ลง 0.25% มาอยู่ที่ 5.775%

สำหรับในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์บุคคลธรรมดา แต่มีการปรับลดเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นิติบุคคลลง 0.15% – 0.25% และเงินฝากประจำลง 0.05%-0.25% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ใหม่ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป

ธอส.ลดดอกกู้บ้านลง 0.125%-0.250%

ทางด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านดอกเบี้ยให้กับลูกค้าประชาชน พร้อมทั้งมีส่วนสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” จึงประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.125% – 0.250% ต่อปี

ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) จาก 6.000% ต่อปี ลดลงเหลือ 5.875% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) จาก 6.500% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.375% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้เบิกเกินบัญชี (MOR) จาก 6.750% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.500% ต่อปี กำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ถือเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยที่ต่ำที่สุดในระบบสถาบันการเงินในปัจจุบัน

ออมสินประกาศลด 0.25% ทั้ง MRR และ MOR

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยภารกิจหลักสำคัญของธนาคารออมสินที่มุ่งเป็นกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้การให้บริการสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจการเงิน และตอบสนองทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงให้ความสำคัญต่อประชาชน โดยเฉพาะธนาคารออมสินมีลูกค้ารายย่อยจนถึงระดับ SMEs เป็นจำนวนมาก ธนาคารฯ จึงได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราเท่ากัน 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี หรือ MRR (Minimum Retail Rate) และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินเบิกเกินบัญชี หรือ MOR (Minimum Overdraft Rate) ลดลงจาก 6.745% เหลือ 6.495% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป

 

ด้านดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารฯ ได้ปรับลดในอัตรา 0.25% ในประเภทเงินฝากประจำ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ โดยยังคงภารกิจหลักส่งเสริมการออม ไม่ปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากประเภทเผื่อเรียก เงินฝากกระแสรายวันพิเศษ ซึ่งมีลูกค้ารายย่อยฝากเงินและใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเงินฝากสลากออมสินทุกประเภท ซึ่งมีผู้ฝากกว่า 1.3 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 60% ของยอดเงินฝากรวม ยังคงดอกเบี้ยในอัตราเดิมต่อไป

“ปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน ภาวะภัยแล้ง ความล่าช้าในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณประจำปี 2563 โดยเฉพาะเกิดการแพร่ระบาดของไข้หวัดไวรัสโคโรน่า ธนาคารออมสินจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนและลูกค้าของธนาคารฯ ได้”ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าว

กรุงไทย ลด MLR 0.25% พร้อมออกเงินฝากประจำพิเศษ ดอกเบี้ย 1.40%

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ธนาคารตระหนักถึงการมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงที่มีความเปราะบาง จากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ เพื่อตอบสนองทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการแบ่งเบาภาระลูกค้าและผู้ประกอบการทุกประเภท รวมทั้งลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจ ธนาคารจึงได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลง 0.25% ต่อปี จากอัตรา 6.025% ต่อปี เหลืออัตรา 5.775% ต่อปี

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป ซึ่งธนาคารหวังว่า การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน ตลอดจนร่วมผลักดันเศรษฐกิจไทยโดยรวม

ขณะเดียวกัน ธนาคารคำนึงถึงลูกค้าที่มีรายได้จากการออมให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเท่าเดิม และเพื่อให้ลูกค้ามีกำลังในการใช้จ่าย ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยล่าสุด ธนาคารได้ออกเงินฝากประจำพิเศษ กรุงไทยเบิร์ธเดย์ ระยะเวลาฝาก 7 เดือน อัตราดอกเบี้ย 1.40%ต่อปี

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...