โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Genesis Talk - ณปภัช ปิยไชยกุล : อยู่ให้รอด แล้วโตให้ได้ l เกมชีวิตของคนยุคใหม่

efinanceThai

เผยแพร่ 02 พ.ค. 2568 เวลา 04.33 น.

Genesis Talk - ณปภัช ปิยไชยกุล : อยู่ให้รอด แล้วโตให้ได้ l เกมชีวิตของคนยุคใหม่

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 พ.ค. 68 11:33 น.

ในโลกของนักลงทุน เวลานอนอาจเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุด เพราะตลาดคริปโทฯ ไม่เคยหลับไหล และข่าวร้ายหรือข่าวดีก็ไม่เคยรอให้ใครตื่นทัน

บางคืนเราหลับไปพร้อมพอร์ตเขียวสดใส แต่ตื่นมาอาจเจอกราฟดิ่งลงเหว บางครั้งแค่ข่าวหนึ่งบรรทัดจากอีกซีกโลกหนึ่ง ก็สามารถพลิกพอร์ตจากเขียวเป็นแดงได้ภายในไม่กี่นาที

มันคงจะดีนะ ถ้ามีใครสักคนที่คอยสรุปให้เราฟังทุกเช้า ว่าในตอนที่เรายังหลับอยู่ เกิดอะไรขึ้นบ้าง และมีอยู่หนึ่งคนที่ทำเช่นนั้นคนที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตี 4 เพื่อเตรียมพร้อมเล่าข่าวให้คุณฟังในเวลา 7 โมงเช้า ทุกวัน

ดร.บิ๊ก ณปภัช ปิยไชยกุล เจ้าของช่อง The BIG Secret Channel คือชายที่ออโต้ไพลอทในทุกเช้า กับการตื่นมาเล่าข่าวที่เกิดขึ้นในอีกซีกโลก อะไรที่เราควรจับตามองและอะไรที่ต้องระวัง ภายใต้ปณิธานที่ว่า ไม่ใช่แค่เล่าเพื่อให้ทัน แต่เล่าเพื่อให้เข้าใจ

ความเข้าใจ ในโลกการลงทุนจะเกิดขึ้นเมื่อผ่านการถักทอข้อมูลและเรื่องราวที่ดูเหมือนเป็นคนละเรื่องให้เชื่อมต่อเป็นภาพเดียว และนั่นคือการ ขยายมุมมอง ของเราให้กว้างขึ้นไม่ต่างกับการ ต่อจิ๊กซอว์ ที่ปลายทางนั้นคือภาพผืนใหญ่ที่เห็นได้ครบถ้วน เปรียบได้กับมุมมองต่อโลกการลงทุนที่ชัดเจน

แล้วอะไรล่ะ คือจุดกำเนิดที่ ดร.บิ๊ก จะต้องเติมความรู้ให้กับตัวเองในทุกๆ วัน?

เมื่อใจไม่เคยหยุดนิ่ง การเรียนรู้ก็ไม่เคยหยุดตาม

พลังงานมันเหลือครับ ต้องหาที่ปล่อย ต้องหาสิ่งใหม่ๆ ให้ตัวเองทำ ไม่งั้นมันคันไม้คันมือ

ดร.บิ๊ก เป็นคนที่มีพลังงานเหลือล้นมาตั้งแต่เด็กๆ เขาจึงหาสิ่งที่จะต้องระบายมันออกไป การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ คือทางออกที่ดีที่สุด

เมื่อทำด้วยพลังงานส่วนเกิน การเรียนรู้ สำหรับเขาจึงไม่เคยเป็น หน้าที่ ในทางกลับกันมันได้กลายเป็นสนามแห่งการเรียนรู้และพัฒนาตนเองทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ เทคโนโลยี คริปโทฯ หรือ AI

แพชชั่นที่มั่นคง คือกุญแจสู่ความยั่งยืน

แต่การที่เราจะสามารถทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ในระยะยาว และอาศัยเพียงแค่พลังงานที่ล้นออกมามันยังไม่พอ มันต้องการอะไรที่มาก กว่านั้น แพชชั่น คือเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนพลังงานส่วนเกินที่จะทำให้ใครสักคนหนึ่ง ยืนระยะได้นานพอในสิ่งที่ทำ เพราะเมื่อความตื่นเต้นของการเริ่มต้นจางหายไป เมื่อความสดใหม่กลายเป็นความจำเจ แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือแพชชั่น

