โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชาวบ้านดีใจถึงกับหลั่งน้ำตาหลังมีผู้นำพระศรีอาริย์มาวางคืนเชื่ออาถรรพ์

77kaoded

เผยแพร่ 15 พ.ค. 2564 เวลา 16.54 น. • 77 ข่าวเด็ด

จากกรณีคนร้ายลอบเข้ามาขโมย พระศรีอาริย์องค์จำลอง พร้อมวัตถุมงคลล้ำค่าไปจากพิพิธภัณฑ์ วัดไลย์ วัดเก่าแก่ใน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เชื่อคนในรู้เห็นแน่นอน เพราะพระหาย แต่กุญแจห้องที่เก็บยังล็อกไว้เหมือนเดิม เวลา 12.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.ฉันทะ วิชัยปะ สว.สภ.ท่าโขลง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ว่ามีเหตุลักทรัพย์ เป็นวัตถุมงคล และพระพุทธรูปเก่าแก่ พร้อมทรัพย์สินมีค่าภายในวัดไลย์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางขาม ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี จึงมอบหมายให้ ร.ต.อ.รินทร์ศักดิ์ ตระกูลธร รองสว.สอบสวน สภ.ท่าโขลง นำชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลพบุรีรุดไปตรวจสอบ

บริเวณชั้นที่ 3 พิพิธภัณฑสถานแห่งที่ 2 ของวัด พระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตรย หรือ “พระศรีอาริย์” ทรงเครื่องจำลอง หน้าตัก 22 นิ้ว จำนวน 1 องค์ สร้างในยุคสมัย ร.4 - ร.5 ซึ่งประเมินราคาไม่ได้ หายไปพร้อมเหรียญโลหะและรูปหล่อพระศรีอริยเมตไตรย ประมาณ 10 ชิ้น หนังสือประวัติ จำนวน 5 เล่ม คาดว่าน่าจะถูกขโมยไประหว่างวันที่ 26 ก.พ.64 เวลา 16.00 น. - 4 มี.ค.64 เวลา 10.00 น. ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรรมการวัดพร้อมด้วยชมรมเรารักวัดไลย์ได้ทำการจัดวางสิ่งของในพิพิธภัณฑ์ และมีการปิดประตูล็อกด้วยกุญแจอย่างดี แต่เมื่อวันที่ 5 มี.ค.64 กรรมการวัดได้มาเปิดพิพิธภัณฑ์เพื่อจะจัดวางของใหม่ จึงพบว่า พระศรีอาริย์ทรงเครื่องจำลองหายไป

ต่อมา พระครูวิลาศ พัฒนกุล เจ้าอาวาสวัดไลย์ ได้มอบอำนาจให้ นายกิตติ หุตะมาน อายุ 51 ปี สมาชิกชมรมเรารักษ์วัดไลย์ ซึ่งเป็นกรรมการวัด และเป็นผู้ถือกุญแจพิพิธภัณฑ์ อาคาร 2 หรืออาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่ของวัด เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ท่าโขลง อ.ท่าวุ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บลายนิ้วมือแฝง ดีเอ็นเอ และถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุไว้อย่างละเอียด นอกจากนี้ยังพบว่า กล้องวงจรปิดภายในวัดเสียอีกด้วย จึงคาดว่าน่าจะเป็นคนภายในวัดที่รู้รายละเอียดและจุดเก็บพระพุทธรูปสำคัญ จึงร่วมกับพวกมาก่อเหตุ

ขณะเดียวกัน ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติ และเชิญสมาชิกชมรมเรารักษ์วัดไลย์ที่รู้เห็นว่ามีพระพุทธรูปมีค่าอยู่บนชั้น 3 รวมถึงพระสงฆ์ในวัดบางรูปมาสอบปากคำหาข้อพิรุธ และได้นิมนต์พระสงฆ์ บุคคลที่ต้องสงสัย มาตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ เก็บลายพิมพ์นิ้วมือ และดีเอ็นเอ นำส่งเปรียบเทียบ พร้อมไล่ข้อมูลกล้องวงจรปิดจากบ้าน ร้านค้าที่ตั้งอยู่รอบวัด หารถต้องสงสัยในคืนที่พบว่ามีเสียงหมาเห่าในวัดด้วย
พ.ต.ท.ฉันทะ เปิดเผยว่า ทางวัดได้มีการขยับขยายวัตถุมงคลและพระพุทธรูปจากพิพิธภัณฑ์วัดไลย์หลังแรก บางส่วนมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์หลังที่ 2 เพื่อจะทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ประชาชนมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หลังใหม่ จากเดิมนำมาวางไว้ชั้นล่าง มีสถานที่จัดเก็บมิดชิดและรัดกุมแน่นหนา ติดเหล็กดัดอย่างดี แต่ทางคณะกรรมการได้ย้ายขึ้นไปเก็บบนชั้น 3 ซึ่งเป็นสถานที่เปราะบาง หละหลวมต่อการโจรกรรมอย่างมาก

