โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

หนีตายไม่ให้ตาย แปลงเกม Resident Evil 2 เป็นนิยายเรื่องสั้นที่คุณไม่ควรพลาด

BT Beartai

อัพเดต 13 ก.ค. 2564 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2564 เวลา 08.59 น.
หนีตายไม่ให้ตาย แปลงเกม Resident Evil 2 เป็นนิยายเรื่องสั้นที่คุณไม่ควรพลาด

เมื่อพูดถึงเกมสยองขวัญเอาชีวิตรอดชื่อดัง หลายคนต้องคิดถึงเกมซีรีส์ ‘Resident Evil’ เป็นเกมแรก ๆ ด้วยความสนุกบวกกับเนื้อหาและตัวละครที่ถูกสร้างออกมาอย่างลงตัว จึงทำให้หลายคนหลงรักเกมซีรีส์นี้ ยิ่งในภาคแรก ๆ อย่าง ‘Resident Evil 2’ ในอดีตเมื่อปี 1998 ตัวเกมที่ออกมานั้นเรียกว่าสุดยอดทั้งในแง่ของเนื้อเรื่อง ที่สานต่อเรื่องราวจากเกมภาคแรกได้อย่างลงตัว รวมถึงระบบการเล่นที่เรียกว่า ‘Zapping‏‎’ ที่การกระทำของตัวละคร A ที่ทำไว้จะส่งผลกับตัวละครในเนื้อเรื่อง B ที่เชื่อมต่อกันไปมา จนทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงเชื่อมโยงกันไปมาของเนื้อหา จนเราต้องเล่นเกมนี้ถึง 4 รอบเพื่อเก็บเนื้อหาทั้งหมดที่ต่างกัน ซึ่งน่าเสียดายที่ระบบนี้ถูกตัดไปใน ‘Resident Evil 2 Remake’ และเพื่อเป็นการรำลึกถึง ‘Resident Evil 2’ ฉบับเก่า ทางทีมงานเลยไปนำเกมภาคนี้มาดัดแปลงเป็นนิยายให้อ่าน โดยในเนื้อหาจะใช้เรื่องราวของ ‘Resident Evil 2’ ฉบับเก่ามาเล่าแบบเนื้อเรื่องทั้ง A และ B คู่กันไปเลย เพื่อให้แฟนเกมเก่าและใหม่ได้รู้ถึงความดีงามของระบบ ‘Zapping‏‎’ ว่าดีงามขนาดไหน ถ้าพร้อมแล้วก็มาหนีตายในโรงพักมรณะพร้อมกันเลย

Resident Evil 2

‘Raccoon City’ 1998 ค่ำคืนอันมืดมิดบนถนนหลวงสายหลักที่ตรงทางเข้าเมืองนั้นช่างเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องเบา ๆ สองข้างทางในเมืองนี้ไร้ผู้คนเหมือนเมืองร้าง เหลือเพียงแสงไฟตามข้างถนน ที่ตอนนี้มีมอเตอร์ไซด์และรถอีกคันที่เพิ่งขับผ่านเข้าไปในเมืองเท่านั้น แต่ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งกลับไม่ใช่แบบนั้น จู่ ๆ ก็มีร่างชายคนหนึ่งที่เหมือนศพถูกผลักออกมาจากร้านอาหารจนกระจกแตก ชายคนนั้นดูเหมือนคนตายมากกว่าจะเป็นมนุษย์

“บ้า นี่มันอะไรกัน” ชายขับรถบรรทุกน้ำมันบ่นอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเขาถูกชายที่เหมือนศพกัดที่แขนเมื่อเดินเข้าไปในร้านอาหาร ก่อนที่เขาจะหนีตายขึ้นมาบนรถเพื่อขับหนีเข้าไปในเมือง

ย้อนกลับมาที่รถคันที่เพิ่งขับผ่านปั๊มน้ำมันก่อนหน้านี้ไปเมื่อไม่กี่นาที ชายหนุ่มในชุดตำรวจ R.P.D สีน้ำเงินกำลังขับรถตรงเข้ามาในเมืองอันเงียบสงบ

“นั่นอะไร” นายตำรวจหนุ่มอุทานออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นอะไรบางอย่างนอนอยู่บนถนน เมื่อลงมาดูเขาก็พบฝูงอีกาที่กำลังรุมกินซากอะไรบางอย่างกลางถนน ด้วยความสงสัยชายหนุ่มในชุดตำรวจจึงลงไปตรวจสอบ ก่อนจะพบว่าร่างนั้นคือศพของคนที่ตายอยู่กลางถนน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีศพมานอนตายอยู่ตรงนี้” นายตำรวจหนุ่มอุทานออกมาด้วยความสงสัยระหว่างตรวจสอบศพ เพราะมันไม่ใช่เรื่องปกติแล้วที่เราจะได้เห็นศพคนนอนตายกลางถนนในเมืองแบบนี้ และไม่ทันที่เขาจะหายสงสัยก็มีเสียงฝีเท้าของคนหลายคนเดินมาที่ด้านหลังของเขา คนเหล่านั้นตาขาวโพลนไม่มีตาดำสภาพเปื้อนเลือดมีบาดแผลตามตัวเหมือนหลุดมาจากภาพยนตร์สยองขวัญก็ไม่ปาน “หยุดอย่าขยับ” นายตำรวจเล็งปืนสั่งกลุ่มคนเหล่านั้นแต่เหมือนพวกเขาจะไม่สนใจคำขู่เลย และที่ตอกย้ำความสยองมากขึ้นไปอีกคือร่างของศพหญิงสาวที่นอนตายบนพื้นก็ขับได้ จนชายหนุ่มตัดสินใจยิงปืนใส่ร่างเหล่านั้นรวมถึงร่างของศพหญิงสาวบนพื้นแต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่เป็นอะไรเลย

Resident Evil 2

ย้อนเวลากลับมาที่รถมอเตอร์ไซด์อีกคันที่ขับเข้ามาในเมืองผ่านปั๊มน้ำมัน หลังจากรถของนายตำรวจหนุ่มไม่กี่นาที หญิงสาวในชุดสีแดงผู้ผมหางม้าสีน้ำตาลก็ลงมาจากรถมอเตอร์ไซด์คันเก่ง เพื่อแวะมาทางอาหารหลังจากเดินทางมาอย่างยาวนานจนมาถึงเมือง

“สวัสดี มีใครอยู่ไหม” หญิงสาวทักทายตามมารยาทเมื่อเข้ามาในร้านอาหารที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่ภายในนี้กลับเงียบสนิทไม่มีใครอยู่เลย ไม่ซิต้องพูดว่าตั้งแต่ที่เธอขี่รถเข้ามาก็ยังไม่เจอใครเลย ทั้งที่เมือง ‘Raccoon City’ คือเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 100,000 คน แต่ทำไมมันถึงเงียบอย่างกับป่าช้าได้ขนาดนี้

หญิงสาวเดินสำรวจในร้านด้วยความแปลกใจ ตอนนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังเคี้ยวอะไรบางอย่างในร้านด้านใน จนเมื่อเดินไปถึงก็เห็นเจ้าของร้านอาหารกำลังนั่งกินศพของลูกค้าอยู่

“เอ่อ ฉันขอโทษจริง ๆ ที่มาขัดจังหวะคุณ เชิญตามสบายเลยนะ” นี่ฉันพูดอะไรออกไปหญิงสาวที่มีท่าทางตกใจบ่นกับตัวเอง ที่เห็นชายท่าทางน่ากลัวกำลังกินศพมนุษย์ และชายคนนั้นก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่เธอ จนหญิงสาวถอยหลังออกห่างจากชายคนนั้น “เชิญคุณกินต่อไปได้เลยฉันไม่กวนแล้ว เอ่อ อย่าเดินมาได้ไหม” หญิงสาวถอยหลังมาที่ประตูทางออกแต่ก็พบร่างคนที่เหมือนศพรออยู่ที่หน้าประตู

เมื่อไร้ทางหนีหญิงสาวที่ลนลานจึงรีบวิ่งไปที่ประตูทางออกหลังร้าน แต่เมื่อเปิดประตูออกมาเขากลับพบนายตำรวจที่กำลังเล็งปืนมาทางเธอ

“เดี๋ยวอย่ายิง” หญิงสาวร้องตะโกนด้วยความตกใจ

“ก้มลง” นายตำรวจหนุ่มบอกหญิงสาวก่อนที่เขาจะยิงใส่เจ้าของร้านอาหารที่เดินตามมาจนล้มลง

Resident Evil 2

“เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ไปที่สถานีตำรวจที่นั่นจะปลอดภัยกว่า” นายตำรวจหนุ่มบอกกับหญิงสาว ทั้งคู่จึงพากันวิ่งหนีออกจากตรงนั้น จนไปพบรถตำรวจที่จอดทิ้งไว้ทั้งสองคนจึงขับออกมา ทำให้ทั้งคู่รอดจากคมเขี้ยวของเหล่าคนตายเดินได้อย่างหวุดหวิด

“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น ฉันเพิ่งมาถึงเมืองนี้ก็เกิดเรื่องบ้าขึ้นมาเลย” หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“เยี่ยม วิทยุก็พัง” นายตำรวจหนุ่มที่ไม่ได้สนใจฟังที่หญิงสาวบ่น เขาอุทานออกมาเมื่อพยายามวิทยุขอความช่วยเหลือแต่วิทยุกลับพัง

“นี่คุณเป็นตำรวจใช่ไหม” หญิงสาวที่กำลังหงุดหงิดหันมาถามนายตำรวจหนุ่มที่เป็นคนขับ

“ใช่ ทำงานวันแรกของผมสุดยอดไปเลย” ชายหนุ่มพูดประชด “ผมชื่อ ลีออน เคนเนดี (Leon Kennedy) ยินดีที่ได้รู้จัก” นายตำรวจหนุ่มแนะนำตัว

“ฉัน แคลร์ แคลร์ เรดฟิลด์ (Claire Redfield) ฉันมาตามหาพี่ชายที่ชื่อ คริส (Chris) ที่นี่” หญิงสาวบอก

รถตำรวจวิ่งผ่านเข้ามาในเมืองโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีรถบรรทุกน้ำมันกำลังขับตามมาด้วยความเร็ว

“นี่ คุณลองดูที่ช่องเก็บของซิ น่าจะมีอะไรที่พอใช้ได้บ้าง” ลีออนบอกกับแคลร์ หญิงสาวที่เปิดช่องเก็บของก็พบปืนพกหนึ่งกระบอก

“คุณใช้เป็นไหม” ลีออนถาม

“แน่นอน พ่อกับพี่ชายฉันเป็นทหารกับหน่วยพิเศษ ฉันถูกฝึกให้ใช้ไอ้นี่มาตั้งแต่เด็ก” แคลร์เช็กปืนนั้นอย่างชำนาญ

และไม่ทันที่แคลร์จะพูดจบจู่ ๆ ก็มีร่างของซอมบี้ตัวหนึ่งที่อยู่ข้างหลังกระโจนเข้ามาระหว่างทั้งคู่ จนรถตำรวจเสียหลักส่ายไปมาไม่สามารถควบคุมได้ ก่อนที่รถจะเสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าจนร่างของซอมบี้นั้นกระเด็นทะลุกระจกตายคาที่

“คุณโอเคไหม” ลีออนถามแคลร์ทั้งที่ตัวเอกทั้งจุกและมึน โชคดีที่ทั้งคู่รัดกเข็มขัดนิรภัยจึงรอดมาได้

