โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงแรม-ร้านอาหารล้นทะลัก ทุบเที่ยวภูเก็ตทรุดทั้งระบบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ส.ค. 2562 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2562 เวลา 02.59 น.
แฟ้มภาพ

ท่องเที่ยวภูเก็ตโอด ซัพพลายล้น “ห้องพัก-ร้านอาหาร” เปิดเพิ่มเกลื่อน ตัวการทุบตลาดรวมทรุดทั้งระบบ คาดอีก 5 ปีมีห้องพักใหม่ทะลักเข้าสู่ตลาดอีกว่า 1.5 หมื่นห้อง ระบุสารพัดปัจจัยลบรุมเร้าหนัก นักท่องเที่ยวยังไม่กลับมา-เศรษฐกิจโลกชะลอ แนะผู้ประกอบการเลิกพึ่งพานักท่องเที่ยวตลาดเดียว ด้าน ททท.ออกแรงหนัก หวังดึงตลาดอินเดีย-อาเซียนทดแทน

นายบิล บาร์เน็ต กรรมการผู้จัดการ ซีไนน์ โฮเทล เวิร์คส์ ตัวแทนสมาคมโรงแรมภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมในภูเก็ตกำลังเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายอย่างมาก โดยเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ตในช่วงต้นไตรมาส 3 ปี 2561 ที่ผ่านมา กลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของภูเก็ตอย่างชัดเจน บวกกับปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ รวมถึงปัจจัยจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบและทำให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวทั่วโลกชะลอการเดินทาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปเป็นจำนวนมาก

ห้องพักล้นปัญหาใหญ่

นายบิล บาร์เน็ต กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ปัจจัยจากภูเก็ตในปัจจุบันที่ยังคงเป็นจังหวัดที่มีการลงทุนในด้านซัพพลายในธุรกิจท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ และคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนห้องพักเพิ่มเข้ามาในตลาดอีกไม่ต่ำกว่า 15,000 ห้อง จากตอนนี้ที่คาดการณ์กันว่ามีไม่ต่ำกว่า 100,000 ห้อง ก็จะยิ่งทำให้เกิดภาวะซัพพลายล้นอย่างหนัก

“สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นบทเรียนของผู้ประกอบการและทุกภาค สำหรับภูเก็ตเองการพึ่งพิงนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียว หรือประเทศเดียว จะทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นกับธุรกิจและอุตสาหกรรมโดยรวม โดยช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่ดีมานด์ลดลงมากที่สุด และอัตราการเข้าพักที่ลดลงส่งผลต่ออัตรารายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) โดยรวมของโรงแรมในภูเก็ตลดลงประมาณ 12%”

กรรมการผู้จัดการซีไนน์ โฮเทลฯย้ำว่า หากภูเก็ตต้องการก้าวข้ามปัญหาอัตราการเข้าพักที่ลดลงในขณะนี้ รวมถึงปัญหาห้องพักล้นจากห้องพักใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดในอีก 5 ปี และมีแนวโน้มขาดผู้ใช้บริการ ภูเก็ตจำเป็นจะต้องปรับภาพลักษณ์และสร้างแบรนด์ใหม่ให้ชัดเจนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาภูเก็ตมุ่งจับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไปเป็นหลัก มีกลุ่มที่เดินทางแบบธุรกิจไม่มากนัก เนื่องจากภูเก็ตไม่ใช่เมืองไมซ์ซิตี้

“แม้หลายฝ่ายจะมองว่าตลาดอินเดียเติบโตมาก และอาจจะเข้ามาทดแทนตลาดจีนได้ แต่ปัจจุบันตลาดอินเดียยังมีฐานที่ต่ำมากและยังไม่ติดท็อป 5 ของต่างชาติที่นิยมเข้ามาท่องเที่ยวในไทยสูงที่สุดเมื่อปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวจากยุโรป และรัสเซีย จะยังคงกลับมาท่องเที่ยวภูเก็ตเหมือนเดิม” นายบิลกล่าว

หนักตั้งแต่ตลาดบนยันล่าง

นางหนึ่งฤทัย ธรรมประเสริฐ ผู้จัดการฝ่ายขายและประชาสัมพันธ์ โรงแรมศาลา หาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวภูเก็ตค่อนข้างเหนื่อย ทั้งตลาดบนและตลาดล่าง ไม่เว้นแม้แต่โรงแรมลักเซอรี่คล้ายกับเมื่อช่วงปี 2560 ประกอบกับความไม่แน่นอนจากหลาย ๆ ปัจจัย อาทิ เงินบาทที่แข็งค่า การชะลอของกรุ๊ปทัวร์ ทำให้ทุกโรงแรมต้องปรับค่าห้องพักลง และนำเสนอแคมเปญ โปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในช่วงโลว์ซีซั่น และยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะถึงนี้จะเป็นอย่างไร เนื่องจากตลาดมีความผันผวนและมีปัจจัยเข้ามากระทบตลอดทั้งปี

