โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BH หุ้นร่วง 4.7% คนไข้ตะวันออกกลางลดลง คาดไตรมาส 1/68 ผลงานต่ำสุดของปี

ทันหุ้น

อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 06.21 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 06.21 น.

#BH #ทันหุ้น – การซื้อขายหุ้นของบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH วันที่ 6 มี.ค.68 ครึ่งวันเช้า ราคาลดลงมากว่า 4% ราคาเคลื่อนไหวในช่วง178.00-190.50 บาท ก่อนปิดครึ่งวันที่ 181 บาท ลดลง 9.00 บาท (-4.74%) มูลค่าการซื้อขาย 962 ล้านบาท

ภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์ โบรกเกอร์ออกบทวิเคราะห์ในวันที่ 6 มี.ค.68 คาดการณ์ว่าการที่คนไข้ตะวันออกกลางลดลง ส่งผลให้คาดการณ์ไตรมาส 1/68 จะมีกำไรสุทธิอ่อนแอและต่ำสุดของปีนี้ อย่างไรก็ตามโบรกเกอร์ส่วนใหญ่คาดว่าผลงานทั้งปี 2568 น่าจะทำกำไรได้เพิ่มขึ้นจากปี 2567 โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ “ซื้อ”

.

บล.บัวหลวงระบุว่า เป็นโอกาสทองของนักสะสมหุ้นโรงพยาบาล

บล.บัวหลวงคาดว่าในไตรมาส 1/68 รายได้จะลดลง 5%YoY เนื่องจากผลกระทบจากเดือนรอมฏอนและการขาดแคลนผู้ป่วยจากคูเวต อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างมากในไตรมาส 2/68 พร้อมกับข้อตกลงจากซาอุดีอาระเบีย ในปี 2568 BH ปรับเพิ่มค่าบริการขึ้น 4% โดยการเปิดตัวโครงการภูเก็ตถูกเลื่อนออกไป ในขณะที่ ผลกระทบจากรอมฏอนในไตรมาส 1/68 เป็นโอกาสในการสะสมหุ้น BH จากจุดต่ำสุดของปีนี้

.

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สแนะนำทยอยสะสมจังหวะราคาหุ้นอ่อนตัว คาดการณ์กำไรไตรมาส 1/68 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ ซึ่งการลดลง YoY เป็นผลจากรายได้จากคนไข้คูเวตลดลง (คาดสัดส่วนรายได้คนไข้คูเวตจะลดลงจาก 2.5% ของรายได้รวมในไตรมาส 1/67 เป็นประมาณ 1.0% ในไตรมาส 1/68 ) ซึ่งคนไข้คูเวตที่เข้ามาเป็นกลุ่มที่จ่ายค่ารักษาเอง (self-pay segment) ส่วนการลด QoQ เป็นผลจากเทศกาลรอมฎอน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง 1-30 มีนาคม 68 (เทียบกับ 11 มีนาคม - 9 เมษายน ในปี 67) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนคนไข้จากตะวันออกกลาง ผู้บริหารคาดรายได้ในไตรมาส 1/68 จะลดลง 5-7% y/y

ความเสี่ยงจากการลดลงของคนไข้ตะวันออกกลางจำกัด ทั้งนี้ เราคาดว่ารายได้จากผู้ป่วยต่างชาติในปี 68F จะเติบโต 2% โดยให้รายได้จากคนไข้ตะวันออกกลางทรงตัว ขณะที่รายได้จากคนไข้ประเทศอื่นที่ไม่ใช่ตะวันออกกลาง (Non-Middle East) คาดว่าจะเติบโต 3%

เลื่อนการเปิดแคมปัสที่ภูเก็ตไปเป็นครึ่งปีแรก 2570 (จากเดิมเปิดครึ่งปีหลัง 2569) เนื่องจากความล่าช้าของการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA)

บล.ดีบีเอสฯ แนะนำซื้อจังหวะราคาหุ้นอ่อนตัว ให้ราคาพื้นฐาน 232 บาท (DCF, WACC 7.1%, TG 2.0%) ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ระดับ Mean-1.5SD

.

