โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจมส์ มิลเนอร์ แข้งคนที่ 11 คว้าพรีเมียร์ลีกกับ 2 สโมสร

Soccersuck

เผยแพร่ 24 ก.ค. 2563 เวลา 10.51 น. • Soccersuck

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปแล้วในรอบ 30 ปีหลังเอาชนะ เชลซี 5-3 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
โดยขุนพลเด็ก เยอร์เก้น คล็อปป์ ไม่เคยมีใครสัมผัสถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดมาก่อนยกเว้น “ท่านรอง” เจมส์ มิลเนอร์ ในวัย 34 ปีที่เคยฉลองโทรฟีย์นี้สมัยค้าแข้งให้ แมนฯซิตี้เมื่อฤดูกาล 2011-12 และ 2013-14
มีแค่ 11 นักเตะในประวัติศาสตร์ที่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับ 2 ต้นสังกัด วันนี้ถือโอกาสเปิดลิสต์ให้แฟน SS ได้รับทราบกัน

1. ริยาร์ด มาห์เรซ (เลสเตอร์ และ แมนฯซิตี้)
มาเรซ คว้านักเตะยอดเยี่ยมของ PFA จากการพา เลสเตอร์ ซิตี้ ช็อกโลกคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกทั้งๆที่มีอัตราต่อรอง 5,000-1 และหลังมีส่วนร่วมกับความสำเร็จของ “เรือใบ” ในซีซั่นก่อนไม่มากนักแต่ค่อยๆขยับก้าวขึ้นมาเป็นคีย์แมนในที่สุด

2. แอชลีย์ โคล (อาร์เซนอล และ เชลซี)
แฟน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล อาจไม่ชอบใจนักหากได้อ่านบทความนี้เนื่องจาก แอชลีย์​ โคล เป็นหนึ่งใน 3 นักเตะชุดไร้พ่ายอยู่ในลิสต์นี้
แบ็คซ้ายตำนานผู้สร้างดราม่าหลังได้แชมป์ลีกกับ “ปืนใหญ่” 2 สมัยก่อนเลือกย้ายซบ เชลซี คู่ปรับร่วมเมืองก่อนมาเฮฮากับมันอีกครั้งในปี 2009-10 ภายใต้การทำทีมของ คาร์โล่ อันเชล็อตติ

3. โคโล่ ตูเร่ (อาร์เซนอล และ แมนฯซิตี้)
ขมขื่นกันต่อครับสำหรับ เดอะ กูนเนอร์ เมื่อ ตูเร่ แข้งอีกรายจากชุดไร้พ่ายที่เห็นท่าไม่ดีย้ายไปโตกับ แมนฯซิตี้ แม้ว่าในปีแรกที่ “เรือใบ” ได้แชมป์ลีกหนแรกในประวัติศาสตร์ 2011-12 เจ้าตัวลงสนามไปเพียงแค่ 14 นัดก็ตาม แต่ใครแคร์?

4. เอ็นโคโล่ ก็องเต้ (เลสเตอร์ และ เชลซี)
เฉกเช่นเดียวกับ มาห์เรซ , ก็องเต้ เป็นอีกกำลังหลักสำคัญของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกประวัติศาตร์ด้วยหน้าที่หลักคือทำลายเกมฝั่งตรงข้ามให้วอดวายจน อันโตนิโอ ค็อนเต้ ดึงไปช่วยสร้างสมดุลในทีมชุดบุกแหลกของ เชลซี ในฤดูกาล 2016-17
ไม่ใช่แค่พรีเมียร์ลีกเท่านั้น ก็องเต้ ทะยานสู่จุดสูงสุดในอาชีพเมื่อได้ทั้งแชมป์โลก และนักเตะยอดเยี่ยมของ PFA อีกด้วย

5. กาเอล คลิชี่ (อาร์เซนอล และ แมนฯซิตี้)
ว่ากันว่าถ้า เซาแธมป์ตัน เปรียบเสมือน ลิเวอร์พูล สาขา 2 อาร์เซนอล ก็ไม่ต่างกันเมื่อคอยป้อนนักเตะดีๆให้ แมนฯซิตี้ โดย คลิชี่ซึ่งเป็นอีกขุนพลไร้พ่ายของ “ปืนใหญ่” ที่ลงเล่นถึง 264 นัดแต่เมื่อทีมรักเข้าสู่ยุคปั้นเด็กเล่นเพื่อสุขภาพทำให้ โรแบร์โต้ มันชินี่ ดึงไปร่วมทีม
ก่อนมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยในฤดูกาล 2011-12 และ 2013-14 ตามลำดับ