“ยังครบ 32 มั้ง” แคลร์ตอบอย่างโล่งอก

แต่เคราะห์กรรมยังไม่จบเพราะไม่ทันที่ทั้งคู่จะหายมึนจากแรงชน เขาก็ได้ยินเสียงรถบรรทุกน้ำมันวิ่งแบบไม่ชะลอความเร็วตรงมาที่ทั้งคู่ เพราะตอนนี้คนขับรถบรรทุกน้ำมันได้กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว

“วิ่ง” ลีออนตะโกนบอกกับแคลร์ระหว่างที่ปลดเข็มขัดนิรภัยและออกมาจากรถได้ทันอย่างเฉียดฉิว

ตูม เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั้งเมืองแยกคนทั้งคู่ออกจากกันคนละฝั่ง

“แคลร์ ปลอดภัยไหม” ลีออนตะโกนถามผ่านเปลวไฟที่ลุกตรงหน้า

“ฉันโอเค” แคลร์ตะโกนบอกอีกฝั่งของเปลวไฟ

“ดีงั้นเราไปเจอกันที่โรงพัก โชคนีนะ” ลีออนตะโกนบอกก่อนที่ทั้งคู่จะแยกทางกัน

พวกเขาถูกแยกกันโดยโชคชะตาที่เลี่ยงไม่ได้ และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายเท่านั้น

Resident Evil 2

เสียงระเบิดได้เรียกพวกคนตายที่ได้ยินเสียงให้มารวมตัวกันที่ถนน ลีออนจึงต้องพยายามเอาชีวิตรอดด้วยทักษะของตำรวจที่เรียนมา จนวิ่งมาถึงร้านขายปืนแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นน่าจะมีสิ่งที่เขาต้องการ

“หยุดตรงนั้น” ชายเจ้าของร้านขายปืนร่างอ้วนตะโกนบอกลีออนเมื่อเขาเข้ามาในร้าน “แกเป็นใครมาทำอะไรที่นี่”

“เดี๋ยวอย่ายิง ผมเป็นมนุษย์” ลีออนตะโกนด้วยความตกใจ

“ขอโทษทีคุณตำรวจ ผมคิดว่าคุณคือพวกมันเสียอีก” ชายร่างอ้วนลดปืนและเดินมาปิดประตูร้าน

“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น” ลีออนถามด้วยความแปลกใจ

“ผมเองก็ไม่รู้ จู่ ๆ ชาวบ้านก็กลายเป็นซอมบี้ออกมาไล่กินคน ผมที่ไม่รู้จะไปไหนก็พยายามแจกจ่ายปืนให้กับผู้คนเพื่อป้องกันตัว คุณเองก็ควรระวังตัวด้วยนะคุณตำรวจที่นี่ไม่ปลอดภัย” ชายร่างอ้วนบอกกับลีออน

“งั้นไปที่โรงพักกับผมไหมที่นั่นน่าจะปลอดภัย” ลีออนชวน

“ไม่ดีกว่าสำหรับผมที่นี่ปลอดภัยที่สุดแล้ว ถ้าคุณจะไปที่โรงพักก็ผ่านทางซอยหลังร้านไปทางสนามกีฬา จะทะลุไปถึงถนนใหญ่ทางนั้นจะพาคุณไปถึงโรงพัก ขอให้โชคดี” ชายเจ้าของร้านปืนบอกกับลีออน

แต่ไม่ทันทีเขาจะพูดจบเหล่าซอมบี้ที่ตามลีออนมาก็พังกระจกมารุมกินร่างชายเจ้าของร้านต่อหน้าต่อตา สิ่งที่ลีออนทำได้แค่หนีออกมาจากตรงนั้น เพราะพวกมันมีมากเกินไปกว่าปืนพกจะฆ่ามันทุกตัวได้

ลีออนวิ่งผ่านมาตามที่ชายร้านปืนบอกด้วยความเจ็บใจที่ไม่สามารถช่วยชายคนนั้นได้ ระหว่างทางที่ไปโรงพักนั้นลีออนเจอซอมบี้และซากศพคนตายมากมายตามถนน สีหน้าของทุกศพนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสิ้นหวัง นี่มันคือนรกบนดินชัด ๆ

Resident Evil 2

เมื่อมาถึงโรงพักสภาพของที่นี่ก็ไม่ต่างกับในเมืองที่เต็มไปด้วยซากศพคนตาย และที่ตรงทางเข้าก็พบชายชุดสีเหลืองที่ติดป้ายหน่วย S.T.A.R.S. ที่ตอนนี้เป็นซอมบี้ไปแล้วเดินขวางทางจนลีออนต้องยิงทิ้งก่อนเข้าไปในโรงพัก

เมื่อเข้ามาด้านในสถานีตำรวจที่นี่กลับว่างเปล่า ลีออนจึงรีบเดินมาที่ห้องทำงานตำรวจที่ภายในนี้มีการประดับป้ายยินดีต้อนรับลีออนที่เป็นนายตำรวจใหม่ที่จะมารับตำแหน่งที่นี่ แต่ไม่ทันที่จะมีงานเลี้ยงฉลองที่นี่กลับเต็มไปด้วยคราบเลือดและความตาย

“นั่นใคร” เมื่อลีออนเข้ามาในห้องทำงานเขาก็ได้เสียงของใครบางคนดังขึ้นมา เมื่อไปดูก็พบนายตำรวจผิวสีที่กำลังบาดเจ็บนั่งอยู่ “นั่นคุณนายตำรวจใหม่ใช่ไหม” นายตำรวจผิวสียิ้มทักทายลีออน “มาสายนะคุณตำรวจ งานเลี้ยงเลิกไปแล้ว”

“ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ลีออนถามด้วยความสงสัย นอกจากความกลัวแล้วความสงสัยที่ถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นสึนามิก็ทำให้เขาต้องถามนายตำรวจคนนั้น แม้มันจะไม่ใช่เวลาที่ควรถามก็ตาม

“เมื่อ 2 เดือนก่อนหน่วย S.T.A.R.S. ได้ไปเจอคฤหาสน์กลางป่าที่มีการทดลองเชื้อไวรัสที่นั่น จนสืบรู้ว่าทุกอย่างนั้นเกี่ยวกับบริษัทยา ‘Umbrella Corporation’ พวกหน่วย S.T.A.R.S. ที่รอดชีวิตก็พยายามจะเปิดโปงเรื่องนี้แต่ไม่มีใครเชื่อ สุดท้ายเชื้อโรคก็ระบาดมาจนถึงในเมือง พอเรารู้ตัวอีกทีชาวเมืองก็กลายเป็นผีดิบไปหมดแล้ว นายก็ควรหนีไปจากที่นี่” นายตำรวจผิวสีบอกกับลีออน

“อดทนไว้เราจะหนีไปด้วยกัน” ลีออนพยายามจะช่วยนายตำรวจ

“ผมคงไปไม่ไหวแล้วคุณไปช่วยคนที่รอดชีวิตคนอื่นเถอะ” นายตำรวจให้การ์ดผ่านทางในสถานีตำรวจเพื่อเปิดประตูในโรงพักแก่ลีออน

“แต่” ลีออนลังเล

“บอกให้ไปไง” นายตำรวจตะโกนใส่ลีออนพร้อมเล็งปืนมาทางเขา

“ได้ งั้นคุณรอผมตรงนี้ ถ้าผมหาทางได้จะมารับคุณ” ลีออนบอก

“ถ้าช้าผมไม่รอนะ” นายตำรวจพูดยิ้ม ๆ เป็นเชิงประชด

ด้วยการ์ดที่ได้มาลีออนจึงสามารถเปิดประตูได้ทั้งหมดในโรงพัก จากคอมพิวเตอร์ที่ห้องโถงทางเข้า จนเมื่อเขาเข้ามาที่ทางเดินด้านข้างโรงพัก ระหว่างทางก่อนจะเดินไปถึงทางเดินที่หน้าต่างลีออนได้พบอะไรบางอย่างวิ่งผ่านหน้าต่างไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเปิดประตูมาถึงทางเดินลีออนก็พบกับคราบเลือดบนพื้นและศพนายตำรวจที่นอนตายอยู่บนพื้น จนเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปก็พบกับตัวประหลาดคล้ายจิ้งจกโดนถลกหนัง แต่มันคือร่างของมนุษย์ที่มีสมองขนาดใหญ่พร้อมกงเล็บทั้งมือและเท้า พร้อมกับเขี้ยวและลิ้นที่ยาวกำลังหันมาทางลีออน

“ตัวอะไรวะนั่น” ลีออนตะโกนออกมาด้วยความตกใจจนเจ้าสัตว์ประหลาดนั้นหล่นลงมาบนพื้นและตบลีออนจนคอขาด.. YOU DIED

เริ่มเล่นใหม่….ตัดมาทีลีออนอีกครั้งเมื่อเห็นเจ้าสัตว์ประหลาด เขาก็ฆ่ามันทันทีแม้มันจะมีลิ้นยาวในการโจมตี แต่ลีออนก็เห็นว่าเจ้าตัวนี้มันมองไม่เห็น มันจะจับความเคลื่อนไหวด้วยเสียงเขาจึงเอาชนะมันมาได้ จนมาถึงห้องทำงานของหน่วย S.T.A.R.S.

Resident Evil 2

ย้อนเวลากลับมาที่แคลร์ เรดฟิลด์ หลังจากที่แยกทางกับลีออนเธอก็วิ่งไปตามถนนในเมือง ที่ถือว่าเธอโชคดีเพราะตรงที่แคลร์อยู่นั้นคือด้านหลังของโรงพักพอดีตรงลานจอดรถตำรวจ แคลร์ผ่านมาทางโรงจอดรถตำรวจก็มาถึงตัวโรงพักตามหลังลีออนไม่นาน และเมื่อมาถึงที่นั่นเธอก็พบกับเฮลิคอปเตอร์กำลังมารับนายตำรวจที่กำลังขอความช่วยเหลือ นายตำรวจคนนั้นมีท่าทางดีใจว่าคงรอดชีวิต แล้วโดยที่ไม่รู้เลยว่าที่ด้านหลังมีซอมบี้สองตัวกำลังเดินมาทำร้ายตน  ด้วยความตกใจเขาจึงวิ่งหนีและยิงใส่ซอมบี้ด้วยความรนราน แต่ซอมบี้พวกนั้นกลับไม่เป็นอะไรเลย ตรงข้ามมันกลับยังเดินมาจนนายตำรวจคนนั้นถูกซอมบี้รุมกินทั้งเป็น ซึ่งตอนที่นายตำรวจคนนั้นถูกกิน ปืนในมือของเขาก็ยังอยู่ในไกปืนค้างไว้ และมันก็ลั่นไปยิงโดนเฮลิคอปเตอร์จนตกลงมาชนในโรงพักต่อหน้าต่อตาแคลร์

“ไม่นะ พระเจ้า” แคลร์อุทานออกมาด้วยความผิดหวัง เธอพยายามรวบรวมกำลังใจตัวเองเพื่อการเดินหน้าต่อไป เธอวิ่งอ้อมไปที่ประตูทางเข้าโรงพักซึ่งที่นั่นเธอพบกับชายชุดสีเหลืองที่มีป้ายหน่วย S.T.A.R.S. เหมือนพี่ชายเธอนอนตายอยู่ แปลว่าที่นี่ยังมีคนของหน่วย S.T.A.R.S. อยู่ และเป็นไปได้ว่าพี่ชายของเธออาจจะกำลังหนีตายอยู่ในโรงพักก็เป็นได้ แคลร์คิดในใจอย่างมีความหวัง

