โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดเงื่อนไขรับสิทธิ “รถไฟฟ้า 20 บาท” ใครใช้ได้บ้าง ?

อีจัน

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 03.44 น. • อีจัน

วันนี้ (9 เม.ย.68) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาท โดยระบุว่า ขณะนี้กระทรวงฯ กำลังเตรียมความพร้อมระบบรองรับโดยสารแตะจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท เชื่อมต่อรถไฟฟ้าได้ทุกเส้นทาง ซี่งมีกำหนดจะเริ่มใช้ 30 ก.ย.นี้

ปัจจุบันสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA กำลังพัฒนาระบบศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) และทดสอบการเชื่อมต่อข้อมูลกับผู้ให้บริการแก่ผู้รับบัตร (Acquirer) สำหรับบัตรโดยสาร EMV และ Rabbit ABT

อย่างไรก็ดี ประชาชนที่จะใช้สิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท จะต้องดำเนินการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนและข้อมูลบัตรที่จะใช้จ่าย ซึ่งเปิดให้เริ่มลงทะเบียนได้ประมาณเดือน ส.ค.68

ผู้โดยสารที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯทางรัฐ และเดินทางด้วยบัตรโดยสาร 2 ประเภท ซึ่งสามารถยืนยันตัวตนได้ ประกอบด้วย

  • บัตร Europay Mastercard and Visa (EMV) โดยใช้บัตรเครดิตวีซ่า (VISA) มาสเตอร์การ์ด (Mastercard) รวมถึงบัตรเดบิตของธนาคารใดก็ได้
  • บัตรเติมเงินประเภทบัตรผ่านระบบบัญชีบัตร (ABT) เช่น บัตร Rabbit แบบ ABT หรือการลงทะเบียนยืนยันด้วยหมายเลขบัตรประชาชนคนไทย

ใช้ได้กับรถไฟฟ้าสายใดบ้าง ?

ค่ารถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท กับทั้ง 8 สาย ในปีแรกผู้โดยสารอาจไม่ได้รับความสะดวกมากนัก เพราะยังต้องใช้บัตรสองใบเดินทาง อย่างไรก็ตาม แม้ต้องใช้บัตรทั้ง 2 ใบเดินทางข้ามสาย ผู้โดยสารจะจ่ายสูงสุดไม่เกิน 20 บาท

  • โดยบัตร EMV ใช้ได้กับรถไฟฟ้า 6 สาย ดังนี้ สีแดง ARL สีน้ำเงิน สีม่วง สีชมพู และสีเหลือง

  • ส่วนบัตร Rabbit ใช้ได้กับรถไฟฟ้า 4 สาย ดังนี้ สีเขียว สีทอง สีชมพู และสีเหลือง

ทั้งนี้ หากผู้โดยสารไม่มีบัตร EMV หรือบัตร Rabbit แบบ ABT หรือบัตรที่ไม่ได้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐไว้ จะต้องชำระค่าโดยสารในอัตราค่าโดยสารราคาปกติ รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ไม่สามารถใช้สิทธิค่าโดยสารตามนโยบายดังกล่าวได้

“นโยบาย 20 บาท รัฐจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านทางรัฐ เพื่อทราบจำนวนประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิ ซึ่งจะนำไปสู่การสนับสนุนส่วนต่างค่าโดยสารที่เกิดจากการเดินทาง ทราบข้อมูลในการเดินทางของประชาชนแต่ละบุคคลที่เกิดขึ้นจริง และรัฐจะต้องตามไปจ่ายส่วนต่างให้ผู้ประกอบการแต่ละราย และระยะต่อไป จะพัฒนาให้สามารถแตะจ่ายคิวอาร์โค้ดผ่านโทรศัพท์มือถือได้”นายพิเชฐกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...