โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘บินไทย’ ลั่นปีหน้าเลิกอัดโปรฯ หั่นค่าตั๋ว ตัดสินใจไม่เพิ่มทุน ‘ไทยสมายล์’

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 11.48 น. • The Bangkok Insight

ปีหน้า *“บินไทย” เลิกหั่นค่าตั๋ว หันใช้กลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมรับโบอิ้ง 777-300ER เข้าฝูง 3 ลำ ส่วนปีนี้รับรู้ผลขาดทุน “ไทยสมายล์” ลดลง 1,400-1,700 ล้านบาท แต่ตัดสินใจไม่เพิ่มทุนบริษัทลูก หันใช้วิธีอื่นรับมือมาตรฐานการเงินใหม่ *

นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัท สายการบินไทยสมายล์ จำกัด บริษัทลูกของการบินไทยและผู้ให้บริการสายการบินไทยสมายล์ มีอัตราการใช้เครื่องบินเพิ่มขึ้นจาก 8 ชั่วโมง 15 นาทีในช่วงต้นปี เป็น 10 ชั่วโมง 30 นาทีในปัจจุบัน และการบินไทยได้ช่วยทำการตลาด ส่งผลให้ตัวเลขต่างๆ และกำไรต่อหน่วย (Yield) ปรับตัวดีขึ้น ไทยสมายล์จึงจะมี “กำไรบางๆ” ในช่วงสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้การบินไทยยังรับรู้ผลขาดทุนจากไทยสมายล์อยู่ แต่รับรู้ในอัตราที่ลดลง โดยปี 2561 การบินไทยจะรับรู้ผลขาดทุนอยู่ที่ 3,600-3,000 ล้านบาท แต่ในปี 2562 จะรับรู้ผลขาดทุนลดลง 1,400-1,7000 ล้านบาท เหลือประมาณ 2,000-2,200 ล้านบาท

สุเมธ ดำรงชัยธรรม

สำหรับกรณีที่สายการบินไทยสมายล์จะต้องปรับโครงสร้างทางการเงินครั้งใหญ่ภายในปีนี้ เพื่อรองรับการบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS9 ในปี 2563 นั้น นายสุเมธกล่าวว่าการบินไทยจะไม่ใช้วิธีเพิ่มทุนให้ไทยสมายล์ “พร้อมขยิบตา

ด้านปี 2563 สายการบินไทยสมายล์จะมีอัตราการใช้เครื่องบิน 10 ชั่วโมง 30 นาทีแบบเต็มปี และจะเชื่อมต่อกับเครือสตาร์อัลไลแอนซ์ได้เต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งทำให้มีการส่งต่อผู้โดยสารมาให้ไทยสมายล์อย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่า “ไทยสมายล์จะหยุดขาดทุนจริงๆ” ในปีหน้า

ด้านสายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ 15.94% นั้น เบื้องต้นการบินไทยยังไม่มีนโยบายลดการถือหุ้นนกแอร์ เพราะแม้นกแอร์จะมีผลประกอบการขาดทุน แต่บริษัทถือหุ้นนกแอร์ไม่ถึง 20% จึงไม่ส่งผลต่อผลประกอบการของบริษัทมากนัก โดยการบินไทยและนกแอร์ยังคงเดินหน้าความร่วมมือด้านต่างๆ เพื่อช่วยเหลือกันต่อไป

ปีหน้าเลิกหั่นค่าตั๋ว

นายสุเมธกล่าวถึงสถานการณ์ของการบินไทยว่า ปีนี้การบินไทยได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า การแข่งขันที่รุนแรง และจำนวนเครื่องบินที่น้อยเกินไป ส่งผลให้บริษัทต้องแข่งขันด้านราคาและ Yield ปรับตัวลดลงจากปี 2561 แต่อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) อยู่ในระดับเกือบ 80% ซึ่งไม่ได้แย่ถ้าหากเทียบกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 บริษัทจะใช้กลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ (Value Added) เพื่อยุติกลยุทธ์ด้านราคาที่ใช้อย่างมากในปีนี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถกำหนดราคาตั๋ว “ที่เหมาะสม” และมี Yield ที่ดีขึ้น พร้อมตั้งเป้าว่า Cabin Factor ต้องไม่ต่ำกว่า 80%

หนึ่งในแผนการสำคัญและจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมูลค่าเพิ่ม คือ การเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส (ROP) อย่างชัดเจน เช่น สามารถนำไมล์สะสม 13,000 คะแนนมาแลกตั๋วเส้นทางยุโรป และจ่ายค่าโดยสารเพิ่มเพียง 13,000 บาท เป็นต้น โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มสมาชิก ROP ที่ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 3 ล้านคน ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มสมาชิกที่มีความเคลื่อนไหว (Active) จาก 6-8 แสนคน เป็น 1.2-1.6 ล้านคน