แคลร์เข้าไปในโรงพักที่เต็มไปด้วยซอมบี้ แต่ด้วยทักษะที่เรียนรู้มาจากพ่อและพี่ชายที่เป็นทหารแคลร์ จึงมีความสามารถในการเอาตัวรอดรวมถึงการใช้อาวุธแบบต่าง ๆ ไม่ต่างกับหน่วยพิเศษ แต่เธอก็ไม่เคยต้องไปเจอเรื่องเลวร้ายจนต้องงัดทักษะนี้มาใช้เลย และการเล็งปืนใส่คนไม่ซิมันไม่ใช่คนนั้นนี่เป็นครั้งแรกของเธอเลย

“เจ้าพี่ชายบ้า ถ้ารอดไปได้นายได้เจ็บตัวแน่คริส” แคลร์บ่นระหว่างเดินในโรงพักที่เงียบสงบหลังจากเก็บซอมบี้มาหลายตัว โชคดีที่ในโรงพักมีกระสุนมากพอให้เธอใช้ป้องกันตัว

และในระหว่างที่แคลร์หาทางดับไฟจากเฮลิคอปเตอร์ที่ขวางทางตอนนั้นเองที่นอกหน้าต่างก็มีเสียงเฮลิคอปเตอร์ดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยแต่มันคือเฮลิคอปเตอร์ที่ทิ้งอะไรบางอย่างลงมาตามจุดต่าง ๆ ในเมือง และหนึ่งในนั้นก็คือในโรงพักนี้ด้วย

Resident Evil 2

แคลร์วิ่งตามไปดูที่ต้นเสียงระเบิดของสิ่งที่ตกลงมา สิ่งที่เธอได้พบคือร่างของชายสวมเสื้อคุมขนาดใหญ่ที่ไม่ว่าจะดูมุมไหนก็ไม่น่าจะเป็นมนุษย์ และเมื่อเจ้ายักษ์นั่นเห็นแคลร์มันก็ตรงมาทำร้ายเธอทันทีจนหญิงสาวต้องหนีตายเอาชีวิตรอด

“นี่มันตัวอะไรกัน” หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจที่ไม่ใช่แค่ตัวประหลาดร่างยักษ์ แต่ยังมีตัวประหลาดลิ้นยาวที่ไล่ล่าเธอ “เอาตะกั่วไปกินซะ” หญิงสาวสามารถเอาชนะเจ้าลิ้นยาวมาได้จนมาถึงห้องทำงานหน่วย S.T.A.R.S. พร้อมกับลีออนในนั้น

“ลีออน” แคลร์ทักทายด้วยความดีใจเมื่อเห็นลีออนอีกครั้ง

“ดีจริง ๆ ที่เธอยังมีชีวิตอยู่” ลีออนยิ้มอย่างโล่งอกไม่ต่างกัน เขามองตาหญิงสาวที่กำลังยิ้ม “แคลร์เสียใจเรื่องพี่ชายคุณด้วยแต่เขาไม่ได้อยู่ที่นี่” ลีออนส่งสมุดบันทึกของคริสให้แคลร์อ่าน ในนั้นบอกว่าคริสเดินทางไปที่ยุโรปเพื่อตามหาเรื่องราวของ ‘Umbrella Corporation’ เพราะอยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

แคลร์ที่แม้จะโล่งอกที่พี่ชายปลอดภัย แต่ตนเองก็ไม่รู้ว่าจะรอดชีวิตไปเจอพี่ชายไหม

“เราต้องรอดไปให้ได้ เราต้องแยกกันไปหาทางออกจากที่นี่ เอานี่ไปถ้ามีอะไรเราจะได้ติดต่อกันได้” ลีออนบอกแผนกับแคลร์พร้อมให้วิทยุสื่อสารกับเธอ และก่อนที่แคลร์จะออกไปจากห้องเธอก็ได้รับแฟกซ์ที่ถูกส่งมาจากคริสเกี่ยวกับการสืบสวนเกี่ยวกับ ‘Umbrella Corporation’ ที่กำลังทดลองเชื้อตัวใหม่ที่ชื่อว่า ‘G-Virus’ และขอให้คนที่อยู่ในหน่วย S.T.A.R.S. รับช่วงไปสืบต่อ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าที่เมืองแห่งนี้กำลังกลายเป็นนรกไปแล้ว นั่นก็แปลว่าตอนนี้โลกภายนอกยังไม่ทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองตอนนี้

เมื่อแคลร์ออกมาจากห้องของหน่วย S.T.A.R.S. เธอก็พบเด็กผู้หญิงผมสีทองในชุดนักเรียนร้องด้วยความตกใจที่เห็นซอมบี้ ก่อนที่เด็กคนนั้นจะวิ่งหนีจากไป

Resident Evil 2

แคลร์วิ่งไล่ตามเด็กผู้หญิงคนนั้นไปทันที จนพบว่าเธอนั้นมุดไปที่ประตูตรงซากเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเธอไม่สามารถมุดตามไปได้แคลร์จึงใช้ระเบิดเปิดทางเข้าไปในนั้น

เมื่อระเบิดประตูเข้ามาได้แคลร์ก็เห็นป้ายตรงทางเดิน จนทราบว่าที่นั่นคือทางเข้าห้องทำงานของ ไบรอัน ไอรอนส์ (Brian Irons) หัวหน้ากรมตำรวจ ‘Raccoon City’

เมื่อแคลร์เข้ามาในห้องทำงานไอรอนส์ก็พบชายแก่ร่างอ้วนนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน และที่แปลกประหลาดน่าสยองกว่านั้นคือที่บนโต๊ะทำงานของชายร่างอ้วน มีร่างของหญิงสาวชุดสีขาวนอนเสียชีวิตอยู่

ชายร่างอ้วนเล็งปืนมาทางเธอก่อนจะลดปืนลง “ขออภัยด้วยผมคิดว่าคุณคือซอมบี้” ชายร่างอ้วนบอกกับแคลร์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าแปลกใจ

“คุณคือหัวหน้ากรมตำรวจไอรอนส์” แคลร์ถาม

“แล้วคุณคือใคร หึ ไม่ต้องบอกก็ได้เพราะอีกเดี๋ยวคุณก็ถูกพวกมันกินแบบคนอื่น ๆ อยู่ดี” ไอรอนส์พูดติดตลกแต่แคลร์ไม่ขำเลย ตรงข้ามเธอกลับสงสัยศพหญิงสาวที่นอนบนโต๊ะนั้นคือใคร ไอรอนที่เห็นท่าทางสงสัยของแคลร์จึงอธิบาย “นั่นศพลูกสาวผมเอง ผมดูแลเธอไม่ได้แต่เธอก็สวยจริง ๆ ผิวของเธอช่างสมบูรณ์แบบ ที่น่าเสียดายเพราะอีกเดี๋ยวเธอก็กลายเป็นศพเดินได้” ไอรอนส์มองร่างที่ไร้วิญญาณด้วยความอาวรณ์จนแคลร์รู้สึกแปลกใจ

“งั้นคุณก็ยิงเธอที่หัวไปเสียก่อนกลายร่างซิ” แคลร์บอก

“ผมชอบเก็บความทรงจำเอาไว้ด้วยการสต๊าฟไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือสิ่งต่าง ๆ แต่ช่างเถอะผมอยากอยู่คนเดียวคุณไปเถอะ” ไอรอนส์บ่นกับตัวเองก่อนจะไล่แคลร์ไป

แคลร์ทิ้งความสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นจนลืมถามเรื่องเด็กผู้หญิงที่ผ่านมาในห้อง เธอเดินต่อมาด้านในห้องทำงานของไอรอนส์ ผ่านเสือสต๊าฟที่น่าขนลุกจนมาเจอเด็กสาวที่แอบอยู่ในห้องด้วยความหวาดกลัว

“ไม่ต้องกลัวฉันไม่ใช่ซอมบี้” แคลร์รีบคว้าตัวเด็กน้อยเอาไว้เมื่อเธอวิ่งหนี

เด็กน้อยที่มีท่าทางตกใจแต่เมื่อรู้ว่าแคลร์ไม่ทำร้าย เธอจึงหยุดร้องและกอดหญิงสาวทั้งน้ำตาด้วยความหวาดกลัว

“พี่ชื่อแคลร์ เธอชื่ออะไร” แคลร์ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เชอร์รี่ (Sherry) “ เด็กน้อยตอบ

“แล้วพ่อแม่เธอไปไหน” แคลร์ลูบหัวเด็กน้อยเพื่อปลอบใจ

“คุณพ่อกับคุณแม่ทำงานในโรงงานเคมีของ ‘Umbrella Corporation’ ใกล้ ๆ เมืองนี่เอง” เชอร์รี่ตอบทั้งน้ำตา

“โรงงานเคมี แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่”

“คุณแม่โทรมาบอกให้หนูมาแอบที่สถานีตำรวจเพราะที่บ้านไม่ปลอดภัย”

“ฉันว่าที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยนะ ทางที่ดีหนูควรมากับพี่จะปลอดภัยกว่า” แคลร์พูดด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ พี่จะไม่ปลอดภัยถ้ามากับหนู ตอนนี้มีตัวประหลาดที่ตัวใหญ่กว่าซอมบี้กำลังไล่ตามหนู” ระหว่างที่เด็กน้อยกำลังพูดก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นมา “นั่นคือตัวประหลาดที่ตามล่าหนู พี่ก็ระวังตัวด้วย” เด็กน้อยพูดจบก็วิ่งหนีไปทิ้งแคลร์เอาไว้ตัวคนเดียว

“เดี๋ยวเชอร์รี่”

Resident Evil 2

กลับมาที่ลีออนที่ออกมาจากห้องทำงานของหน่วย S.T.A.R.S. เมื่อแยกกับแคลร์ เขาจึงคิดจะไปหานายตำรวจผิวสีที่บาดเจ็บเพื่อบอกเขาถึงข้อมูลเรื่องการทดลองของ ‘Umbrella’ ทั้ง ‘G-Virus’ และเรื่องต่าง ๆ แต่เมื่อมาถึงก็ช้าไปเสียแล้วเพราะนายตำรวจคนนั้นได้กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว ลีออนจึงต้องฆ่าเขาทิ้งอย่างไม่มีทางเลือก ก่อนที่จะหาทางไปต่อโดยลีออนทราบว่าทางใต้ดินของสถานีตำรวจสามารถพาเขาออกไปจากเมืองได้ แต่ระหว่างทางที่ลีออนกำลังไปถึงโรงจอดรถชั้นใต้ดินเขาก็พบหญิงสาวผมสั้นในชุดรัดรูปสีแดงเล็งปืนมาทางเขา

“ขอโทษด้วย พอดีฉันเห็นเครื่องแบบตำรวจของคุณ เลยคิดว่าคุณคือพวกมัน” หญิงสาวเดินมาขอโทษลีออนเมื่อเธอเกือบยิงเขาแต่เธอยิงพลาดลงพื้น

