“ทรัมป์” จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์-ยา-ชิป อีก 25% คาดประกาศ 2 เม.ย.
ทรัมป์ จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์-ยา-ชิป อีก 25% คาดประกาศ 2 เม.ย.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 ก.พ. 68 9:21: น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีแผนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ระดับ 25%รวมถึงจะจัดเก็บภาษีในอัตราเดียวกันสำหรับชิป และเวชภัณฑ์ ซึ่งเป็นมาตรการล่าสุดที่อาจสร้างความปั่นป่วนให้กับการค้าระหว่างประเทศ
ทรัมป์กล่าวว่า ภาษีนำเข้ารถยนต์ อาจมีผลบังคับใช้เร็วที่สุดในวันที่ 2 เม.ย.นี้ โดยเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีกำหนดส่งรายงานเกี่ยวกับทางเลือกสำหรับการเก็บภาษีนำเข้าในหลายภาคส่วน เพื่อสนับสนุนนโยบายการปรับโครงสร้างการค้าโลก
ประธานาธิบดีทรัมป์มองว่า การส่งออกรถยนต์ของสหรัฐฯ ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในตลาดต่างประเทศ โดยยกตัวอย่างว่า สหภาพยุโรป (EU) เรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ 10% ซึ่งสูงกว่าภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ ที่ 2.5% ถึง 4 เท่า อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 25% สำหรับรถกระบะที่นำเข้าจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่เม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งทำให้บริษัทรถยนต์สหรัฐฯ ทำกำไรอย่างสูงจากตลาดนี้
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังกล่าวว่า จะเก็บภาษีสำหรับอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์และชิปด้วยเช่นกัน โดยเริ่มต้นที่ 25% หรือสูงกว่า และจะเพิ่มขึ้นอีกภายใน 1 ปี อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุวันที่แน่ชัดสำหรับการประกาศใช้นโยบายนี้ โดยกล่าวว่า ต้องการให้เวลาแก่ผู้ผลิตยาและชิปเพื่อสร้างโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีดังกล่าว ซึ่งนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 เมื่อ 4 สัปดาห์ก่อน ทรัมป์ได้กำหนดภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีนทั้งหมด นอกเหนือจากภาษีเดิมที่มีอยู่ โดยให้เหตุผลว่าจีนล้มเหลวในการยับยั้งการลักลอบค้ายาเฟนทานิล อีกทั้งยังประกาศภาษี 25% สำหรับสินค้าจากเม็กซิโกและสินค้านำเข้าที่ไม่ใช่พลังงานจากแคนาดา แต่ได้เลื่อนการบังคับใช้ออกไป 1 เดือน
นอกจากนี้ ทรัมป์ได้กำหนดให้วันที่ 12 มี.ค. เป็นวันเริ่มต้นเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมที่นำเข้าทั้งหมด ในอัตรา 25% โดยยกเลิกข้อยกเว้นที่เคยมอบให้แก่แคนาดา เม็กซิโก สหภาพยุโรป และคู่ค้ารายอื่น ๆ โดยขยายภาษีดังกล่าว ไปยังสินค้าเกี่ยวเนื่องที่ทำจากเหล็กและอะลูมิเนียม เช่น ท่อร้อยสายไฟฟ้าและใบมีดรถตักดิน ขณะเดียวกัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์สั่งให้ทีมเศรษฐกิจจัดทำแผน “ภาษีตอบโต้” โดยจะกำหนดภาษีนำเข้าตามอัตราภาษีที่แต่ละประเทศเรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ในช่วงปี 2018-2019 ซึ่งเป็นช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ทำการสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติ และพบว่า การนำเข้ารถยนต์ทำให้การผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ อ่อนแอลง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ทรัมป์ขู่ว่าจะเก็บภาษีรถยนต์ 25% แต่ไม่ได้ดำเนินการจริง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการตรวจสอบดังกล่าว อาจถูกนำมาใช้หรือทบทวนใหม่เพื่อสนับสนุนมาตรการภาษีรอบนี้
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