บล.ทิสโก้ระบุว่า ยังไม่มีข่าวดีที่จะรายงานสำหรับไตรมาส 1/68 เนื่องจากผู้บริหารของ BH ได้คาดว่ารายได้จะลดลง -5% YoY ลดลงจาก -0.7% YoY ในไตรมาส 4/67 ปัจจัยสำคัญได้แก่ 1) ผลกระทบเต็มที่ครั้งแรกจากวันหยุดเทศกาลรอมฎอนในไตรมาส 1/68 และ 2) ฐานรายได้สูงจากผู้ป่วยชาวคูเวต

ความอ่อนแอของรายได้จากผู้ป่วยต่างประเทศในไตรมาส 4/67 มีสาเหตุมาจากตลาดตะวันออกกลางซึ่งลดลง 19% YoY (ถูกกดดันโดยคูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน) การเติบโตที่ดีในผู้ป่วยจากสหรัฐอเมริกา จีน เอธิโอเปีย และสหราชอาณาจักร ชดเชยความอ่อนแอได้บางส่วน

ยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกลับมาของผู้ป่วยชาวคูเวต เนื่องจากการปรับเปลี่ยนภายในที่สำคัญอย่างต่อเนื่องภายในรัฐบาลคูเวต ในขณะเดียวกัน การส่งต่อผู้ป่วยจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มฟื้นตัว สถาบันที่ส่งต่อต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของระบบการส่งออกของประเทศตั้งแต่ครึ่งปีแรก 2567

การขึ้นราคาที่มีประสิทธิผลควรจะต่ำกว่าเล็กน้อยในปีนี้ที่ +4% เทียบกับ +6% ในปี 2567

การก่อสร้างวิทยาเขตภูเก็ตได้เริ่มต้นแล้ว คาดว่าโครงการจะเปิดให้บริการในต้นปี 2570 (ก่อนหน้านี้แนะนำว่าจะเป็นช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570)

ข่าวดีเพียงอย่างเดียว : บันทึกความเข้าใจทวิภาคีกับซาอุดิอาระเบียคาดว่าจะเป็นรูปเป็นร่างหลังวันหยุดสงกรานต์ (เมษายน 2568)

คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ BH โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 244.00 บาท

.

บล.ฟินันเซียไซรัสระบุว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์โดยรวมแล้วมีมุมมองเป็นไปในทางลบ แต่ยังอยู่ในระดับที่คาดการณ์ไว้

ผู้บริหารให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างรายได้ในไตรมาส 4/2567 รายได้จากผู้ป่วยต่างประเทศลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากรายได้จากตลาดตะวันออกกลางที่ลดลง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่รายได้จากตลาดอินโดจีนเติบโต 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และรายได้จากตลาดอื่น ๆ (รวมถึงสหรัฐอเมริกาและจีน) เติบโต 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน

รายได้จากผู้ป่วยคูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยังคงอ่อนแอ โดยลดลง 73% และ 37% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 4/2567 โดยรวมแล้ว รายได้จากผู้ป่วยคูเวตและ UAE ลดลง 1.2 พันล้านบาท (แบ่งเป็น 0.9 พันล้านบาทจากคูเวต และ 0.3 พันล้านบาทจาก UAE) ในปี 2567 ซึ่งคิดเป็น 5% ของรายได้รวมในปี 2567 ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยคูเวตลดลงเหลือ 1% ในไตรมาส 4/2567 และ 2% ในปี 2567 (เทียบกับ 5% ในปี 2566)

รายได้จากโอมาน (ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 9 ของสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ) ลดลง 31% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 4/2567 เนื่องจากฐานรายได้ที่สูงในไตรมาส 4/2566

ยังไม่มีการอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดเวลาประกาศรายชื่อโรงพยาบาลที่ได้รับการอนุมัติสำหรับผู้ป่วยคูเวตผู้บริหารแจ้งว่ารัฐบาลคูเวตได้ยุติการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลนอกโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองสำหรับโรงพยาบาลเอกชนภายในประเทศหรือการรักษาพยาบาลในต่างประเทศ

ผู้บริหารระบุว่า BH ได้ต่อสัญญากับสถาบันอิสระของ UAE แล้วหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบการส่งต่อผู้ป่วยจากระบบรวมศูนย์เป็นกระจายศูนย์ ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสที่ผู้ป่วยจาก UAE จะกลับมาในปี 2568

รายได้จากผู้ป่วยไทยเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 4/2567 ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากการปรับราคาและความเข้มข้นของรายได้ BH ยังระบุว่ามีอัตราการเปลี่ยนจากผู้เข้ารับการตรวจสุขภาพมาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลที่สูงขึ้นในไตรมาส 4/2567

มีการปรับราคาค่ารักษาพยาบาลขึ้น 4% ในปี 2568 (เทียบกับ 6% ในปี 2567)

ผู้บริหารคาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาส 1/2568 จะลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนเนื่องจากฐานรายได้จากผู้ป่วยคูเวตที่สูงในปีก่อนและเดือนรอมฎอนที่มาถึงเร็วขึ้นในปีนี้ (1-31 มีนาคม 2568 เทียบกับ 11 มีนาคม - 9 เมษายน 2567)

ไม่มีข่าวลบเพิ่มเติมจากการประชุมนักวิเคราะห์ แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาส 1/2568 ยังคงอ่อนแอ แต่รายได้ที่ลดลงในครึ่งปีหลังของปี 2567 (2H24) จะช่วยสร้างฐานที่เอื้อต่อการเติบโตในครึ่งปีหลังของปี 2568 (2H25) ดังนั้น เราแนะนำให้นักลงทุนจับตาหุ้น BH ไว้ เนื่องจากมีมูลค่าที่ถูกที่ P/E 20 เท่าสำหรับปี 2568

.