“คราวหน้าถ้าจะยิงก็เล็งที่หัว” ลีออนผู้ประชด “คุณชื่ออะไร” ลีออนทำเสียงหล่อ

“เอด้า วอง (Ada Wong) ฉันกำลังตามหาชายที่ชื่อเบ็น (Ben) เขาคือนักข่าวที่สืบเรื่องราวของ ‘Umbrella’ ชายคนนั้นน่าจะรู้เรื่องราวบ้า ๆ นี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจนน่าแปลกใจ เพราะสถานที่นรกแตกแบบนี้ถ้าไม่เป็นบ้าไปก่อนก็คงจะมีแต่คนที่เคยผ่านนรกมาแล้วเท่านั้นจึงไม่รู้สึกอะไร “เท่าที่ฉันรู้มาเขาถูกขังอยู่ที่โรงพักนี้แต่รถตำรวจมันจอดขวางทางจนฉันขยับมันไม่ได้ ขอแรงคุณตำรวจช่วยเหลือประชาชนหน่อยได้ไหม”

หลังเข็บรถไปได้ทั้งสองคนผ่านฝูงซอมบี้ที่ขวางทางจนเข้ามายังคุก

“ให้เดานะนายคือเบ็นใช่ไหม ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” ลีออนที่วิ่งมาถึงคุกด้านในสุดก็พบชายวัยกลางคนกำลังนอนหลับอยู่ในคุก

“คุณต้องการอะไร ผมกำลังหลับอยู่เลย” เบ็นชายวัยกลางคนบ่น

เอด้าที่เข้ามาภายหลังมองมาทางชายวัยกลางคนด้วยสายตาเรียบเฉย “คุณเป็นนักข่าวที่ตามสืบเรื่องราวของ ‘Umbrella’ ใช่ไหม แล้วคุณบอกอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่รู้กับเจ้าหน้าที่บ้าง” เอด้าถาม

“แล้วคุณจะอยากรู้เรื่องนี้ไปทำไม” เบ็นมองมาทางลีออนและเอด้า “แทนที่จะหนีตายเอาชีวิตรอดจากเมืองห่าผีนี้” เบ็นทิ้งน้ำเสียงด้วยความไม่พอใจ

“ฉันจำเป็นต้องรู้ เพราะจอห์น (John) แฟนของฉันที่ทำงานให้กับ ‘Umbrella’ สาขาชิคาโก้ได้หายตัวไปเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว จอห์นบอกฉันว่าเขาจะมาทำงานที่นี่ก่อนขาดการติดต่อ” เอด้าพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอไม่มีท่าทางของความเสียใจหรือมีความหวังในน้ำเสียงเลย ทั้งที่พูดถึงแฟนที่หายตัวไปเมื่อเทียบกับแคลร์ที่พูดถึงพี่ชาย

เบ็นถอนหายใจแรง ๆ “ถ้าผมรู้แล้วทำไมผมต้องบอกคุณด้วยว่ะ ครับ”

“โอเค ถ้านายบอกฉันจะปล่อยตัวนายออกมา นายจะได้หนีไปจนเมืองนรกนี้” ลีออนยื่นข้อเสนอ

เบ็นหัวเราะ “ผมมีกุญแจอยู่แล้ว ผมต่างหากที่ขังตัวเอง อยู่ในนี้ผมปลอดภัยกว่าอยู่ข้างนอก  อีกไม่นานก็คงจะมีหน่วยอะไรก็ตามมาช่วยผมแน่ ๆ ไม่ก็เป็นพวก ‘Umbrella’ ถ้ามันไม่อยากฆ่าผมก็คงอยากจะรู้ในสิ่งที่ผมมี”

ระหว่างนั้นเองก็มีเสียงร้องของตัวประหลาดดังขึ้นมา(เสียงเดียวกับที่แคลร์เชอร์รี่ได้ยิน)

“อย่างที่บอกถ้าออกไปก็อาจจะโดนตัวประหลาดจับกิน สู้อยู่ในนี้ดีกว่า” เบ็นบอก

“ก็ตามใจแกนะ อ้อ และถ้าแกไม่รู้ฉันมาจากนอกเมือง ที่นั่นเละมาก ๆ คิดว่าความช่วยเหลือที่แกรอคงไม่มาเร็ว ๆ นี้หรอก แต่ถ้านายอยากรอความช่วยเหลือก็ตามใจก็แล้วกัน ถ้าอยากเน่าตายในกรงขังก็เชิญ” ลีออนพูดเสียงดุ

เบ็นลังเล “แต่คุณนายตำรวจใหม่คุณรู้ทางหนีออกไปจากที่นี่หรอ เอาแบบนี้นะผมจะบอกทางคุณ ที่ด้านหลังจุดเลี้ยงสุนัขตำรวจมีทางเชื่อมไปยังท่อระบายน้ำใต้ดิน ถ้าเปิดทางได้ก็มาบอกผมก็แล้วกัน”

เอด้าและลีออนไม่มีทางเลือกนอกจากจะเชื่อในสิ่งที่นักข่าวคนนี้บอก ทั้งคู่มายังประตูจุดที่เลี้ยงสุนัขตำรวจ แต่ประตูนั้นถูกปิดตายไปแล้ว

“มันถูกปิดจากข้างใน คงเพราะพวกสุนัขตำรวจได้กลายเป็นซอมบี้ จึงมีการปิดตายทางเข้าออกที่นั่น แต่เรายังโชคดีที่กุญแจเพื่อใช้เปิดทางระบายน้ำก็ต้องไปเอาในส่วนของที่เลี้ยงสุนัขตำรวจ” ลีออนบอกกับเอด้า “ลืมแนะนำตัวเลย ผม ลีออน เคนเนดี เป็นตำรวจของที่นี่” ลีออนเก็กเสียงหล่อ

เอด้าพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร “ทางนั้นฉันน่าจะขึ้นไปได้” เอด้าชี้ไปที่ช้องด้านบนประตู

“แต่มันอันตรายเกินไป” ลีออนแย้ง

“หรือจะให้ฉันส่งคุณข้ามไป ฉันแบกคุณไม่ไหวหรอกนะคุณตำรวจ” เอด้าพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“อ้อ ขอโทษผมลืมคิดไป” ลีออนรีบก้มตัวให้เอด้าปีนขึ้นไปทางช่องเหนือประตู “ระวังตัวด้วย”

ลีออนยืนรออย่างมีความหวังและภาวนาให้หญิงสาวปลอดภัย ขณะที่เอด้าก็ผ่านฝูงซอมบี้ได้อย่างไม่ยากเย็น เหมือนเธอไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาอย่างที่ลีออนเข้าใจ

“ลีออนรับนะ” ไม่นานเอด้าก็ตะโกนบอกลีออนจากอีกด้านของประตูเพื่อให้เขารับกุญแจที่เธอได้มา

“ฉันกลับทางเดิมไม่ได้ ฉันจะหาทางอื่นแล้วเราไปเจอกันที่คุก” เอด้าบอกกับลีออน

“ได้ระวังตัวด้วย” ลีออนตะโกนบอก

Resident Evil 2

ลีออนที่ได้กุญแจมาก็พยายามหาทางไปต่อจนสามารถเปิดประตูทางท่อระบายน้ำได้ และระหว่างเดินทางลีออนก็กลับมาจนถึงห้องขัง

“ไม่นะ ไม่ ได้โปรดอย่าง” ลีออนก็ได้ยินเสียงร้องของเบ็นในคุก เมื่อวิ่งไปถึงก็พบเบ็นนอนสลบอยู่นอกห้องขัง ดูเหมือนเขาพยายามจจะหนีอะไรบางอย่างแต่หนีไม่ทัน และเขาก็ไม่ถูกตัวประหลาดนั้นทำร้าย

“เป็นอะไรรึเปล่า” ลีออนถามด้วยความเป็นห่วง

“บ้าที่สุด” เบ็นอุทานออกมา “ตอนนั้นผมเกือบจะสืบได้เรื่องอยู่แล้วว่าหัวหน้าตำรวจไอรอนส์มันสมคบคิดกับ ‘Umbrella’ คุณต้องเปิดโปงเรื่องนี้ให้พวกมันชดใช้ในสิ่งที่ทำกับเมืองนี้” เบ็นพูดไม่ทันจบเขาก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างของเขาจะแยกออกเผยให้เห็นตัวประหลาดที่พุ่งออกมาจากร่างของเขาก่อนที่มันจะหนีไป

“ตัวบ้าอะไรว่ะนั่น” ลีออนอุทานออกมาซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เอด้ามาสมทบที่ห้องขังพอดี ลีออนจึงเล่าในสิ่งที่ตนรู้จากเบ็นให้เอด้าฟัง

“คุณควรหนีไปจากที่นี่จะดีกว่า” เอด้าบอกกับลีออนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเดิม

“แล้วคุณจะไปไหน” ลีออนพูดด้วยความเป็นห่วง

“ฉันจะไปที่โรงงานเคมี ฉันรู้สึกว่าจอห์นจะต้องอยู่ที่นั่น” เอด้าบอกกับลีออนก่อนจะวิ่งจากไป

“บ้าจริง” ลีออนอุทานก่อนจะหยิบวิทยุมา “แคลร์ได้ยินไหม ตอนนี้ผมอยู่ที่ลานจอดรถ ผมเจอทางออกแล้วทางท่อระบายน้ำด้านหลังโรงพัก เอาไว้เราจะไปเจอกันที่นั่น”

“โอเคฉันกำลังไป” แคลร์ตอบกลับ

ลีออนตามเอด้าไปยังโรงงานเคมี แต่ระหว่างทางเขาก็เจอกับตัวประหลาดที่ออกมาจากร่างของเบ็น มันคือสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ที่มีดวงตาที่กลางตัว ด้วยความที่มันยังเป็นตัวอ่อนลีออนจึงฆ่ามันได้ไม่ยากเย็น ก่อนจะรีบตามไปจนเจอเอด้าที่นั่น

“คุณตามฉันมาทำไม” เอด้าถามลีออนด้วยความไม่พอใจแต่น้ำเสียงนั้นกลับราบเรียนไร้อารมณ์

“ผมเป็นตำรวจต้องดูแลประชาชนซิ” ลีออนตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ถ้าจะรอดเราต้องรอดไปด้วยกัน”

เอด้ายอมใจจนให้ลีออนไปด้วย ทั้งสองคนเดินทางจากท่อระบายน้ำเพื่อไปเพื่อไปยังโรงงานเคมีที่เอด้าบอก เมื่อลงมาถึงชั้นใต้ดินของโรงงานทั้งคู่ก็พบหญิงสาวปริศนาที่วิ่งหนีไป เอด้าที่เคยเยือกเย็นกลับมีท่าทางร้อนรนจนเห็นได้ชัด เธอวิ่งตามผู้หญิงปริศนาไปในทันทีโดยที่ไม่รู้ว่าทางนั้นได้ยิงสวนกลับมา แต่ลีออนก็มากระโดดรับกระสุนนั้นแทนจนสลบไป

Resident Evil 2

เอด้าที่แม้จะห่วงลีออนแต่เธอก็สนใจเป้าหมายมากกว่า จึงรีบวิ่งตามไปทันทีทิ้งลีออนนอนเจ็บตรงนั้น แต่เมื่อวิ่งตามาเอด้าก็ถูกหญิงสาวคนนั้นดักรออยู่

“หยุด เธอคือผู้หญิงที่มากับตำรวจคนนั้น เธอเป็นใคร” หญิงสาวในชุดกราวสีขาวถามเอด้าพร้อมเล็งปืนมาทางเธอ