6. คาร์ลอส เตเบซ (แมนฯยูไนเต็ด และ แมนฯซิตี้)
จะมีใครอาจหาญเท่า คาร์ลอส เตเบซ อีกล่ะครับเมื่อถูกยกให้เป็นการทรยศครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดหลังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกติดต่อกัน 2 สมัยให้ “ปีศาจแดง” ในฤดูกาล 2007-08 และ 2008-09 แต่ท้ายที่สุดไปชูถ้วยกับ “เรือใบ” ในซีซั่น 2011-12 ซะงั้น

7. นิโคลาส อเนลก้า (อาร์เซนอล และ เชลซี)
“นิโก้” ที่เป็นอีกนักเตะที่ทำกำไรให้ “ปืนใหญ่” อย่างมหาศาลหลัง อาร์แซน เวนเกอร์ คว้ามาจาก เปแอสเช ในวัย 17 ปีด้วยค่าตัวเพียง 500,000 ปอนด์ในปี 1997 แม้ช่วงต้นจะได้ลงเล่นไม่เยอะนักก่อนเป็นตัวหลักช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 1997-98 ภายหลัง เอียน ไรท์ เจ็บยาว
แค่ 2 ปีให้หลัง เรอัล มาดริด บ้าคลั่งซื้อไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 22.3 ล้านปอนด์ก่อนที่เจ้าตัวจะพเนจรไปเล่นให้ทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนฯซิตี้, เฟเนอร์บัคเช่,โบลตัน ก่อนมาได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับ เชลซี ในฤดูกาล 2009-10

8. เฮนนิ่ง เบิร์ก (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และ แมนฯยูไนเต็ด)
ต้นแบบเลยครับสำหรับ เฮนนิ่ง เบิร์ก เพราะแกเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ unlock การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ 2 สโมสรโดยได้กับ แบล็คเบิร์น ด้วยสถิติลงสนาม 42 นัดเต็มก่อนมาได้แชมป์รายการนี้กับ “ปีศาจแดง” อีก 2 สมัยซึ่งรวมถึงเทรปเปิ้ลแชมป์ในตำนานอีกด้วย

9. มาร์ค ซวาเซอร์ (เชลซี และ เลสเตอร์ ซิตี้)
ติดโผกับเขาอย่างเหลือเชื่อสำหรับ ซวาเซอร์ หลังเล่นให้กับทั้ง 2 สโมสรในฐานะผู้รักษาประตูสำรองแต่ไม่วายส้มหล่นได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติด
อย่างไรก็ตามกับ “จิ้งจอก” ที่ได้แชมป์ลีกในฤดูกาล 2015-16 ซวาเซอร์ ไม่ได้ลงเล่นแม้แต่นัดเดียวจึงหมดสิทธิ์ได้เหรียญ (อย่างต่ำต้อง 5 นัด) ทำให้เป็นแชมป์แค่ในทางทฤษฏีแต่ก็สร้างสถิติใหม่เป็นนักเตะคนแรกต่อจาก เอริค คันโตน่า ที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดติดต่อกัน 2 ปีกับ 2 สโมสร

10. โรเบิร์ต ฮูธ​​ (เชลซี และ เลสเตอร์ ซิตี้)
ตอนแรกที่ โจเซ่ มูรินโญ่ ให้โอกาส ฮูธ ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีอิทธิพลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า จอห์น เทอร์รี่ และ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ เลย
แต่ที่ทะยานขึ้นหิ้งคือการจับคู่กับ เวส มอร์แกน จนพา เลสเตอร์ ซิตี้ ได้แชมป์ลีก

11. เจมส์ มิลเนอร์ (แมนฯซิตี้ และ ลิเวอร์พูล”
“ท่านรอง” ย้ายจาก แอสตัน วิลล่า ซบ “เรือใบ” ด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ในปี 2010 และได้แชมป์ลีกกับที่นี่ 2 สมัยในปี 2011-12 และ 2013-14 ก่อนเริ่มหมดความสำคัญในทีมมหาเศรษฐีจนหมดสัญญาย้ายมา ลิเวอร์พูล แบบไร้ค่าตัวเมื่อปี 2015
แม้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับ “หงส์แดง” อาจได้ลงเล่นไม่มากนักแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอีกนักเตะหมุนเวียนที่ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายและมิดฟิลด์ในช่วงที่ต้องการขันเกมรับ
คงต้องมาดูกันว่าในวัย 34 ปี มิลเนอร์ จะตัดสินใจกับชีวิตที่เหลืออย่างไรต่อหลัง ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมบ้านเกิดเลื่อนชั้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเรียบร้อยแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...