ปรับวิธีบริหารฝูงบิน

นายสุเมธกล่าวถึงการบริหารจัดการฝูงบินว่า ในไตรมาสที่ 4 ปีหน้า การบินไทยจะรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ที่บริษัทเช่าซื้อไว้ก่อนหน้านี้จำนวน 3 ลำ โดยบริษัทจะนำเครื่องบิน 777-300ER บางลำไปในเส้นทางยุโรป เพื่อทดแทนเครื่องบินเก่าบางลำที่ไม่สามารถบินเข้ายุโรปได้แล้ว จากนั้นจะนำเครื่องบินเดิมมาบินในเส้นทางที่มีระยะสั้นมากขึ้น

นอกจากนี้ จะให้ไทยสมายล์มาบินในเส้นทางระยะสั้นทั้งหมด แล้วนำเครื่องการบินไทยไปใช้ในเส้นทางระยะกลางถึงไกล เพื่อบริหารจัดการฝูงบินที่มีจำกัด ให้มีประสิทธิภาพการมากขึ้น ซึ่งจะทำให้การบินไทยมีอัตราการใช้เครื่องบินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 12 ชั่วโมงต่อวัน เป็น 12 ชั่วโมง 15 นาทีต่อวัน และ ASK จะเพิ่มขึ้นจากปีนี้อย่างน้อย 2%

สำหรับปัจจุบันการบินไทยมีฝูงบินรวม 102 ลำ แบ่งเป็นเครื่องบินของไทยสมายล์ 20 ลำและการบินไทย 82 ลำ ซึ่งการบินไทยตั้งเป้าหมายว่าบริษัทจะต้องรักษาจำนวนเครื่องบินที่ใช้งานได้ให้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 74 ลำตลอดทั้งปี

เล็งเปิดจุดบิน "แมนเชสเตอร์"

นายสุเมธกล่าวต่อว่า ขณะนี้การบินไทยระหว่างพูดคุยกับพันธมิตรเพื่อเปิดเส้นทางไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษในปีหน้า รวมถึงยังคงร่วมมือกับไทยสมายล์และนกแอร์ตามกลยุทธ์ “ไทยกรุ๊ป” อย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้ร่วมมือกับบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งเป็นสายการบินไทยอีกแห่งด้วย เนื่องจากกลยุทธ์การบินแบบจุดต่อจุดไม่ได้ผลอีกต่อไป ต้องใช้กลยุทธ์การบินแบบเครือข่ายแทน ซึ่งจะเริ่มเห็นภาพในปีหน้าเช่นกัน

ด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซนั้น การบินไทยยอมรับว่าการเปิดตัวช้ากว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากติดปัญหาทางเทคนิค แต่ยืนยันว่าเดินหน้าธุรกิจนี้ต่อแน่นอน พร้อมจะทำโปรโมชั่นเปิดตัวครั้งใหญ่ “โปรใจเด็ด จนลูกน้องมองหน้า”

ร่วมมือ “ททท.”

นายสุเมธกล่าวต่อว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และการบินไทยยังได้สร้างความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ระหว่าง 2 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินกิจการด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจการบินของไทย พร้อมมอบของขวัญให้กับประเทศไทย ในวาระที่ 2 หน่วยงานครบ 60 ปี พร้อมกันในปี 2563

โดยการบินไทยได้เตรียมของขวัญพิเศษสำหรับผู้โดยสารการบินไทยและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยวจาก รอยัล ออร์คิด ฮอล์ลิเดย์ (ROH) ที่จัดแพ็กเกจต่างๆ ครอบคลุมนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มเป้าหมาย อาทิ แพ็กเกจ 60 Days Countdown Hot Offer มอบของขวัญให้ลูกค้าการบินไทยและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้าประเทศไทยระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 1 พฤษภาคม 2563 จะได้รับแพ็กเกจท่องเที่ยวในราคาพิเศษ

รวมถึงแพ็กเกจ Explore the Unexplore Thailand โดยการบินไทยร่วมกับไทยสมายล์ จัดการเดินทางท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้นักท่องเที่ยวอย่างสะดวกสบายและไร้กังวล และแพ็คเกจ Customize Tour Experience ที่เน้นการปรับแต่งทริปพิเศษให้เฉพาะลูกค้าแต่ละคน เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...