ทูตนอกแถว ซัด ประยุทธ์ ผิด 3 เด้ง กรณีพบรัฐมนตรีเมียนมา
ทูตนอกแถว “รัศม์ ชาลีจันทร์” ซัด “ประยุทธ์” พบ รมต.พม่า ผิดชัด ๆ 3 ข้อ ทั้งมารยาท และ กฎหมาย
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ ได้พบปะหารือกับ นายวันนา หม่อง ลวิน (Wunn Maung Lwin) รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของเมียนมา วานนี้ (24 ก.พ.64) ทำให้รัฐบาลถูกวิจารณ์เรื่องการวางท่าทีต่อเมียนมา ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพ ที่เพิ่งยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ล่าสุด นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศ และ อดีตรองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้แสดงความเห็นผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador ดังนี้
ไม่เขียนถึงคงไม่ได้ ก็เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้นายกเขานั่งทำงานอยู่ที่สนามบิน 55
เรื่องการมาไทยของนายวันนะ หม่อง ลวิน รัฐมนตรีต่างประเทศพม่าเมื่อวานนี้มีอะไรให้น่าพูดถึงเยอะหลายแง่มุมทีเดียว โดยเฉพาะในมุมมองทางการทูตและการต่างประเทศ
ผมเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าปัจจุบันนับเป็นยุคแห่งความท้าทายใหม่ของอาเซียนที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็งและเป็นพลังสำคัญในภูมิภาคนี้ได้อย่างไร แต่เดิมเมื่อก่อตั้งขึ้นมาเมื่อห้าสิบปีกว่านั้น สิ่งที่คุกคามประเทศสมาชิกคือภัยจากภายนอกเป็นหลัก แต่ทุกวันนี้สิ่งที่บั่นทอนอาเซียนกลับกลายตัวสมาชิกอาเซียนด้วยกันเสียเอง
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ในแง่หนึ่งถือเป็นศักราชใหม่ของอาเซียนก็ว่าได้ ที่มีประเทศสมาชิกพยายามยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาทางการเมืองภายในของอีกประเทศสมาชิกหนึ่ง ซึ่งแทบไม่เคยปรากฎมาก่อนเพราะการยึดถือหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกันนั้นเป็นเสมือนกฎที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของอาเซียน
แต่ทุกวันนี้ปัญหาภายในของประเทศหนึ่งมันก็กระทบไปทั้งองค์กรรวมด้วย ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการเมือง อินโดนีเซียที่เป็นปัจจุบันนับเป็นประเทศประชาธิปไตยแถวหน้าของภูมิภาคและวางตัวเป็นพี่ใหญ่ของอาเซียนจึงออกโรงออกแรงเดินสายหารือกับสิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย ในการที่หาทางแก้ไขปัญหาพม่าโดยการใช้กลไกของอาเซียน ซึ่งเท่าที่อ่านมาก็มีหลายประเทศนอกภูมิภาคที่สนับสนุนแนวทางนี้
จึงเป็นที่มาของการทูตในแบบลับๆ ของการพบปะสามฝ่ายระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศพม่ากับอินโดนีเซีย (ที่บินเข้ามาเงียบๆก่อนหน้า) และไทย (ในฐานะเจ้าบ้าน) เมื่อวานนี้
