โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากฟรอยด์ ถึงชิเชค 7 หนังสือทฤษฎีจิตวิเคราะห์ที่พาเรากลับไปข้างในจิตใจ

The MATTER

เผยแพร่ 07 พ.ค. 2561 เวลา 12.18 น. • Pulse

เดือนพฤษภาคมเป็นเดือนของนักคิดในระดับเปลี่ยนโลก นอกจากมาร์กซแล้ว วันที่ 6 พฤษภาคม ยังเป็นวันเกิดของซิกมุนด์ ฟรอยด์ นักคิดชาวเยอรมันผู้ที่ชวนเรา ‘กลับไปดูข้างใน’ ไปสู่ดินแดนที่อยู่นอกเหนือการ ‘ตระหนักรู้’ ของเรา

ฟรอยด์ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน เป็นนักคิดที่เปลี่ยนวิธีคิดของโลกตะวันตก ยุคหนึ่งมนุษย์เชื่อเรื่องการคิด เรื่องการใช้เหตุผล เรอเน เดการ์ตบอกว่า "เราคิด เราถึงมีอยู่" ("Cogito, ergo sum") แต่พอถึงจุดหนึ่งฟรอยด์กลับบอกว่า สิ่งสำคัญที่ส่งอิทธิพลกับตัวตนของเรากลับไม่ได้อยู่ในดินแดนของ ‘การคิด’ หรือการ 'กระหนักรู้' (conscious) แต่กลับเป็นสิ่งที่หลับไหลอยู่ในตัวเราในโลกของจิตไร้สำนึก (unconscious) ต่างหาก

นึกภาพภูเขาน้ำแข็งของฟรอยด์ ส่วนที่ตระหนักรู้เป็นเพียงยอดของน้ำแข็งที่พ้นน้ำ ฟรอยด์บอกว่าจิตใจของเราสัมพันธ์กับส่วนที่เรา ‘ไม่ตระหนักรู้’ เหล่านี้ด้วยเช่นกัน ความคิด ตัวตน การกระทำ ไปถึงอาการต่างๆ ของจิตใจล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับส่วนลึกภายในจิตใจอันซับซ้อนซ่อนเงื่อนทั้งสิ้น อดีต ความทรงจำ และความฝัน ถึงเป็นพื้นที่ที่ฟรอยด์ชวนเรากลับไปทำความเข้าใจ ปัญหาและตัวตนของเราบางครั้งจึงอยู่ภายใน ไม่ใช่ภายนอก

ฟรอยด์เป็นเจ้าพ่อสำนักคิดแนวจิตวิเคราะห์ วิธีคิดและการใช้ทฤษฎี (practice) ของฟรอยด์ถูกขบคิดและยังคงมีนักคิดที่สืบทอด พัฒนาเพื่อขบคิด ‘จิตใจ’ – พื้นที่ที่ใกล้ตัวที่สุด แต่กลับเข้าใจได้ยากที่เย็นที่สุด ฟรอยด์ยังคงส่งผลต่อความคิดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จากซิกมุนด์ ฟรอยด์ เจ้าพ่อแห่งความฝันและปมอันมืดมิด เช่นปมเอดิปุส ถึงคาร์ล กุสตาฟ จุง จิตแพทย์ร่วมสำนักและลูกศิษที่ต่อมาพัฒนาแนวคิดจิตวิเคราะห์ไปในแนวทางของตนเอง หลังจากนั้นแนวคิดแบบจิตวิเคราะห์ก็ยังส่งอิทธิพลต่อจนถึงนักคิดยุคถัดมา ฌาคส์ ลากอง นักจิตวิเคราะห์ชาวฝรั่งเศสที่ได้ผสมผสานแนวคิดจิตวิเคราะห์เข้ากับความซับซ้อนของภาษา และลากองก็กลายเป็นแนวการวิเคราะห์ต่อเนื่อง เช่นที่ชิเชคที่ใช้กรอบคิดแบบลากองมาอธิบายวัฒนธรรมร่วมสมัยในหนังฮอลลีวูด

