ฟิลิปปินส์สั่ง ‘มะนิลา-พื้นที่เสี่ยงสูง’ ล็อกดาวน์ต่อถึง 31 พ.ค.
มะนิลา, 12 พ.ค. (ซินหัว) -- วันอังคาร (12 พ.ค.) แฮร์รี รอกเก (Harry Roque) โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ แถลงว่ากรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศ และพื้นที่ "เสี่ยงสูง" อีก 2 แห่งในประเทศ จะต้องดำเนิน "มาตรการกักกันชุมชนอย่างเข้มงวดฉบับปรับปรุง" ไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค. เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)
หลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ภารกิจรับมือโรคโควิด-19 เมื่อช่วงค่ำของวันจันทร์ (11 พ.ค.) รอกเกระบุว่าประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ตัดสินใจกำหนดให้กรุงมะนิลา จังหวัดลากูนาทางตอนใต้ของมะนิลา และเมืองเซบูทางตอนกลางของประเทศ ดำเนินมาตรการล็อกดาวน์ต่อไป เนื่องจากรายงานยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รอกเกอธิบายเกี่ยวกับ "มาตรการกักกันชุมชนอย่างเข้มงวดฉบับปรับปรุง" ว่าจะมีการจำกัดการเดินทางของประชาชน โดยจะอนุญาตให้มีการเดินทางได้เฉพาะภาคบริการและงานที่จำเป็นเท่านั้น
"เราจะทยอยเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยอนุญาตให้โรงงานผลิตและแปรรูปบางส่วนที่ได้รับเลือก กลับมาดำเนินกิจการได้สูงสุดร้อยละ 50 … ส่วนชั้นเรียนทุกระดับจะปิดการเรียนการสอนต่อไป" รอกเกระบุในการแถลงผ่านช่องทางออนไลน์
ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ส่วนใหญ่ถูกพบในพื้นที่มหานครมะนิลาหรือเมโทรมะนิลา (Metro Manila) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนเกือบ 13 ล้านคน ด้านกระทรวงสาธารณสุขของฟิลิปปินส์ (DOH) เผยว่าเมโทรมะนิลามีผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวม 6,993 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 65 ของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันทั้งหมดในประเทศ ซึ่งขณะนี้แตะ 11,086 รายแล้ว
ทั้งนี้ ดูแตร์เตบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เมโทรมะนิลาเมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเดิมทีมีกำหนดสิ้นสุดมาตรการช่วงกลางเดือนเมษายน แต่ได้ขยายเวลามาแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดคือบังคับใช้จนถึงวันที่ 15 พ.ค. สืบเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
(แฟ้มภาพซินหัว : ทีมพยาบาลในชุดป้องกัน ทำงานในพื้นที่คัดกรอง ขณะรอผู้ป่วยอยู่ด้านนอกโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2020)