‘ทาทาสตีล’ ขายทะลุล้านตัน อานิสงส์แผ่นดินไหวดันยอด
ทาทา สตีล เผยยอดขายเหล็กช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ยังโต อานิสงส์โครงการรัฐเร่งก่อสร้าง ทั้งรถไฟฟ้าสายสีส้ม ทางด่วนจตุโชติ รถไฟทางคู่ แถมอู่ตะเภาเฟส 3 ดันผลงานทั้งปีทะลุ 1.195 ล้านตัน โตพรวด 7% แผ่นดินไหวช่วยดันเหล็กยืดหยุ่นสูงขายดีอีกต่างหาก ชี้ทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีเหล็กไม่กระทบ เพราะทาทามุ่งตลาดอินเดีย ออสซี่
นายตารุน ดากา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมของตลาดเหล็กประเทศไทยพบว่า ในช่วง 2 เดือนแรกปี 2568 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2568) มีการบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 4.2% อยู่ที่ 2,793 ล้านตัน รวมไปถึงเหล็กทรงยาวเพิ่มขึ้น 8.4% อยู่ที่ 1,043 ล้านตัน สถานการณ์ดังกล่าวเกิดจากโครงการก่อสร้างของภาครัฐที่กำลังเดินหน้าก่อสร้างตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันตก) ที่จะใช้ปริมาณเหล็กถึง 140,000 ตัน ได้เริ่มการก่อสร้างไปแล้ว 7.52%
และมีโครงการที่เริ่มก่อสร้างช่วงไตรมาส 2/2568 อีกหลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟทางคู่ขอนแก่น-หนองคาย ปริมาณการใช้เหล็ก 60,000 ตัน โครงการทางด่วนจตุโชติ-ลำลูกกา (ปทุมธานี) ปริมาณการใช้เหล็ก 120,000 ตัน โครงการรันเวย์สนามบินอู่ตะเภา เฟส 3 ปริมาณการใช้เหล็ก 20,000 ตัน รวมถึงโครงการที่จะเริ่มก่อสร้างอีกช่วงกลางปี รวมมูลค่าการก่อสร้างกว่า 60,000 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เหล็กอีกหลายแสนตัน
สำหรับแผนงานของบริษัทปีนี้ยังคงมุ่งเน้นในเรื่องของการรักษามาตรฐานคุณภาพของสินค้า และสร้างสมดุลตลาดในประเทศและต่างประเทศให้มากขึ้น โดยยังจะคงรักษาตลาดส่งออกสำคัญไว้ เช่น อินเดีย ออสเตรเลีย และแคนาดา ในส่วนของตลาดสหรัฐ หรือผลกระทบจากนโยบายการขึ้นภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะไม่มีผลต่อสัดส่วนการส่งออกของบริษัทโดยตรง เนื่องจากตลาดสหรัฐไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่อาจจะมีลูกค้าที่ซื้อสินค้าของบริษัทเพื่อส่งออก ในส่วนนี้ยังคงต้องติดตามประเมินผลว่ามีผลกระทบหรือไม่
นอกจากนี้ บริษัทมีผลิตภัณฑ์เหล็กที่หลายหลากชนิด ทำให้การทำตลาดในประเทศสามารถปรับกลยุทธ์ค่อนข้างง่าย โดยขณะนี้ได้เพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของเหล็กยืดหยุ่นสูงรองรับแผ่นดินไหว ซึ่งส่งผลมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้แต่ละโครงการมีคำสั่งซื้อและความต้องการเหล็กประเภทนี้มากขึ้น
แน่นอนว่าสภาวะแบบนี้จะเป็นระยะยาวที่ไม่ใช่แค่ช่วงสั้น และอาจส่งผลให้รายได้ยอดขายในปีนี้เติบโตดีขึ้น แม้จะยังคงเห็นทิศทางการนำเข้าเหล็กจากจีนเพิ่มขึ้น 149 ล้านตัน หรือคิดเป็น 51% โดยเฉพาะเหล็กลวดที่เพิ่มขึ้นถึง 7% ซึ่งอาจเป็นผลทำให้ผู้ผลิตเหล็กลวดภายในประเทศอาจต้องลดกำลังการผลิตลง หรือบางรายต้องหยุดการผลิตจากผลของการนำเข้า แต่จะมีการชดเชยในเหล็กประเภทอื่นเช่นกัน หากผู้ผลิตเหล็กปรับตัวและวางกลยุทธ์ได้ดี
สำหรับรายได้ของบริษัทในไตรมาส 4 (มกราคม-มีนาคม 2568) อยู่ที่ 6,537 ล้านบาท มีกำไรอยู่ที่ 189 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณยอดขายอยู่ที่ 328,000 ตัน แบ่งเป็นขายภายในประเทศ 255,000 ตัน ส่งออกอยู่ที่ 73,000 ตัน โดยภาพรวมแล้วถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลประกอบการทั้งปีรวม 4 ไตรมาส (เมษายน 2567-มีนาคม 2568) บริษัทมียอดขายอยู่ที่ 1,195,000 ตัน เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบปีที่ผ่านมา โดยแบ่งขายในประเทศ 950,000 ตัน ลดลงจาก 981,000 ตัน เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา แต่ได้รับการชดเชยในตลาดส่งออกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งออกอยู่ที่ 245,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 139,000 ตัน มีมูลค่าอยู่ที่ 24,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเช่นกัน
“ยอดขายไตรมาสสุดท้ายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว มันอยู่ที่เพียง 277,000 ตันเท่านั้น เกิดจากความต้องการในประเทศที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ปริมาณการขายในไตรมาสนี้ยังสูงกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกันอีก แม้จะมีการประเมินผลทิศทางเศรษฐกิจของไทยที่อาจจะไม่ขยายตัว เพราะปัญหาเรื่องค่าเงินบาทยังมีความผันผวนต่อเนื่อง แนวโน้มเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนที่เกิดจากความตึงเครียดการค้าสหรัฐและจีน รวมไปถึงมาตรการทางการค้าของสหรัฐที่มีการประกาศขึ้นภาษี บริษัทก็คงจะพยายามรักษาคุณภาพมาตรฐาน และยังมั่นใจในเรื่องของงบการเงินที่ยังมีความมั่นคง เชื่อว่ายังสามารถทำตลาดและผลักดันการค้าได้”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ทาทาสตีล’ ขายทะลุล้านตัน อานิสงส์แผ่นดินไหวดันยอด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net