“เอด้า วอง” เอด้าตอบ

“เอด้า เหมือนฉันเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน” หญิงสาวทำท่าคิด “ใช่นึกออกแล้ว มีชายคนหนึ่งที่มาจากสาขาชิคาโก้ ‘T-Virus’ เขาใช้รหัสคอมพิวเตอร์ว่า ‘Ada’ และ ‘John’ คงเป็นเธอซินะ” หญิงสาวยิ้มที่มุมปากทั้งที่เล็งปืนมาทางเธอ

“คุณรู้ได้อย่างไร” เอด้าถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คุณคือใคร”

“ฉันชื่อ แอนเน็ต เบอร์กิ้น (Annette Birkin) สามีของฉันดูแลรับผิดชอบโครงการ ‘T-Virus’ วิลเลี่ยม เบอร์กิ้น (William Birkin) “ แอนเน็ตถอนหายใจเบา ๆ เมื่อพูดถึงสามีของตน “และเสียใจด้วยเรื่องจอห์นเขาเสียชีวิตไปแล้ว ฉันเห็นเขากลายเป็นซอมบี้ไปเมื่อหลายเดือนก่อนที่ห้องทดลอง”

เอด้ามีสีหน้าเรียบเฉยเธอไม่แสดงท่าทางเสียใจหรือเศร้าอะไรออกมาเลยแม้แต่ในแววตา จนแอนเน็ตดูออก

“แบบนี้นี่เอง เธอคงจะเป็นสายของใครบางคนซินะ” แอนเน็ตที่ก่อนหน้านี้ก็สงสัยอยู่แล้วได้ความกระจ่างจากกิริยาของเอด้า “ถ้าอย่างนั้นงานเธอก็คงจบลงตรงนี้เพราะฉันจะไม่ให้ ‘G-Virus’ กับแกหรอก” แอนเน็ตยิ้มที่มุมปากแต่แววตาของเธอนั้นดูเศร้าจนเห็นได้ชัด

“G-Virus” เอด้าถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ

แอนเน็ตหัวเราะเบา ๆ “ฮึ ถามจริงว่าไม่รู้จัก ‘G-Virus’ มันคือสิ่งที่สามีของฉันสร้างขึ้นมา มันมีพลังมากกว่า ‘T-Virus’ เสียอีก”

“งั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองนี้ก็มาจาก” เอด้าหยุดพูดก่อนจะเอ่ยจบ

“ใช่ ทั้งหมดเป็นเพราะ ‘Umbrella’ เรื่องราวทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าพวกมันไม่คิดมาขโมยผลงานของสามีฉัน” แอนเน็ตหัวเราะเบา ๆ “พวกมันสมควรโดนแล้ว”

ภาพตัดมาที่ วิลเลี่ยม เบอร์กิ้น ที่กำลังเก็บตัวทดลองเชื้อไวรัสใส่กระเป๋า จู่ ๆ ก็มีหน่วยพิเศษของ ‘Umbrella’ มาแย่งเชื้อที่เขาสร้างมา ซึ่งตัวของวิลเลี่ยมที่รู้อยู่แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้นจึงเตรียมตัวหนี แต่ทาง ‘Umbrella’ รู้ตัวเร็วกว่าที่คิด

“คิดไว้แล้วว่าพวกแกต้องมา” วิลเลี่ยมเล็งปืนมาทางหน่วยพิเศษของ ‘Umbrella’

“เราแค่มารับเชื้อเท่านั้นไม่คิดทำร้ายใคร” หน่วยพิเศษบอก

“ผลงานนี้มันคือทั้งชีวิตของฉัน ไม่ยอมให้พวกแกเอาไปหรอก” วิลเลี่ยมที่เคยเห็นสิ่งนี้มาแล้วในอดีตจึงไม่มีทางเชื่อสิ่งที่ ‘Umbrella’ บอก

และตอนที่วิลเลี่ยมถอยหลังนั่นเองเขาได้ทำหลอดทดลองตก จนทำให้ฝ่ายทหารตกใจทำปืนลั่นใส่วิลเลี่ยมจนบาดเจ็บสาหัสก่อนจะขโมยไวรัสไป

แอนเน็ตที่ตามเสียงปืนมาก็ร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นสามีถูกยิง “ไม่นะที่รักพวกมันทำอะไรคุณ ดะ เดี๋ยวฉันไปตามหมอก่อน”

เมื่อแอ็นเน็ตวิ่งจากไปวิลเลี่ยมก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายฉีด ‘G-Virus’ ลงไปที่ร่างของตน ก่อนที่เขาจะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด เพื่อไปฆ่าหน่วยพิเศษของ ‘Umbrella’ ทุกคน จนทำให้เชื่อ ‘T-Virus’ และ ‘G-Virus’ กระจายเข้าสู่เมืองผ่านทางหนูและน้ำในท่อระบาย

“ผลของเชื้อทำให้วิลเลี่ยมไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกต่อไป” แอนเน็ตบอกกับเอด้า เธอน้ำตาคลอเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ “และยิ่งเลวร้ายกว่านั้นคือตัววิลเลี่ยมยังสามารถฝังตัวอ่อนลงไปที่คนอื่นได้” ไม่ทันที่แอนเน็ตจะพูดจบเอด้าก็ใช้จังหวะนั้นแย่งปืนจนทำให้แอนเน็ตตกลงไปด้านล่างของห้องทดลองที่เป็นทางระบายน้ำ

“ตกน้ำไปซินะ” เอด้าคิดจะตามไปฆ่าแอนเน็ตซ้ำ แต่เมื่อเธออ้อมไปอีกทางเพื่อไปยังทางระบายน้ำที่แอนเน็ตตกลงไปเธอก็เจออะไรบางอย่าง

Resident Evil 2

ย้อนกลับมาที่แคลร์หลังจากที่เชอร์รี่วิ่งหนีออกมาจากห้องทำงานของไอรอนส์ เธอก็วิ่งตามมาทันทีเพราะเป็นห่วงเด็กน้อย ซึ่งระหว่างทางนั้นเธอก็ถูกชายเสื้อคลุมตัวใหญ่ไล่ล่าอีกครั้งแต่แคลร์ก็สามารถหนีมาได้จนเจอกับเชอร์รี่

“ขอบคุณพระเจ้า” แคลร์อุทานออกมาด้วยความดีใจเมื่อเจอเด็กน้อย “ที่นี่มันอันตรายเธอไม่ควรไปไหนคนเดียวแบบนี้ เดี๋ยวพี่จะพาเธอหนีไปจากที่นี่” แคลร์ดุเด็กน้อย

“ไม่หนูจะไม่ไปไหนทั้งนั้น เพราะคุณพ่อกับคุณแม่ของหนูอยู่ที่นี่ หนูจะไปตามหาพวกท่าน” เชอร์รี่เงียบเมื่อพูดจบ “หนูได้ยินเสียงคุณพ่อเรียกหนู ท่านกำลังโดนสัตว์ประหลาดทำร้ายหนูต้องไปช่วยท่าน” เด็กน้อยพูดจบก็วิ่งหนีแคลร์ไปอีกครั้ง

“เชอร์รี่เดี๋ยว” แม้แคลร์จะตะโกนห้ามแต่เด็กน้อยก็ไม่ฟัง เธอปีนข้ามไปอีกฝั่งซึ่งช่องนั้นมันเล็กมากจนเธอข้ามตามไปไม่ได้

เชอร์รี่ที่แม้จะเป็นเด็กแต่เธอก็รู้เส้นทางที่นี่ดี เด็กน้อยวิ่งไปหาพ่อตามทางที่เธอคิดว่าท่านน่าจะอยู่แต่ก็ไม่พบเธอจึงกลับมาที่เดิม

“แคลร์หนูไม่เจอคุณพ่อแต่เจอกุญแจเปิดประตู” เด็กน้อยโยนกุญแจให้เธอผ่านช่อง “เดี๋ยวหนูจะอ้อมไปอีกทางนะ ทางเก่าหนูปีนกลับไปไม่ได้” เด็กน้อยพูดจบก็วิ่งจากไป

“โอเค ถ้าอย่างนั้นเราไปเจอกันที่ห้องทำงานนายตำรวจไอรอนส์ เธอจำทางไหม” แคลร์ตะโกนบอก

“หนูรู้ทางไป” เชอร์รี่พูดจบก็วิ่งไปทันที

“เดี๋ยว ระวังตัวด้วย” แคลร์ไม่ทันจบลีออนก็วิทยุมาหา

“แคลร์ได้ยินไหม ตอนนี้ผมอยู่ที่ลานจอดรถ ผมเจอทางออกแล้วทางท่อระบายน้ำด้านหลังโรงพัก เอาไว้เราจะไปเจอกันที่นั่น” ลีออนบอกกับแคลร์

“โอเคฉันกำลังไป” แคลร์ตอบวิทยุกลับ “คงต้องรีบแล้ว ถ้าจำไม่ผิดที่ห้องทำงานของไอรอนส์มีทางใต้ดินนี่นา ทางนั้นอาจจะไปได้” แคลร์บอกกับตัวเองเพราะเธอต้องรีบไปตามตัวเชอร์รี่ให้รีบหนีไปจากที่นี่ แต่ระหว่างทางที่เธอไปนั้นก็ยังถูกตัวประหลาดเสื้อคลุมไล่ล่า

“ตามตื้อแบบนี้สาว ๆ ไม่ชอบหรอกะ” แคลร์สาดกระสุนใส่ระหว่างที่หนีการตามล่าของตัวประหลาดนั้น จนมาพบเชอร์รี่ที่ห้องทำงานหัวหน้าตำรวจไอรอน

“โล่งอกไปทีเธอปลอดภัย” แคลร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นเด็กน้อยปลอดภัย

“หนูก็ดีใจที่พบคุณ” เด็กน้อยยิ้ม

ทั้งคู่เดินมาถึงทางลับที่อยู่ในห้องทำงานของไอรอนส์

“พี่รู้ทางออกไปจากที่นี่แล้ว เอาละเดี๋ยวพี่จะลงไปก่อนถ้าปลอดภัยแล้วพี่จะเรียก” แคลร์บอกกับเด็กน้อยเมื่อเจอทางลงไปชั้นใต้ดินท่อระบายน้ำ

เมื่อลงมาที่ด้านล่างแคลร์ก็พบกับนายตำรวจไอรอนที่มีท่าทางหอบและจับหน้าอก

“มาถึงที่นี่จนได้นะคุณผู้หญิง” ไอรอนส์เล็งปืนมาทางแคลร์

“เดี๋ยวก่อนอย่ายิง คุณเป็นบ้าอะไรเมื่อกี้เรายังคุยกันดี ๆ อยู่เลย” แคลร์มีท่าทางตกใจเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของชายแก่

“ไม่ต้องพูดมากเพราะพวกแกเลยทำให้เมืองที่สวยงามของฉันเละแบบนี้ ทั้งที่ฉันช่วยพวกแกทุกอย่างทั้งการฆ่าคนปิดปากทำลายหลักฐานเพื่อช่วยพวกมัน แต่พวกแกก็ทำลายเมืองนี้จะพินาศ พวกแกทุกคนต้องรับผิดชอบ” ไอรอนตะโกนเหมือนคนเสียสติ