"ลองคิดดูนะ ตื่นมา Live ทุกวันเตรียมตัวตั้งแต่ตี 4 พูดแล้วมันง่ายนะ แต่ลองทำสักปี สองปี สามปีดูสิ แล้วที่ทำมานี้ยังไม่รู้เลยนะว่าจะหยุดเมื่อไหร่ มันเหมือนทำไปเรื่อย ๆ"

แพชชั่น มาได้จากหลายแหล่งบางครั้งมาจากตัวตนภายใน จากความรักในการเรียนรู้และการถ่ายทอด บางครั้งมาจากภายนอก จากความรับผิดชอบต่อผู้ชมที่รอฟังเขาทุกเช้า

แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่ใช่ซุปเปอร์แมน

"บางทีก็ตื่นไม่ไหวนะ! แต่พอนึกถึงหน้าคนดูที่รออยู่เยอะขนาดนั้น มันก็รู้สึกว่าต้องลุกขึ้นมาทำ" เขาเล่า "แพชชั่นมันมีได้หลายแบบ บางทีมาจากการที่ต้องรับผิดชอบใครสักคน หรือบางทีก็มาจากความชอบจริง ๆ ที่อยากทำในสิ่งที่รัก"

แพชชั่นอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีมายด์เซตที่ดีด้วย

นอกจากแพชชั่นแล้ว อีกหนึ่งกุญแจสำคัญของการทำงานหนักได้อย่างต่อเนื่องคือ การปรับมายด์เซต

"แทนที่จะคิดว่าเราต้องทำอะไรซ้ำๆ ไปตลอดให้มองเป็นวันต่อวันแทน วันนี้ตื่นมาทำหนึ่งวัน ทำให้ดีที่สุด แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่"

เคล็ดลับเรียบง่ายนี้เปลี่ยนมุมมองต่อภาระหนักเป็นก้าวเล็กๆ ที่จัดการได้ เมื่อไม่ต้องแบกรับความคิดถึงอนาคต ทำให้สามารถโฟกัสกับปัจจุบันได้เต็มที่

"มันนำมาใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตเลยนะ เวลาเราเจอโปรเจกต์ใหญ่ๆ เราก็แตกมันออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วค่อยๆ ทำไปทีละชิ้น"

"มายด์เซตที่ดีจะทำให้ชีวิตดีขึ้นโดยอัตโนมัติ เราทำงานโดยไม่ทุกข์ มันเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว"

การเรียนรู้แบบตัว T - ทั้งลึกและกว้าง

ดร.บิ๊ก ได้เล่าถึงคอนเซปต์การเรียนรู้ของเขาว่า การเรียนรู้ที่ดีไม่ใช่แค่รู้เรื่องเดียวลึก ๆ หรือแตะเรื่องต่าง ๆ แบบผิวเผิน แต่ต้องเป็น "ตัว T"

แกนลำตัวของตัว T คือ "Core เป็นความรู้หลักที่ต้องศึกษาลงลึก ขณะเดียวกัน แขนสองข้างของตัว T ก็ต้อง "กางออก" เพื่อไปรับข้อมูลใหม่ ๆ รอบตัวด้วย

การเรียนรู้ต้องทำทั้งสองแบบควบคู่กัน "กว้างด้วย ลึกด้วย ลึกเพื่อให้ตัวเองมี value กว้างเพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์"

ที่สำคัญ ดร.บิ๊กเชื่อว่า เราไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญเชิงลึกเพียงด้านเดียว "เราลึกได้หลายเรื่อง ทำไมต้องลิมิตที่แท่งเดียว? บางคนเป็นหมอที่ลึกมาก แต่ก็มีแพชชั่นทางพุทธศาสนา เล่นกอล์ฟ หรือถ่ายรูป ก็ลึกไปได้พร้อมกันหลายเรื่อง มันอยู่ที่เราให้เวลา"

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเรียนรู้ของแต่ละคนอาจไม่ใช่ตัว T เสมอไป "บางทีก็จะเป็นตัว M ก็ได้ มันแล้วแต่เราเลย" แต่ที่สำคัญที่สุดคือการค้นหาตัวตนและรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะกับตัวเองให้เจอ

ความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือ แต่อยู่รอบตัวเรา

การเรียนรู้ที่แท้จริงนั้น เกิดจากการสังเกตและการให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัว "การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการ pay attention กับสิ่งรอบๆ ตัว ไม่ใช่การอ่านหนังสือ ไม่ใช่การเข้าคลาสเรียน"