"มีคณะกรรมการหลายคน ตั้งแต่ฆราวาส และพระสงฆ์ ร่วมกันถือกุญแจสำคัญดอกนี้ ผลจากการตรวจสอบปรากฏว่า ประตูที่ล็อกเก็บของชั้น 3 ที่มีวัตถุมงคลและพระพุทธรูปที่หายไป ได้ถูกล็อกกุญแจไว้เช่นเดิม แต่สิ่งของหายไปได้อย่างไร เรื่องนี้จะต้องทำการสอบสวนคณะกรรมการที่ถือกุญแจห้องนี้ด้วย คาดว่าอีกไม่นานจะรู้ผล และติดตามตัวคนร้ายได้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้น่าจะมีใครสักคนภายในวัดรู้เห็นเป็นใจกับของที่หายไป เพราะมีพิรุธจากกุญแจที่ถูกปิดล็อกอย่างดี แต่พระพุทธรูปและของมีค่ากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย"
สำหรับ วัดไลย์ เป็นวัดเก่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น รัชกาลสมเด็จพระเจ้าบรมโกศทรงปฏิสังขรณ์ มีพระวิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนต้น คือ มีลักษณะเจาะช่องผนังแทนหน้าต่าง ภายในมีพระประธานขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง มีซุ้มเรือนแก้วแบบพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก ด้านหน้าและด้านหลังของพระวิหารมีลายปูนปั้นเรื่องทศชาติ และเรื่องปฐมสมโพธิงามน่าดูนัก ซึ่งนับว่าเป็นภาพประติมากรรมฝาผนังขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญยิ่งชิ้นหนึ่งของชาติ และยังมีพระพุทธรูปที่ชื่อ “พระศรีอาริย์” เป็นของสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้คนนับถือกันมาแต่โบราณ และรัชกาลที่ 5 ยังเคยได้เสด็จประพาสต้นที่วัดไลย์อีกด้วย

ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 15 พ.ค.2564 ตำรวจ สภ.ท่าโขลง อ.ท่าวุ้ง ลพบุรี ได้รับแจ้งจากกำนัน ต.บ้านชี อ.บ้านหมี่ ว่าชาวบ้านออกมาตักบาตรตอนเช้าเห็นมีพระพุทธรูปตั้งวางอยู่ที่ ศาลาพักผู้โดยสาร ริมถนนสายท่าโขลง-บ้านหมี่ หมู่ที่ 3 ต.บ้านชี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางมาตรวจสอบ พบเป็นพระพุทธรูปคล้ายกับพระศรีอาริย์จำลองที่หายจากพิพิธภัณฑ์วัดไลย์ เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 64 ที่ผ่านมา จึงได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ท่าโขลง และได้ประสานคณะกรรมการวัด พร้อมชมรมเรารักวัดไลย์ร่วมตรวจสอบในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นองค์เดียวกันที่หายไป ซึ่งต้องรอให้ทางกรมศิลปากรสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี เป็นผู้ชี้ชัด

นายสุชาติ ชิดชอบ อายุ 56 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำหลังวัดไลย์ เมื่อทราบข่าวว่าได้พระศรีอาริย์คืนถึงกับร้องให้โฮด้วยความดีใจ อยากไปดูให้เห็นกับตา แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่อนุญาต แต่ก็ทำให้ความหวังของชาวบ้านย่านลุ่มน้ำนี้กลับมีความสุขที่ได้ของล้ำค่าคืน ซึ่งนายสุชาติ และชาวบ้านที่ทราบข่าวได้เดินทางมาที่วัดต่างยกมือท่วมหัว ดีใจอย่างที่สุด พร้อมกล่าวว่าของสูงล้ำค่ามักมีอาถรรพ์ ไม่คู่ควรกับใครทั้งสิ้นนอกจากที่วัดไลย์แห่งนี้เท่านั้น ซึ่งชาวบ้านก็ยังแปลกใจว่าเป็นเพราะอะไรถึงต้องเอาพระมาวางให้คนเห็น ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกจับกุม จะเอาไปทิ้งในป่า หรือลงคลองก็คงจะไม่มีใครรู้ คาดว่าคงเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของพระศรีอาริย์ ที่ดลจิตดลใจให้คนร้ายนำมาคืนแต่โดยดี

ด้านพระครูวิลาศ พัฒนกุล เจ้าอาวาสวัดไลย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเมื่อเช้ามีคนมาบอกว่าได้มีผู้นำพระมาวางคืน ก็ดีใจที่ได้ของหายกลับคืนสู่วัด หลวงพ่อไม่ทราบเป็นแรงอาถรรพ์อะไรหรือไม่ ที่ดลใจให้คนร้ายเอามาคืน พระต้องอยู่คู่กับวัด ซึ่งต่อไปคงให้เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ในส่วนจะทำพิธีอัญเชิญหรือไม่ก็แล้วแต่คณะกรรมการเขาจะดำเนินการ ในส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าโขลง ได้สอบสวนผู้ที่พบเห็นคนแรก สอบถามชาวบ้านในเบื้องต้น คาดว่าคนร้ายคงย่องเอาพระศรีอาริย์มาวางไว้ในช่วงกลางดึกของเมื่อคืน เพื่อให้ชาวบ้านเห็น ในส่วนของทรัพย์สินที่หายไปในคราวเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงติดตามแหล่งซื้อขายต่างๆ ซึ่งในวันนี้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าโขลง จะลงพื้นที่ ต.บ้านชี ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางซึ่งอาจจะพบเบาะแสคนร้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...