“พูดแบบนี้ก็แปลว่าคุณมีส่วนกับการทดลองเชื้อ ‘G-Virus’ ตามที่คริสบอกซินะ” แคลร์ชี้นิ้วใส่หัวหน้าตำรวจ

ชายร่างอ้วนยิ้มทั้งที่เหงื่อไหลท่วมหน้า “ถ้าแกอยากรู้ว่า ‘G-Virus’ มันยอดเยี่ยมขนาดไหนแกต้องมาเห็นเอง เพราะฉันเห็นกับตามาแล้วว่าวิลเลี่ยม เบอร์กิ้นที่กลายร่างเป็นสุดยอดอาวุธขนาดไหน” ชายแก่พูดเพ้อเหมือนคนเสียสติ

“วิลเลี่ยนม เบอร์กิ้น” แคลร์ทวนคำด้วยความตกใจ

“ใช่ อย่างที่เธอคิดนั่นละ เด็กที่วิ่งไปมาในโรงพักที่ชื่ออะไรนะ เชอร์รี่ใช่ไหม เด็กนั่นก็คือลูกสาวของวิลเลี่ยม” ไอรอนส์เล็งปืนมาทางแคลร์ใกล้ขึ้น “ตอนนี้แกก็รู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว ก็ควรจะหุบปากไปเสียที ฉันจะไดรีบหนีไปจากเมืองนรกนี้”

ระหว่างที่ไอรอนกำลังคุยกันนั้นก็มีเสียงร้องดังขึ้นมาที่ประตูทางลงท่อระบายน้ำ

“เสียงอะไรว่ะ ไม่นะไม่” ไม่ทันที่ไอรอนจะพูดจบเขาก็ถูกมือประหลาดดึงลงไปที่ประตูด้านล่าง ก่อนที่ร่างนั้นจะถูกโยนขึ้นมาในสภาพขาดครึ่งท่อนอย่างน่าอนาถ

“บ้าจริง” แคลร์ที่ไม่มีทางเลือกเธอจึงต้องลงไปที่ตรงนั้น เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะลงไปทางท่อระบายน้ำ

เมื่อลงมาเธอก็พบกับวิลเลี่ยมที่ตอนนี้มีดวงตาขนาดใหญ่ที่แขน และมันก็พร้อมจะมาทำร้ายเธอ แคลร์จึงต้องต่อสู้ด้วยจนมันพลัดตกลงไปที่ด้านล่างทางระบายน้ำ

“นั่นคือวิลเลี่ยมที่ไอรอนส์บอกซินะ” แคลร์บอกกับตัวเอง ก็จะไปตามเชอร์รี่ให้รีบมาโดยที่เธอไม่บอกเรื่องนี้กับเด็กน้อย

“แคลร์คุณปลอดภัย หนูได้ยินเสียงปืน” เด็กน้อยกอดแคลร์ทั้งน้ำตา

“ฉันปลอดภัย เราต้องรีบไปจากที่นี่แล้ว”

“แต่หนูยังหาพ่อแม่ไม่เจอ”

“พวกท่านอาจจะหาทางออกไปจากเมืองแล้วก็ได้ ทางที่ดีเราควรหนีไปก่อนดีกว่า” แคลร์บอกกับเด็กน้อยจนเธอยอมตามมา

ทั้งสองคนวิ่งผ่านทางระบายน้ำใต้ดินตามที่ลีออนบอก แต่ระหว่างนั้นเองเชอร์รี่ได้ลื่นล้มจนถูกท่อระบายน้ำดูดไปอีกทาง แคลร์จึงต้องรีบอ้อมไปอีกด้านเพื่อไปตามหาเด็กน้อยจนมาพบกับลีออนที่นอนสลบอยู่

Resident Evil 2

“ลีออนคุณเป็นอะไรไหม” แคลร์ถามด้วยความเป็นห่วง

“ผมโอเค พอดีผมช่วยเอด้าผู้หญิงที่รอดชีวิตอีกคน เธอถูกใครบางคนยิงแต่ผมมาบังกระสุนไว้ ตอนนี้เธอน่าจะตามคน ๆ นั้นไป ผมต้องไปช่วยเธอ” ลีออนหายใจติดขัด

“แต่คุณถูกยิง ห่วงตัวเองก่อนเถอะ”  

“ไม่เป็นไรผมห่วงเอด้ามากกว่า” ลีออนพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ไม่ไหว

“โอเคเดี๋ยวฉันไปดูให้ เพราะฉันต้องไปช่วยเด็กผู้หญิงเหมือนกัน เธอตกท่อไปเมื่อกี้ถ้ายังไงฉันจะติดต่อวิทยุมาหาคุณแล้วกัน” แคลร์บอกกับลีออนด้วยความไม่พอใจก่อนจะรีบวิ่งไป

“ตัวเองก็ไม่ไหวยังห่วงผู้หญิงเชื่อเขาเลย” แคลร์บ่นดัง ๆ ระหว่างวิ่งไปตามทางระบายน้ำและที่สุดทางแคลร์ก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ตกลงมาจากข้างบน

“คุณเป็นอะไรไหม” แคลร์ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อหญิงสาวขึ้นมาจากน้ำ

“อย่างมายุ่งกับฉัน แกก็ต้องการ ‘G-Virus’ จากสามีเหมือนกันใช่ไหม อย่าหวังว่าจะได้ไปเลย” แอนเน็ตพูดเสียงแข็งใส่แคลร์

“สามี งั้นคุณก็คือแม่เชอร์รี่” แคลร์ถาม

“เธอรู้จักลูกสาวฉันได้ไง” แอนเน็ตถามด้วยความตกใจ “ใช่แล้วฉันบอกให้แกมาที่นี่เอง”

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาถาม ลูกสาวคุณถูกท่อระบายน้ำดูดไปที่ไหนไม่รู้ฉันต้องรีบไปช่วย” แคลร์พูดไม่ทันจบแอนเน็ตก็ตะโกนออกมา

“คุณต้องช่วยลูกสาวฉัน ตอนนี้เธอไม่ปลอดภัย เพราะวิลเลี่ยมต้องการ” แอนเน็ตพูดไม่ทันจบเธอก็สลบไปเสียก่อน แคลร์ที่แม้จะสงสัยในหลาย ๆ เรื่องแต่ก็ไม่มีเวลามาคิดเพราะเธอเป็นห่วงเด็กน้อยมากกว่า

Resident Evil 2

กลับมาที่ลีออนเมื่อแคลร์จากไปเขาก็พอจะมีแรงไปต่อ เพราะกระสุนยิงไม่โดนจุดสำคัญ ด้วยความเป็นห่วงเอด้าเขาจึงรีบวิ่งผ่านทางระบายน้ำจนมาพบเอด้าที่กำลังยิงอะไรบางอย่างอยู่ในน้ำ

“เอด้า” ลีออนตะโกนเรียกเธอจากอีกฝั่งของทางระบายน้ำ

“ลีออนหนีไป” เอด้าตะโกนไม่ทันจบก็มีจระเข้ตัวใหญ่กระโดนมาทำร้ายลีออนเพราะกลิ่นคาวเลือกจากบาดแผลของเขาที่ดึงดูดมัน

“งานงอกแล้ว” ลีออนหนีมาจนสุดทางเขาก็พบถังแก๊สวางอยู่ เขาจึงกะจังหวะที่จระเข้ยักษ์ผ่านมาจึงยิงถังแก๊สระเบิดปลิดชีพสัตว์ประหลาดแห่งท่อระบายน้ำไว้ที่นี่

“ลีออนคุณเป็นอย่างไรบ้าง” เมื่อเอาชนะจระเข้มาได้ลีออนก็มาหาเอด้า ที่ตอนนี้เธอมีน้ำเสียงที่เป็นห่วงลีออนจนแม้แต่ชายหนุ่มยังรู้สึกได้

“แผลแค่นี้เอง” ลีออนบอกก่อนที่หญิงสาวจะทำแผลให้

“ฉันเป็นหนี้คุณสองครั้งแล้ว ขอบคุณ” เอด้าขอบคุณลีออน

“แค่เกือบโดนยิงตายแถมโดนจระเข้ยักษ์ไล่กินเองแค่นี้เองสบายมาก” ลีออนพูดติดตลกแต่หญิงสาวไม่ขำ “แล้วคุณตามผู้หญิงคนนั้นไปได้อะไรมาบ้าง”

เอด้าเงียบไป “ลีออนฉันรู้แล้วว่าจอห์นตายแล้ว ผู้หญิงคนนั้นบอกกับฉัน”

“เสียใจด้วย ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องมาอยู่ตรงนี้แล้ว รีบหนีไปจากที่นี่กันเถอะ ผมเชื่อว่าจอห์นเองก็คงอยากให้คุณมีชีวิตรอดไปจากที่นี่” ลีออนปลอบใจเอด้า

ทั้งคู่วิ่งผ่านซากจระเข้ยักษ์ที่เหม็นกลิ่นเลือด จนมาถึงรถรางที่จะนำทั้งหมดออกไปจากเมือง แต่ระหว่างทางที่รถรางวิ่งไปนั้นก็มีกงเล็บประหลาดมาทำร้ายจนทั้งสองคนสามารถไล่มันไปได้ จนรถมาถึงที่หมายซึ่งเป็นจุดจอดรถไฟซึ่งต้องลงไปยังสถานีวิจัยด้านล่าง เพื่อเชื่อมหัวรถไฟเข้ากับขบวนในการหนีออกไปจากเมืองนี้

แต่ระหว่างที่หัวรถไฟกำลังลงไปที่ชั้นใต้ดินกงเล็บประหลาดก็ทะลุพนังรถไฟมาทำร้ายเอด้าจนบาดเจ็บ ลีออนจึงออกไปจัดการกับมัน ซึ่งสิ่งที่ลีออนเห็นนั้นคือวิลเลี่ยมที่พัฒนาตัวเองไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว แต่สำหรับลีออนนั้นมันคือครั้งแรกที่เขาได้พบกับวิลเลี่ยมในร่าง ‘G’ ที่ตอนนี้ใบหน้ามนุษย์นั้นได้หดมาอนู่ที่หน้าอกและมีหัวใหม่ที่น่าเกลียดขึ้นมาแทน

“ตัวอะไรว่ะนั้น” ลีออนสามารถเอาชนะวิลเลี่ยมจนมันหนีไป

เมื่อรถรางมาถึงด้านล่างลีออนจึงพาเอด้ามาพักในห้องพักพนักงานที่ชั้นล่าง ก่อนที่เขาจะรีบไปหายามารักษาเธอ

Resident Evil 2

ตัดมาที่แคลร์ซึ่งกำลังตามหาเชอร์รี่ทางท่อระบายน้ำก็พบเด็กน้อยกำลังนอนสลบอยู่

“แคลร์หนูเจอคุณพ่อด้วยท่านกลายเป็นตัวอะไรไปแล้วก็ไม่รู้” เชอร์รี่พูดไปร้องไห้ไป

“แล้วเขาทำอะไรเธอรึเปล่า” แคลร์ถามด้วยความเป็นห่วง

“คุณพ่อเขา” เชอร์รีจับหน้าอกเธอพูดไปไอไป เหมือนเด็กน้อยจะไม่กล้าพูดในสิ่งที่เกิดขึ้น