ด้านนางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ที่กล่าวในเรื่องนี้ว่า สาเหตุที่หลายฝ่ายมองว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวของภูเก็ตซบเซาลงมากนั้น หลัก ๆ เกิดจากซัพพลายที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาในภูเก็ต มีโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะห้องพักที่เพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ห้อง ใน 6 เดือนแรกที่ผ่านมา และในจำนวนนี้ยังไม่รวมที่พักประเภทโฮสเทลและวิลล่าประเภทต่าง ๆ ที่ทยอยเปิดใหม่ตามความนิยมของนักท่องเที่ยว

ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีโรงแรมที่พักกว่า 1,800 แห่ง รวมประมาณกว่า 93,941 ห้อง ส่งผลให้อัตราการเข้าพักของโรงแรมในภูเก็ตโดยเฉลี่ยลดลงประมาณ 3.25% มาอยู่ที่ 76.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ททท.เร่งหาตลาดทดแทนจีน

นางกนกกิตติกากล่าวต่อไปว่า ขณะที่นักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางกับกรุ๊ปทัวร์ยังไม่กลับมาเป็นปกติ และคาดว่าจะยังไม่กลับมาในจำนวนเดิมได้ในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้สถิตินักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนสัดส่วนระหว่างกลุ่มเดินทางเองและกลุ่มทัวร์ไปเป็น 60 ต่อ 40 และที่ผ่านมา ททท.พยายามจะฟื้นคืนตลาดจีน และต้องการนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างจำนวนและรายได้ที่จะเกิดขึ้น แต่แพ็กเกจที่ออกแบบมาอย่างดีจะถูกเลียนแบบและนำไปขายในราคาที่ถูกกว่ามากอย่างรวดเร็ว ทำให้ยังไม่สามารถเรียกคืนตลาดได้อย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน ททท.ก็เร่งหาตลาดอื่น ๆ มาทดแทนตลาดจีนที่หายไป อาทิ อินเดีย และตลาดเพื่อนบ้านระยะใกล้ โดยเฉพาะตลาดอาเซียน แต่ยังติดปัญหาเรื่องสลอตการบินเข้าสู่สนามบินภูเก็ตที่มีไม่มากนัก รวมถึงพยายามจัดแคมเปญกระตุ้นตลาดทั้งในช่วงโลว์ซีซั่นและจัดอีเวนต์ตลอดทั้งปี เพื่อดึงนักท่องเที่ยวไทยเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ตมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวของภูเก็ตโดยรวมในช่วง 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน) ที่ผ่านมา ลดลงเพียงเล็กน้อย หรือประมาณ 2% โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 4,989,546 คน ลดลง 2.16% นักท่องเที่ยวชาวไทย 832,021 คน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 0.12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ในแง่ของรายได้ยังเติบโตประมาณ 3% และมีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันเพิ่มขึ้น 7.11% คิดเป็น 7,796 บาท เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ตส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

“เชื่อว่าภูเก็ตจะรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวรวมในปีนี้ไว้ได้เท่ากับปีก่อน หรือประมาณ 14.3 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10.3 ล้านคน และคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 2% จากแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ อาทิ สวนน้ำ ธีมปาร์ก หรืออะควาเรี่ยมต่าง ๆ ที่เปิดใหม่ อย่างไรก็จตาม คาดว่าเวลาปีเดียวอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการฟื้นการท่องเที่ยวภูเก็ตให้กลับมาเหมือนเดิม เพราะยังมีปัจจัยลบที่กดดันตลาดอยู่หลายเรื่อง ทั้งเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า ค่าเงิน” นางกนกกิตติกากล่าว

อนึ่ง ตามรายงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าภูเก็ต รวม 2,436,434 คน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าภูเก็ตสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 863,538 คน, รัสเซีย 377,451 คน, อินเดีย 123,199 คน, ออสเตรเลีย 97,196 คน และเกาหลีใต้ 81,230 คน ซึ่งตัวเลขนี้อาจไม่สอดรับกับสถิติของ ททท. เนื่องจากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวที่บินสู่สนามบินอื่น ๆ ในภาคใต้ก่อนเดินทางสู่ภูเก็ตเป็นจำนวนมากขึ้น

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...