The Interpretation of Dreams, Sigmund Freud

‘ความฝัน’ เป็นพื้นที่สำคัญที่ฟรอยด์จะพาเรา ‘กลับไปข้างใน’ เพื่อทำความเข้าใจทั้งปัญหาและความปรารถนาที่เรากลบฝังมันไว้ในใจ The Interpretation of Dreams จึงเป็นหนังสือสำคัญเล่มแรกๆ ที่เราจะนึกถึงเมื่อพูดถึงฟรอยด์ งานเขียนชิ้นนี้ตีพิมพ์ขึ้นในปี 1899 ถือเป็นงานชิ้นสำคัญที่ฟรอยด์เสนอแนวคิดเรื่อง 'จิตไร้สำนึก' (unconscious) ผ่านการสำรวจ เก็บข้อมูล และวิเคราะห์สัญลักษณ์ต่างๆ ในความฝัน สิ่งที่ถูกวิเคราะห์ในงานต่อมากลายเป็นสิ่งที่เรารู้จักกันในนามปมเอดิปุส อีกหนึ่งไอเดียสำคัญของฟรอยด์ งานเขียนชิ้นนี้ถือหัวใจหนึ่งของฟรอยด์ The Interpretation of Dreams เป็นงานเขียนเชิงวิชาการที่ยาว ยาก และค่อนข้างซับซ้อน ต่อมาฟรอยด์จึงเขียนหนังสืออีกเล่มเป็นฉบับย่อยแล้วชื่อ On Dreams

Totem and Taboo, Sigmund Freud

'ข้อห้าม' (taboo) เป็นประเด็นสำคัญที่ฟรอยด์ให้ความสนใจ Totem and Taboo เป็นอีกงานสำคัญที่ฟรอยด์ใช้วิธีคิดแบบจิตวิเคราะห์ผสานเข้ากับแขนงวิชาทางมานุษยวิทยา ในงานเขียนชิ้นนี้รวม 4 บทความสำคัญที่ลงไปศึกษาวัฒนธรรมชนเผ่า งานเขียนนี้พูดถึงแนวคิดสำคัญของข้อห้ามสำคัญในการสร้างสังคมมนุษย์ เช่นข้อกำหนดเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ในครอบครัว (incest) ตรงนี้เองที่นักคิดยุคหลังมองว่าจุดที่ฟรอยด์เสนอถือเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมและอารยธรรม (civilization)

Civilization and Its Discontents, Sigmund Freud

Civilization and Its Discontents เป็นงานสำคัญชิ้นท้ายๆ ของฟรอยด์ และถือว่าเป็นอีกหนึ่งชิ้นที่ส่งอิทธิพลอย่างสูงต่อสานุชนคนรุ่นหลัง งานชิ้นของฟรอยด์ว่าด้วย ‘อารยธรรม’ ในแง่ของความขัดแย้ง (conflict-tension) ระหว่างบุคคลและสังคม ฟรอยด์พูดถึงว่า แน่ล่ะว่าคนเรามีแรงปรารถนาบางอย่าง แต่การรวมกันเป็นกลุ่ม เป็นสังคม คือการที่เราต้องกลายเป็นคนที่มีอารยะ (civilized) คือการที่เรารู้จักกดข่มสัญชาตญาณของเราไว้ ในทางกลับกันฟรอยด์ก็บอกว่า ดังนี้เอง สังคมอารยะของเราก็ขับเคลื่อนด้วยความรุนแรงด้วย งานเขียนนี้ของฟรอยด์จึงเป็นการถกเถียงว่าด้วยอิทธิพลของสังคมที่มีต่อจิตใจและตัวตนของเรา ในแง่ของการพัฒนา superego เพื่อกำกับและควบคุมความปรารถนาลึกๆ ของมนุษย์

The Archetypes and the Collective Unconscious, Carl Gustav Jung

คาร์ล กุสตาฟ จุง เป็นทั้งคนหนุ่มที่เข้ามาร่วมงานกับฟรอยด์ และถือกันว่ามีฟรอยด์เป็นผู้ชี้นำทางความคิดและทางอาชีพ ระยะหลังจุงเริ่มเห็นต่างจากฟรอยด์ และตัวจุงเองหันความสนใจไปที่ดินแดนของจินตนาการและความฝันของมวลมนุษย์ แนวคิดสำคัญของจุงสองอย่างคือจิตไร้สำนึกร่วม (collective cnconscious) และ The Archetypes จุงสนใจว่าทำไมมนุษย์เราถึงเล่าเรื่องที่มีรูปแบบซ้ำๆ กัน การเรื่องเล่าตำนานทั้งหลายสะท้อนถึงจิตนาการร่วมของมนุษยชาติอย่างไร งานของจุงส่งอิทธิต่อการศึกษาตำนาน วรรณกรรม ในยุคต่อๆ มา The Archetypes and The Collective Unconscious ถือเป็นงานที่รวมบทความที่สรุปรวบยอดความคิดของจุง