เรื่องนี้ในแวดวงทางการทูตใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าเป็นความริเริ่มของฝ่ายอินโดนีเซีย ส่วนไทยไม่มีปัญญาความคิดอะไรเองได้เพราะตัวเองก็สันหลังหวะ พูดไปก็เข้าเนื้อเข้าตัวเอง ก็ทำหน้าที่ได้แค่เอื้อเฟื้อสถานที่ให้เขาหารือกัน โดยเป็นเพียงตัวประกอบ เพราะไม่มีข้อเสนอที่สร้างสรรค์อะไร เป็นได้แค่อารมณ์ประมาณเด็กเสริฟน้ำ เก็บจานล้างจาน
ที่พอเขาคุยเสร็จแล้วก็กลับกันไป
แต่ก็เอาเถอะ เอื้อเฟื้อสถานที่ก็ยังดี ถือว่าได้มีส่วนช่วยเหลือการดำเนินของอาเซียนบ้าง แม้จะไม่มีอะไรเลยในแง่สารัตถะก็ตาม และอย่างน้อยมันก็อาจช่วยแก้ไขอะไรในพม่าได้บ้าง ผมเองมองว่าถ้าทางกองทัพพม่าเขามั่นใจว่าคุมสถานการณ์เอาอยู่ได้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาคงไม่น่าบินมาคุยด้วยหรอกนะ
แต่ที่มัน fail มาก ผิดหลายเด้งคือที่ผู้นำแถวนี้รีบแจ้นไปพบฝ่ายพม่าที่สนามบินด้วยทั้ง ๆ ที่เขามีตำแหน่งที่ต่ำกว่า และก็มีรองนายก/รัฐมนตรีต่างประเทศไทยไปอยู่แล้ว โดยไม่ได้มีส่วนช่วยในการหารือในด้านสารัตถะแต่อย่างใด ซึ่งสิ่งนี้มันมองได้เช่นกันว่า ในขณะที่ทั่วโลกเขาประนามสิ่งที่เกิดขึ้นและรัฐบาลทหารพม่า การที่ผู้นำไทยทำเช่นนี้ ย่อมไม่ต่างกับการให้การรับรองรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าอย่างหนึ่งนั่นเอง
(ชึ่งเห็นได้ชัดจากภาพประกอบของ MRTV ของพม่าว่าฝ่ายเขาก็เอาการพบปะกับผู้นำไทยไปขยายผลสร้างการยอมรับ ความชอบธรรมเช่นกัน)
ก็ไม่รู้ไปทำไม ไม่รู้มีใครทักท้วงบ้างไหม คือคงอาจอยากได้หน้ากับเขาบ้าง แต่จริง ๆ คือผิดมากที่ทำแบบนี้นะครับ อย่างนัอย ๆ ก็ผิดสามเด้ง
1.ผิดมารยาททางการทูตและทำให้ประเทศชาติเสียศักดิ์ศรี
- ผิดในแง่การต่างประเทศที่ทั่วโลกเขาต่างรุมประนามพม่าอยู่ขณะนี้ ซึ่งทำให้มองได้ว่าเป็นการให้การรับรองเผด็จการทหารพม่าอย่างหนึ่ง
- ผิดกฎหมายที่ตัวเองกำหนดเอง เพราะไม่มีการกักตัวคนเดินทางเข้าประเทศก่อนด้วย การพบปะกันก็เพียงใส่หน้ากากอนามัยแค่นั้นเอง
จะอ้างว่ามีความห่วงกังวลมากต่อสถานการณ์ในพม่าจึงต้องไปเอง แล้วฟังรายงานจากลูกน้อง หน่วยต่าง ๆมากมายเอาไม่ได้หรือ? ที่ไปแล้วตัวเองมีข้อเสนออะไรที่สร้างสรรค์จะไปคุยกับเขาหรือก็เปล่าอีก แล้วก็มาอ้างว่าการไปนี่คือ “การให้เข้าเยี่ยมคารวะ” ทั้ง ๆ ที่ตัวเองตำแหน่งสูงกว่าแต่กลับเป็นฝ่ายแจ้นไปพบเขาเอง ก็ไม่ทราบใครคิดคำอธิบายแก้ต่างนี้ มันไม่ฉลาดและเชยมากนะครับ
หรือว่าเดี๋ยวนี้ผู้นำไทยนั่งทำงานอยู่ที่สนามบินนี่เอง 555
ไม่เขียนถึงคงไม่ได้ ก็เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้นายกเขานั่งทำงานอยู่ที่สนามบิน 55
–
เรื่องการมาไทยของนายวันนะ หม่อง ลวิน…โพสต์โดย ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador เมื่อ วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2021