“ลูกท็อป“ ยกคำสอน ”พ่อบรรหาร” ผูกพันธมิตรทุกพรรค รวมทั้งฝ่ายค้าน
“ลูกท็อป“ ยกคำสอน ”พ่อบรรหาร” ผูกพันธมิตรทุกพรรค รวมทั้งฝ่ายค้าน สร้างมิตรดีกว่าเพิ่มศัตรู ย้ำ ”ชทพ.“ ไม่แลกหมัดไปแลกกับพรรคไหน ชี้ ปมเลือกตั้งซ่อมสส.เขต8 “เมืองคอน” เปรียบ“ลิ้นกะฟัน”หาเสียงกระทบกระทั่ง เรื่องปกติ จบสนามเล็กคงเคลียร์กันได้
เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2568 ที่จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม. ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) กล่าวถึงเอกภาพของรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หลังเทศกาลสงกรานต์แล้วจะเป็นอย่างไร ว่า เมื่อปิดสมัยประชุมสภาฯ ช่วงสามเดือนนี้สส.แต่ละพรรคจะลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน อุณหภูมิทางการเมืองคงเบาลงเพราะทุกคนตั้งหน้าตั้งตาทำงานในพื้นที่มากกว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคมจะมีการเปิดประชุมวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ก่อน หลังจากนั้นจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพูดคุยเรื่องญัตติและพระราชบัญญัติต่างๆ เมื่อถามย้ำว่า พรรคร่วมรัฐบาลอื่นที่มีการแลกกันคนละหมัด ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา มียุทธศาสตร์อย่างไรในการทำงานการเมืองในรัฐบาลแพทองธาร นายวราวุธ กล่าวว่า คุณพ่อบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เคยสอนเสมอว่ามีมิตร 100 คนก็น้อยเกินไป มีศัตรู 1 คนก็มากเกินไป ดังนั้น แนวทางการทำงานของพรรค ชทพ. ตั้งแต่สมัยนายบรรหาร
ผ่านมาถึงน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา พี่สาวตนยืนยันว่า เราเน้นในเรื่องการทำงานและการสร้างพันธมิตรทางการเมืองมากกว่า เพราะจะทำให้เราทำงานให้กับ พี่น้องประชาชนได้มีประสิทธิภาพ ฉะนั้น เราคงไม่มีหมัดไปแลกกับใคร
เมื่อถามว่า เหมือนไผ่ลู่ลมใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ผลงานของเราจะเป็นสิ่งที่ทำให้การเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล ว่าเราเดือดร้อนตรงไหน และมีสิ่งใด ให้พรรค ชทพ.ที่กำกับดูแลกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เราก็ยินดีที่จะช่วยกันทุกพรรค แม้กระทั่งทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะสส. เพราะทุกคนก็ล้วนเป็นผู้แทนของประชาชน การทำงานของเราจึงเอาผลงานเป็นเครื่องแลกเปลี่ยน เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดีกว่าเรื่องการเมือง
เมื่อถามถึงกรณีการเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ที่พรรคร่วมรัฐบาลส่งผู้สมัครลงแข่งกันเองจะสร้างความขัดแย้งหรือไม่ เพราะมีการปราศรัยอาจจะมีการกระทบกระทั่งกัน นายวราวุธ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ การที่มีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคมาอยู่ร่วมกันก็เหมือนการแต่งงาน ลิ้นกับฟันเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าการเลือกตั้งสนามเล็กกับสนามใหญ่ จะมีความละเอียดอ่อนแตกต่างกันไป ซึ่งตนมั่นใจว่าเมื่อสนามเล็กจบแล้ว สนามใหญ่คงจะเป็นอีกเรื่องราวหนึ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลจะมาพูดคุยกันอีกครั้ง เมื่อถึงเวลา แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น