โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พปชร. ปักธงเลือกตั้งบัตร 2 ใบ หวั่นซ้ำรอย "เพื่อไทย" ไร้ปาร์ตี้ลิสต์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 เม.ย. 2564 เวลา 06.42 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2564 เวลา 06.24 น.

1 ใน 5 ประเด็น ที่พรรคพลังประชารัฐยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ “ระบบเลือกตั้งบัตรสองใบ” ที่ย้อนยุคกลับไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบคลาสสิก ตามรัฐธรรมนูญ 2540 และรัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

โดยเป็นระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกคนที่ใช่ ใบหนึ่งเลือกพรรคที่ชอบ

แม้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 หลังรัฐประหาร 19 กันยา พยายามแก้ระบบเลือกตั้ง กันระบอบทักษิณกลับเข้าสู่อำนาจ โดยใช้ระบบเลือกตั้งพวงใหญ่เรียงเบอร์ สุดท้ายก็ต้องกลับมาแก้ไขให้กลับไปสู่กติกา “บัตรสองใบ” ตามรัฐธรรมนูญ 40

เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ถูกปรับแต่งพันธุกรรมระบบเลือกตั้งมาเป็น “บัตรเลือกตั้งใบเดียว” เมื่อถึงคราวแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบบเลือกตั้งบัตรสองใบก็หวนกลับมาอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค ที่กอดคอกันเป็นพันธมิตรแก้รัฐธรรมนูญ คือ ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา และภูมิใจไทย ก็เห็นสอดคล้องกับระบบเลือกตั้ง “บัตรสองใบ”

ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 85 และมาตรา 91 ในเรื่องการลงคะแนนเสียงประชาชน หรือระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ รวมถึงสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย ก็คล้อยตามเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่ย้อนกลับไปใช้กติกาแบบรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550

เพื่อไทยแก้ไข 4 ประเด็นเบื้องต้น คือ 1.อำนาจ ส.ว. 2.ระบบเลือกตั้งที่อยากให้ใช้บัตร 2 ใบ 3.อำนาจและที่มาขององค์กรอิสระ และ 4.เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ

ที่เสียงแปร่งไปในส่วนของฝ่ายค้านคือ “ก้าวไกล” ที่ถูกโยงว่าได้ประโยชน์จากระบบเลือกตั้ง “บัตรใบเดียว” ในกติการัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งครั้งนี้ “ก้าวไกล” ชงไอเดียเลือกตั้งบัตรสองใบ แต่ไปใช้สูตร MMP Mixed-Member Proportional แบบเดียวกับประเทศเยอรมนี

ทั้งนี้ ในภาพรวมของฝ่ายค้านยังรอการ “ตกตะกอน” อีกครั้ง ก่อนเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญ 22 พฤษภาคมนี้

แต่เบื้องต้น ทั้งแกนนำพรรครัฐบาลพลังประชารัฐ และ 3 พรรคร่วมรัฐบาล “ธง” การแก้ไขรัฐธรรมนูญระบบเลือกตั้ง-ตั้งใจย้อนกลับไปใช้ระบบ 40-50 เช่นเดียวกับแกนนำฝ่ายค้านเพื่อไทย

“ไพบูลย์ นิติตะวัน” หัวขบวนพลังประชารัฐ กล่าวว่า มันต้องกลับมาอย่างนี้แหละ เมื่อฝ่ายค้านต้องการอย่างนี้ เราก็เอาอย่างนี้ ฝ่ายค้านเขาก็พอใจ มีอันไหนที่ฝ่ายค้านไม่พอใจ มันไม่มี มีแต่ส่วนเกินที่เขาจะเสนอ เช่น เรื่องตัดอำนาจ ส.ว. แต่เรื่องอื่น ฝ่ายค้านรวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยก็พอใจ โอเคหมด

ฟากนักวิชาการ-คนเป็นกลาง “สติธร ธนานิธิโชติ” ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า วิเคราะห์ขาดว่า ที่พรรคพลังประชารัฐซึ่งได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ที่ดีไซน์มาให้พวกเรา เพราะประเมินตัวเองว่ากำลังจะเป็นเพื่อไทย

ที่หากใช้กติกา “บัตรใบเดียว” แบบจัดสรรปันส่วนผสม จะได้เฉพาะ ส.ส.เขต แต่ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย ถ้าพลังประชารัฐไม่อยากเป็นแบบเพื่อไทย จึงต้องกลับไปใช้ระบบเลือกตั้ง 2 ใบ ทั้งเขต และบัญชีรายชื่อ

ส่วนพลังประชารัฐจะได้เปรียบพรรคเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ “สติธร” กล่าวว่า ต้องไม่ลืมว่า เพื่อไทยถนัดเกมเลือกตั้งบัตร 2 ใบเช่นกัน เขาก็ไม่ต้องแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย เมื่อเลือกตั้ง “บัตรสองใบ” เพื่อไทยอาจจะพลิกเกมที่พลาดไปจากการเลือกตั้ง 2562 ได้

เพราะครั้งนั้นเหลือบัตรเลือกตั้งใบเดียว และบางทีผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องกลั้นใจเลือกระหว่างเพื่อไทย-อนาคตใหม่ เมื่อเห็นว่าเพื่อไทยได้คะแนนเยอะแล้วอาจไปเลือกอนาคตใหม่ ดังนั้น เมื่อเปลี่ยนกติกามาเป็น “บัตรสองใบ” ผลก็อาจไม่ออกมาแบบเดิม

แต่ตอนนี้พรรคพลังประชารัฐมั่นใจในการใช้ระบบบัตรสองใบ เพราะพรรคเพื่อไทยอ่อนลงเยอะ

ขณะที่ “ก้าวไกล” ไม่ต้องการบัตรเลือกตั้งบัตร 2 ใบแยกกันแบบนี้ แต่อยากได้ระบบบัตรสองใบแบบเยอรมนี แบบ MMP เพราะก้าวไกลได้ประโยชน์จากระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียว และระบบ MMP มากกว่าระบบเลือกตั้งปี 2540-2550 ที่เพื่อไทย พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ อยากได้

สูตรเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ยังคงเป็นอมตะคลาสสิกเสมอ ที่นักการเมืองอยากได้-โปรดปรานมากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...