The Red Book, Carl Gustav Jung

The Red Book หรือหนังสือปกแดงของจุงถือเป็นคัมภีร์จากการรวบรวมประสบการณ์และข้อมูลเรื่องจิตใจ ตั้งแต่ปี 1914-1930 จุงเรียกหนังสือชุดนี้ของตัวเองว่า Liber Novus (แปลว่า New Book ในภาษาละติน) จุงทำงานร่วมและเห็นพ้องกับฟรอยด์ จนกระทั่งจุดหนึ่งจุงบอกว่า จิตใจของเราอาจไม่ต้องเกี่ยวกับการกดข่มความรู้สึกที่ดำมืดแต่อย่างเดียว หนังสือปกแดงของจุงเป็นงานที่ดูจะเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ยุงแตกต่างจากฟรอยด์ตรงที่เขาสนใจเรื่องเล่า ตำนาน เรื่องราวมหากาพย์วีรบุรุษวีรสตรี ไปจนถึงมิติทางศาสนา งานเขียนชิ้นนี้ถือเป็นหัวใจของทฤษฎีของจุง แต่จุงเลื่อนการเผยแพร่มาจนกระทั่ง 50 ปี หลังจากเขาตาย งานเขียนชิ้นนี้ถึงได้ได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณชน เมื่อปี 2009 นี้เอง

The Seminars of Jacques Lacan, Jacques Lacan

ฌาคส์ ลากองเป็นจิตแพทย์และนักคิดที่นำเอาความคิดจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ ผสานเข้ากับกรอบความคิดแบบหลังโครงสร้างนิยม ลากองพูดถึงการก่อร่างและการรับรู้ตัวตน (self) ผ่านกระบวนอันซับซ้อนในวัยเด็ก ทฤษฎีเรื่องกระจก (mirror stage) เป็นกระบวนการที่ลากองเสนอว่าเรารับรู้ตัวตนผ่านภาพสะท้อนของตัวเอง นึกภาพการเป็นเด็กน้อยที่ไม่สามารถขยับตัวเองได้อย่างเสรี แต่ตัวตนที่เรารับรู้คือภาพสะท้อนที่อยู่ตรงหน้ากลับมีความสมบูรณ์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวและมีความเป็นอุดมคติ (ideal) หลักๆ แล้วลากองพูดถึงการรับรู้ตัวตนมิติทางจินตนาการทั้งในแง่ภาพและในทางสัญลักษณ์ (ระบบภาษา) แนวคิดของลากองส่วนใหญ่เผยแพร่ผ่านการบรรยายที่ปารีสในช่วงปี 1952-1980 ภายหลังจึงได้มีการรวบรวมการบรรยายดังกล่าวเป็นเล่ม

Enjoy Your Symptom!: Jacques Lacan in Hollywood and Out, Slavoj Zizek

ชิเชคถือเป็นร็อคสตาร์ของวงการปรัชญาร่วมสมัย ชิเชคเป็นนักคิดที่ใช้กรอบความคิดจิตวิเคราะห์ของลากองเพื่อวิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรมร่วมสมัยและระบบทุนนิยม แน่ล่ะว่ากรอบความคิดของลากองให้ความสำคัญกับภาพ (visual) ดังนั้นในโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยภาพและการเนรมิตภาพบนจอ (screen) ชิเชคจึงถือโอกาสใช้วิธีวิเคราะห์ของลากองมาวิเคราะห์ภาพยนตร์ Enjoy Your Symptom!: Jacques Lacan in Hollywood and Out ถือเป็นภาคปฏิบัติสำคัญของการเอาจิตวิเคราะห์มาจับหนังฮอลลีวูดที่เราดูกันเป็นประจำ ชิเชคแบ่งหนังสือออกเป็นห้าส่วน ครอบคลุมแกนสำคัญของจิตวิเคราะห์ของลาก็อง ได้แก่ Letter, Fantasy, Woman, Repetition, Phallus และ Father

อ้างอิงข้อมูลจาก

nytimes.com

sigmundfreud.net

sigmundfreud.net

plato.stanford.edu

books.google.co.th

Illustration by Waragorn Keeranan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...