บล.กรุงศรีระบุว่าไตรมาส 1/68 ควรเป็นไตรมาสต่ำสุดของปี

บล.กรุงศรีมีมุมมอง Neutral ต่อข้อมูลจากการประชุมกับ BH เนื่องจาก 1) ประมาณการรายได้ปีนี้ของเรารวมผลการปรับราคาขึ้น 4% ไว้แล้ว 2) ระยะสั้นไม่มีปัจจัยบวกใหม่ และ 3) คาดไตรมาส 1/68 ไม่เด่นจากเทศกาลรอมฏอนมีผลกระทบเต็มไตรมาส ส่วนปี 2568 คาดกำไรสุทธิ (+1%y-y) กลับมาเติบโตอัตราปกติตามทิศทางรายได้ โดย BH มีจุดเด่นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีความอ่อนไหวด้านราคาน้อย และบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ คงคำแนะนำ Buy สำหรับ BH

.

บล.เมย์แบงก์ ระบุว่า แนวโน้มระยะสั้นยังไม่สดใส

ผู้บริหารคาดว่ารายได้ไตรมาส 1/68 จะลดลง 5%YoY แม้ว่าจะมีการปรับขึ้นราคาค่ารักษา 4% เมื่อตั้นปีนี้ ความท้าทายหลัก ได้แก่ การที่เดือนรอมฏอนอยู่ในไตรมาส 1 ทั้งหมด (เทียบกับ 22 วันในไตรมาส 1/67) และการลดลงต่อเนื่องของรายได้จากคูเวต เราคาดการณ์กำไรไตรมาส 1/68 อยู่ที่ 1.69 พันล้านบาท (-14% YoY.-11% QoQ) เนื่องจากรายได้ที่ลดลง 5% และอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนแอลงจากสัดส่วนรายได้ของผู้ป่วยตะวันออกกลางที่ลดลง

ปรับลดประมาณการกำไร่ปี 68-69 ลง 7-8%

จากความไม่แน่นอนของผู้ป่วยตะวันออกกลาง เรามีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น และปรับลดประมาณการกำไรปี 68-69 ลง 7-8% โดยคาดว่ารายได้ปี 68 จะเติบโตเพียง 1% YoY (เทียบกับ +3% ก่อนหน้า) จากอัตรากำไรที่ลดลงเนื่องจากผู้ป่วยตะวันออกกลางมีสัดส่วนลดลง และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้เรายังคงไม่ได้รวมโรงพยาบาลภูเก็ตไว้ในประมาณการ เนื่องจากข้อมูลยังมีจำกัด นอกจากนี้การเปิดให้บริการโรงพยาบาลในภูเก็ตคงถูกเลื่อนออกไปเป็นครึ่งปีแรก 2570 (จากครึ่งปีหลัง 2569) เนื่องจากการอนุมัติ EIA ล่าช้า โดยแม้ว่าเราจะมองว่าโรงพยาบาลภูเก็ตจะเพิ่มมูลค่าให้กับ BH ในระยะยาว แต่ในปีแรกจะมีแรงกดดันด้านต้นทุนเพิ่มราว 350 ล้านบาทกระทบกำไร

.

บล.กสิกรไทยระบุว่า แนวโน้มผู้ป่วยตะวันออกกลางอ่อนแอ ขณะที่ส่วนลดเพิ่มขึ้น

บล.กสิกรไทยคงคำแนะนำ "ถือ" ด้วยราคาเป้าหมาย 191 บาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดิมที่ 188 บาท จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/68 ที่อ่อนแอน่าจะกดดันราคาหุ้น

ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้หดตัว 5% YoY ในไตรมาส 1/68 จากผลกระทบของเดือนรอมฏอนและฐานสูง ขณะที่เรายังคงกังวลต่อแนวโน้มรายได้จากคนไข้ตลาดตะวันออกกลาง และอัตราส่วนลดที่เพิ่มขึ้น

แม้ว่ารายได้จากคนไข้ไทยของ BH มีโมเมนตัมที่ดี แต่ไม่น่าชดเชยรายได้จากต่างประเทศที่หดตัว ทั้งนี้ เราคาดว่า BH มีแนวโน้มจะคงอัตราการจ่ายเงินปันผลมากกว่าคงตัวเลขเงินปันผลต่อหุ้น

ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์

https://www.facebook.com/thunhoonnews

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...