“ช่างเถอะยังไงเราก็หนีไปจากที่นี่กันก่อน” แคลร์จึงรีบพาเด็กน้อยที่ยังเดินไหวมายังสถานีวิจัยผ่านทางรถรางที่บนหลังคามีรูแปลก ๆ เหมือนที่นี่เพิ่งเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ไม่นานทั้งคู่เดินทางมาจนถึงจุดหัวรถไฟแต่ตัวหัวรถไฟอยู่ด้านล่าง เธอจึงต้องไปห้องควบคุมเพื่อเรียกรถรางขึ้นมา

ภายในรถไฟนั้นมีรูขนาดใหญ่อยู่ตรงกำแพงเหมือนเพิ่งเกิดเรื่องบางอย่างมาเหมือนบนรถราง  และไม่ทันที่จะหายสงสัยที่ด้านนอกก็มีเสียงร้องของตัวประหลาดดังขึ้นมา

“นั่นคุณพ่อ” เด็กน้อยมากอดแคลร์และพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

“รอพี่อยู่ในนี้เดี๋ยวพี่มา” แคลร์บอกกับเด็กน้อยก่อนจะรวบรวมความกล้าออกข้างนอก

 “ตัวอะไรว่ะเนี้ย” แคลร์อุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นตัวประหลาดสี่แขนที่น่าจะเป็นวิลเลี่ยมที่วิวัฒนาการไปอีกขึ้นหลังจากที่มันพ่ายแพ้ให้กับลีออนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แต่สัตว์ประหลาดก็ไม่สามารถสู้กระสุนปืนได้ วิลเลี่ยมในร่างสัตว์ประหลาดหนีไปอีกครั้งจนรถมาถึงด้านล่าง

“แคลร์ขอบคุณมาก ๆ ที่ช่วยหนู คุณห่วงหนูเหมือนกับคุณแม่เลย แม้พวกท่านจะงานยุ่งแต่ก็มีเวลาให้หนูต่างกับคุณพ่อที่ทำแต่งานไม่ค่อยสนใจหนูเลย” เชอร์รี่มีการการเจ็บหน้าอก “แคลร์หนูไม่ค่อยสบาย”

แคลร์ที่รู้ได้ทันทีว่าเชอร์รี่อาจจะติดเชื้อ เธอจึงพยายามปลอบใจโดยการเอาเสื้อตัวเองสวมให้เด็กน้อย “สวมไว้นะมันคือเสื้อนำโชคของฉันเธอจะต้องปลอดภัย อยู่ที่นี่เดี๋ยวพี่ไปหายามารักษาเธอเอง” แคลร์บอกกับเด็กน้อยก่อนจะทิ้งให้เธอนอนในหัวรถไฟเพื่อไปหายาแก้ โดยวิ่งผ่านห้องพักพนักงานที่เอด้านอนอยู่

Resident Evil 2

ย้อนกลับมาที่ลีออนหลังจากที่ให้เอด้านอนพัก

“ลีออนคุณควรรีบหนีไปจากที่นี่ก่อนจะสายเกินไป” เอด้าที่บาดเจ็บไล่ลีออน

“ผมจะไม่ไปถ้าไม่มีคุณ อย่าลืมซิว่าคุณติดหนี้ผมอยู่สามครั้งแล้ว” ลีอออนพูดติดตลก “ตอนนี้เราอยู่ในสถานีของ ‘Umbrella’ ผมจะไปหายามารักษาคุณรออยู่ที่นี่ก่อน

เอด้ายิ้ม “แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ฉันก็ดีใจที่ได้รู้จักคุณ” น้ำเสียงและแววตาคราวนี้มันต่างไปจากเดินจนลีออนเองยังรู้สึกได้

ลีออนวิ่งไปมาในสถานีวิจัยเพื่อหายาต้านไวรัส ซึ่งที่นี่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดที่หลุดออกมาจากห้องทดลองที่เป็นยิ่งกว่านรกด้านบนเสียอีก

“บ้าที่สุด” ลีออนหมดหวังเพราะแม้จะหาเท่าใดก็ไม่พบวัคซีนเลย

“หานี่อยู่ใช่ไหม คุณตำรวจ” แอนเน็ตที่ฟื้นจากการสลบยืนรอลีออนที่หน้าประตูห้องเอกสารที่ลีออนออกมา

“คุณคือคนเมื่อตอนนั้น” ลีออนมีท่าทางตกใจ

แอนเน็ตยิ้ม “ฉันเห็นทุกอย่างหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แกคือคนที่ทำร้ายสามีฉันแถมยังร่วมมือกับนางสายลับนั่นมาขโมยเชื้อ ‘G-Virus’ จากฉันไม่มีทางหรอก”

“สายลับ ‘G-Virus’ อะไรนั่นผมไม่สนใจหรอก ผมสนแค่ยานั่น” ลีออนตะโกนบอกแอนเน็ต

“คุณตำรวจนี้หลอกง่ายจริง ๆ ไม่รู้หรอว่านางผู้หญิงนั่นกำลังหลอกคุณ เธอไม่ได้ติดเชื้ออะไรทั้งนั้น ทุกอย่างมันคือแผนที่หลอกให้คุณไปหา ‘G-Virus’ มาให้เธอก็เท่านั้น” แอนเน็ตหัวเราะ

“เป็นไปไม่ได้” ลีออนแย้ง

“เสียใจด้วยที่มันคือเรื่องจริง เพราะฉันไปตรวจสอบประวัติของผู้หญิงคนนั้นมาแล้วว่าคือของปลอม ผู้หญิงคนนั้นมาตีสนิทกับจอห์นเพื่อหวังจะเข้าถึงที่นี่ ให้เดานะผู้หญิงคนนั้นน่าจะสายลับที่ทำงานให้องค์กรอะไรบางอย่าง ส่วนคุณตำรวจก็เป็นแค่เบี้ยที่ถูกใช้เหมือนจอห์น” ลีออนหน้าถอดสีที่แม้ใจเขาจะไม่ยอมรับ แต่สิ่งที่แอนเน็ตพูดก็มีมูลมากพอที่จะเป็นความจริง  และเธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาโกหกเขาตอนนี้

“เป็นไปไม่ได้” ลีออนพูดกับตัวเอง

“จะเชื่อรึไม่แกก็ต้องตายอยู่ดี” ระหว่างที่แอนเน็ตจะยิงลีออนก็เกิดแผ่นดินไหวจนแท่งเหล็กหล่นใส่หัวแอนเน็ตจนสลบ

“ขอไปแล้วกันนะ” ลีออนที่บอกกับแอนเน็ตก่อนจะรีบวิ่งไปหาเอด้าที่ห้องพักพนักงาน แต่เมื่อมาถึงเอด้าก็หายไปแล้ว

Resident Evil 2

“เอด้าเธอไปไหนแล้ว” ลีออนรนรานเมื่อไม่เห็นเอด้า

เข้าวิ่งกลับเข้าไปในสถานีวิจัยเพื่อตามหาเธอ ทั้งที่ส่วนหนึ่งในใจก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งที่แอนเน็ตพูด ลีออนวิ่งมาจนถึงด้านในสุดของของวิจัยเขาก็พบเอด้ายืนถือปืนเล็งมาทางเขา

“เอด้า” ลีออนมีท่าทางแปลกใจเพราะตอนนี้เอด้าเธอดูปกติไม่เหมือนคนที่ติดเชื้อเลย

“คุณรู้ทุกอย่างจากแอนเน็ตหมดแล้ว ฉันคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว ส่ง ‘G-Virus’ มาซะแล้วฉันจะปล่อยคุณไป” เอด้าพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ลีออนรู้ได้จากความรู้สึกว่าเธอพยายามปั้นเสียงให้เป็นปกติ

“เป็นไปไม่ได้” ลีออนพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง

“ฉันเคยบอกคุณแล้วว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้แต่คุณไม่ฟัง” เอด้าเดินเข้ามาใกล้ลีออนจนเขาเห็นแววตาของเธอที่สั่นไหวเหมือนพยายามเก็บกลั้นความรู้สึก “อย่าให้ฉันต้องยิงคุณ”

“คุณไม่ทำแบบนั้นหรอก” ลีออนท้า

ทั้งคู่จ้องตากันด้วยความรู้สึกของใจที่สื่อถึงกัน จนเอด้าที่ทำท่าจะยิงแต่สุดท้ายเธอก็ลดปืนลง

“ปัง” ไม่ทันที่จะพูดอะไรแอนเน็ตที่ตามมาก็ยิงใส่เอด้าจนเธอเสียหลักหล่นจากระเบียง แต่ลีออนก็คว้าเอาไว้ได้ทัน ขณะที่ตัวแอนเน็ตก็สลบไปอีกครั้ง

“ลีออนมันจบแล้วปล่อยมือฉันเถอะ” เอด้าบอกกับลีออน

“อย่างเพิ่งพูดผมจะช่วยคุณขึ้นมา” ลีออนที่ตัวเองก็บาดเจ็บแต่ก็ไม่ยอมแพ้

“คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้” เอด้าสบตาลีออน

“เราต้องหนีไปด้วยกันซิ อย่าเพิ่งยอมแพ้” ลีออนพยายามกลั้นความรู้สึกเจ็บปวดและดึงเธอขึ้นมา

เอด้าสบตาลีออนเป็นครั้งสุดท้าย “ฉันอยากหนีไปกับคุณจริง ๆ นะ ลาก่อน” เอด้าพูดจบเธอก็ทิ้งตัวลงไปด้านล่าง ทิ้งให้ลีออนร้องไห้เสียน้ำตาอยู่ตรงนั้น

“เอด้า” ลีออนตะโกนเสียงดัง เขามองดูยาต้านไวรัสในมือ “เพราะไอ้ของบ้า ๆ แบบนี้ ทุกคนถึงต้องตาย” ลีออนปาไวรัสทิ้งไปก่อนจะหาทางหนีออกไปจากที่นี่โดยทิ้งแอนเน็ตไว้ตรงนั้น

Resident Evil 2

กลับมาที่ด้านของแคลร์ซึ่งตอนนี้เธอเก็บเอกสารจนได้วิธีทำยาแก้จากห้องทดลอง ที่ตอนนี้ไปมันเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดที่หลุดออกมาจากห้องขัง ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้เดินได้ไปจนถึงซอมบี้ไร้ผิวหนังที่มาจากการทดลอง และที่ห้องควบคุมหลังจากที่ได้ยาแก้มาแล้วแคลร์ก็พบแอนเน็ตอีกครั้ง

“ลูกสาวฉันอยู่ที่ไหน” เธอเล็งปืนมาที่แคลร์

“เธอติดเชื้อจากวิลเลี่ยมฉันต้องช่วยเธอ” แคลร์รีบอธิบาย

แอนเน็ตลดปืนลง “ว่าแล้วเชื้อ ‘G-Virus’ มันจะแพร่พันธุ์ได้เฉพาะผู้ที่มีสายเลือดเดียวกันจริง ๆ ตามที่คิดไว้เลย” แอนเน็ตบ่นกับตัวเอง

“เราต้องรีบช่วยเธอ” ไม่ทันที่แคลร์จะพูดจบที่กล้องวงจรปิดก็ให้เห็นเชอร์รี่ที่กำลังวิ่งหนีชายร่างยักษ์ที่สวมเสื้อคลุม ที่ตอนนี้มันได้ตามแคลร์มาจนถึงข้างล่างแล้ว

“เจ้านั่นคือ ‘Mr.X’ มันถูกสั่งมาให้มาหา ‘G-Virus’ ที่อยู่ในสร้อยคอของเชอร์รี่” แอนเน็ตพูดจบรีบวิ่งไปช่วยลูกสาวทันที