เขาอธิบายว่าการสังเกตโลกรอบตัวแล้วนำมาวิเคราะห์ คือแหล่งความรู้ที่มีค่ามากกว่าตำรา เมื่อเดินเข้าร้านอาหาร ไม่ใช่กินแล้วกลับ แต่จะสังเกตทุกอย่างตั้งแต่การตกแต่ง จำนวนลูกค้า ราคา แล้ววิเคราะห์ว่าธุรกิจนี้จะอยู่รอดหรือไม่

"ความรู้มันไม่อยู่ในหนังสือไง ความรู้มันอยู่ที่การสั่งสมการ pay attention ตลอดเวลา"

เขายกตัวอย่างว่า คนที่เรียนเก่งแต่ไม่สนใจโลกรอบตัว อาจให้คำแนะนำได้ไม่ดีเท่าคนที่สังเกตและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

"เด็กธรรมดาอาจไม่สนใจ เวลาเห็นแม่บ้านมาเก็บขยะ แต่คนที่ pay attention จะสังเกตว่า ขยะรอบนึงเนี่ยเยอะมากนะ ป้าคนเดียวต้องใช้เวลาเก็บครึ่งชั่วโมง ถ้าทำแบบนี้ทุกวันคงหนัก… นี่คือความรู้แล้วนะ"

ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล การรู้จักสังเกต กลั่นกรอง และวิเคราะห์สิ่งที่เราเห็นและได้ยินในชีวิตประจำวัน อาจเป็นทักษะที่มีค่ายิ่งกว่าการท่องจำตำรา นี่คือการเรียนรู้ที่ทำให้เขาสามารถมองเห็นภาพใหญ่ของโลกและเชื่อมโยงข่าวสารหลากหลาย รวมถึงเข้าใจการเปลี่ยนแปลงรอบตัวได้

คำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่

โลกทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แค่ขยันอย่างเดียวอาจไม่พอ คนรุ่นใหม่ต้อง "เรียนรู้ให้เร็ว ปรับตัวให้ไว และอยู่รอดให้ได้"

"ยุคนี้ work hard อย่างเดียวไม่พอ และแค่ work smart ก็ยังไม่พอนะ ต้องเป็น work very smart"

ในสภาพเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวน เงินเฟ้อสูง และโอกาสที่ดูเหมือนจะยากขึ้นทุกวันการเอาตัวรอดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้ หรือทักษะเฉพาะทางเท่านั้น แต่คือการมี "มายด์เซตที่ยืดหยุ่น" และ "ความกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา"

เพราะโอกาสไม่ได้หายไปไหน มันยังอยู่ตรงนั้นเสมอ แต่จะเป็นของคนที่พร้อมเท่านั้น และในระหว่างที่รอโอกาส หน้าที่ของเราคือ "อยู่ให้รอด"

"ต้องอยู่รอดให้ได้ก่อน ปรับตัว ศึกษา อยู่รอดให้ได้ รอคอยโอกาสอย่างอดทน ระหว่างรอก็ศึกษาอย่างอื่นไปด้วย และเตรียมความพร้อมตัวเอง สร้างตัวเองให้แข็งแกร่ง ให้มี Value"

บทเรียนจากชีวิตจริง ไม่ใช่จากทฤษฎี

ดร.บิ๊ก เชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดมาจากการลงมือทำจริง การทดลอง และการเผชิญประสบการณ์ตรง มากกว่าการอ่านทฤษฎีหรือศึกษาจากตำรา "วิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการทดลอง Love at First Sight ไม่มีในโลกนี้ถ้าไม่ได้ลองทำ"

"อยากรู้ว่าอะไรใช่สำหรับตัวเอง? ก็ไปลงมือทำดู อย่าแค่คิด อย่าแค่ฝัน อย่าแค่วางแผน แต่ลงมือทำเลย"

สำหรับดร.บิ๊ก การลงมือทำคือวิธีเดียวที่จะรู้ว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่สำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเรียน การทำงาน หรือแม้แต่การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ

ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว บทเรียนที่ดีที่สุดไม่ได้มาจากการ คิด แต่มาจากการ ลงมือทำ และเรียนรู้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง เลิกคิดมาก แล้วลงมือทำซะ

รายงาน โดย สหรัฐ ฉัตราพงษ์ เรียบเรียง โดย สหรัฐ ฉัตราพงษ์
อีเมล์. saharat@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...