แคลร์ที่ทราบเรื่องก็รีบวิ่งตามไปทันที แต่ด้วยความที่เธอไม่รู้ทางเหมือนแอนเน็ตเธอจึงไปช้ากว่า ซึ่งเมื่อไปถึงก็พบร่างแอ็นเน็ตนอนบาดเจ็บเพราะปกป้องเชอร์รี่ ขณะที่เด็กน้อยก็วิ่งหนีมาจนติดกำแพง

“เชอร์รี่โยนสร้อยคอมาทางนี้” แคลร์ตะโกนบอกเชอร์รี่จนเด็กน้อยโยนสร้อยคอมา

“ทางนี้ไอ้โง่” แคลร์ชูสร้อยคอที่ใส่เชื่อ ‘G-Virus’ ให้ ‘Mr.X’ ดูจนมันหันมาสนใจเธอแทน “เด็กดี” แคลร์พูดอย่างใจเย็นก่อนจะโยนสร้อยคอลงไปในบ่อหลอมละลาย “ไปเก็บมา”

เจ้าสัตว์ประหลาดตามสร้อยคอลงไปในบ่อหลอมอย่างว่าง่าย ขณะที่เชอร์รี่รีบวิ่งมาดูแม่ที่กำลังใกล้หมดลมหายใจ

“แม่ขอโทษที่แม่เป็นแม่ที่ไม่ดี ลูกจะให้อภัยแม่ได้ไหม” แอนเน็ตพูดกับลูกสาวด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่มี

“คุณแม่อย่าทิ้งหนูไป” เด็กน้อยร้องไห้

“หนีไปจงมีชีวิตรอด แม่คงส่งลูกได้เท่านี้” แอนเน็ตหมดลมหายใจต่อหน้าลูกสาว ขณะที่สถานทีวิจัยเริ่มจะทำลายตัวเองเพราะระบบขัดข้อง

“เราต้องรีบไปกันแล้ว” แคลร์อุ้มเชอร์รี่มาที่รถไฟที่ตอนนี้ต่อขบวนเรียบร้อย แต่ก่อนที่จะหนีออกมา ‘Mr.X’ เจ้าเก่าที่ตกบ่อหลอมเหลวยังไม่ตาย และมันก็วิวัฒนาการไปอีกขึ้นเพื่อมาฆ่าแคลร์

“ตายยากตายเย็นจริง ๆ “ การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้น แคลร์ได้ใช้ปืนใหญ่ที่อยู่แถวนั้นยิงจนร่าง ‘Mr.X’ กลายเป็นเศษเนื้อ

“ไปลงนรกซะ” แคลร์รีบมาที่รถไฟเพื่อฉีดยาแก้ให้เชอร์รี่ขณะที่สถานีวิจัยใกล้ระเบิด

“ลีออนนายอยู่ไหน รถไฟจะออกแล้ว” แคลร์วิทยุหาลีออนขณะที่สถานวิจัยใกล้ระเบิดตัวเอง

Resident Evil 2

“ฉันกำลังไป” ลีออนตอบขณะที่ตนเองกำลังยืนดูแคลร์ในห้องควบคุมผ่านกล้องวงจรปิด

“คำเตือน สถานวิจัยกำลังจะทำลายตัวเอง พนักงานทุกคนรีบอพยพไปจากที่นี่โดยด่วน คำเตือน” เสียงประกาศเตือนพร้อมนับเวลาถอยหลังเริ่มทำงาน

“ต้องรีบไปแล้ว” ลีออนรีบวิ่งไปที่รถไฟแต่ก่อนที่เขาจะไปถึงก็เจอกับวิลเลี่ยมอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาวิวัฒนาการไปเป็นสัตว์สี่ขาที่มีเขี้ยวเล็บซึ่งพร้อมจะกำจัดเป้าหมาย แต่ลีออนที่กำลังอยากหาอะไรระบายก็สามารถเอาชนะวิลเลี่ยมไปได้อย่างหวุดหวิด และรีบวิ่งขึ้นรถไฟที่กำลังวิ่งออกมาได้อย่างเฉียดฉิว

Resident Evil 2

“เกือบไม่รอดแล้ว” ลีออนบอกกับตัวเองที่ขึ้นรถไฟได้ทันก่อนระเบิดสถานีวัจัยจะระเบิด

“ลีออน” แคลร์วิ่งมากอดลีออนด้วยความดีใจ

“จบเสียที” ลีออนบอกกับทุกคน

“มันยังไม่จบหรอกเพราะฉันต้องไปตามหาพี่ชายต่อ” แคลร์บอกด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มุ่งมั่น

“ใช่เธอพูดถูกมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นตราบที่ ‘Umbrella’ ยังอยู่โลกนี้ก็ไม่ปลอดภัย” ลีออนบอกกับแคลร์

“ไงสาวน้อย” แคลร์เดินมาหาเชอร์รี่ที่เสียทั้งพ่อและแม่ไปในเหตุการณ์นี้

“หนูกลัว” เด็กน้อยพูดเสียงสั่น

“ไม่ต้องกลัวนะ เพราะเธอสวมเสื้อนำโชคของฉัน นางฟ้าจะคุ้มครองเธอเอง” แคลร์พูดยิ้ม ๆ และกอดกับเชอร์รี่

“เก่งมาเลยนะที่รอดมาได้” ลีออนชมแคลร์ “เธอด้วยสาวน้อย” ลีออนลูบหัวเชอร์รี่

“คุณก็ด้วย” แคลร์ยิ้มตอบ “เสียใจเรื่องผู้หญิงที่คุณจะไปช่วยด้วย” แคลร์ที่เห้นลีออนมาคนเดียวก็พอจะเดาออกว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ลีออนยิ้ม

และไม่ทันที่ทั้งสามคนจะสบายใจจู่รถไฟก็เกิดการสั่นสะเทือน

 “คำเตือน ๆ มีชีวภาพปนเปื้อนรถไฟ ระบบฉุกเฉินจะทำการระเบิดขบวนรถไฟในอีกสามนาที” เสียงคำเตือนดังขึ้นจนแคลร์กับลีออนต้องรีบไปดูที่ท้ายขบวน

Resident Evil 2

“พระเจ้า มันยังไม่ตาย” แคลร์อุทานออกมาเมื่อเห็นวิลเลี่ยมในร่างขนาดใหญ่มันวิวัฒนาการจนเกือบจะอมรถไฟได้ทั้งขบวนแล้วตอนนี้

แคลร์มีเวลาไม่ถึงนาทีในการกำจัดวิลเลี่ยม เพื่อไม่ให้มันมาถึงหัวขบวน เธออัดปืนทุกอย่างที่มีใส่ร่างสัตว์ประหลาดแต่มันกลับไม่เป็นอะไรเลย จนแคลร์ต้องหนีกลับมาที่หัวขบวนขณะที่วิลเลี่ยมก็ไล่ตามมา

“ลีออนเปิดประตูที” แคลร์ตะโกน

“ระบบมันปิดผมเปิดไม่ได้ คุณต้องปีนมาทางด้านบน” ลีออนตะโกนบอก “เชอร์รี่ไปหลบข้างหลังเร็วเข้า” เมื่อแคลร์ปีนไปเขาก็หันมาตะโกนบอกเชอร์

วิลเลี่ยมที่ตอนนี้พังประตูเข้ามาในหัวรถจักรพยายามจะกินทุกคนในนั้น

“ไม่ยอมตายง่าย ๆ จริง ๆ นะแก” แคลร์ที่ปีนมาด้านบนรถไฟก็พยายามไปที่ห้องคนขับโดยมีหนวดของลิลเลี่ยมไล่ตามมาติด ๆ

เชอร์รี่ที่กำลังรนรานก็เห็นช่องที่ตนเองสามารถลอดข้ามไปได้ เธอจึงเข้าไปถึงห้องควบคุมรถไฟ แต่เด็กน้อยไม่รู้ว่าต้องกดปุ่มไหน ขณะที่แคลร์ก็มาถึงพอดีจึงบอกให้เชอร์รี่กดปุ่มหยุดรถฉุกเฉิน ขณะที่ลีออนก็ที่จวนตัวก็หนีออกมานอกรถไฟได้อย่างเฉียดฉิว

Resident Evil 2

รถไฟหยุดทันทีเมื่อเชอร์รี่กดปุ่มทั้งสามคนจึงรีบวิ่งออกมาจากรถไฟทันที เพราะตอนนี้มันกำลังจะระเบิดตัวเองในอีกไม่กี่นาที ขณะที่ตัวของวิลเลี่ยมก็เริ่มกลืนหัวขบวนรถไฟ

“3  2 1 “ เสียงระเบิดดังกึ่งก้องขณะที่ทั้งสามคนวิ่งออกมาจากอุโมงค์ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

“รอดแบบเฉียดฉิวเหมือนในหนังเลยว่าไหม” ลีออนพูดติดตลกกับเชอร์รี่

“ไม่หนูเคยเห็นในทีวีพระเอกไม่รอด” เชอร์รี่บอก

ทั้งสามคนยืนดูซากของรถไฟที่ไหม้ไฟ ส่งวิลเลี่ยมในร่างสัตว์ประหลาดให้เละเป็นเศษเนื้อในอุโมงค์ของรุ่งเช้าของวันใหม่ แต่ภายในเมืองยังคงวุ่นวายเพราะเหล่าซอมบี้ยังเดินไปมา ที่ตอนนี้สื่อต่าง ๆ ทั่วโลกน่าจะทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

“ไปกันเถอะ เรายังมีงานต้องทำ” ลีออนบอกกับเชอร์รี่และแคลร์

“ใช่ฉันต้องไปตามหาพี่ชาย” แคลร์บอก

“ส่วนฉันก็จะไปทำลาย ‘Umbrella’ ให้สิ้นซากลีออนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ทั้งสามคนเดินจับมือในรุ่งเช้าอันสดใส ทิ้งความเลวร้ายที่เป็นยิ่งกว่านรกเอาไว้เบื้องหลัง

จบเรื่องราว ‘Resident Evil 2’

Resident Evil 2

ก็จบกันไปแล้วกับนิยายเรื่องสั้น ‘Resident Evil 2’ หวังว่าจะถูกใจกัน โดยต้องบอกก่อนว่าเนื้อหาหลาย ๆ ส่วนผู้เขียนได้ดัดแปลงไปบ้าง เพราะต้นฉบับในเกมนั้นมีบทพูดที่ค่อนข้างแข็งรวมถึงเหตุการณ์ที่ไม่เชื่อมโยง จนผู้เขียนต้องดัดแปลงเนื้อหาให้เข้ากับบทของนิยาย รวมถึงการเสริมเพิ่มเติมแต่งบทพูดใหม่ให้เข้ากับตัวนิยาย โดยอ้างอิงจากตัวเกม ‘Resident Evil 2 Remake’ มาเป็นต้นแบบ และในช่วงท้ายผู้เขียนได้ดัดแปลงเนื้อเรื่องใหม่ เพราะในเนื้อเรื่องของแคลร์ B ที่ได้อ่านนั้นตัวเชอร์รี่จะไม่ติดเชื้อ ‘G-Virus’ ผู้เขียนจึงเปลี่ยนเนื้อหาให้เข้ากับเรื่องราวหลัก แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาเกมโดยรวมไป ซึ่งถ้าผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมาด้วย ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...