เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่ง Sideways ในกรอบเดิม 1180-1200 จุด นักลงทุนยังกังวลประเด็นสงครามการค้า และการประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของทรัมป์ในวันที่ 2 เม.ย. ที่สหรัฐระเรียกเก็บภาษีต่อกลุ่มประเทศ ‘Dirty 15” หรือ 15 ประเทศที่มียอดเกินดุลการค้าสูงสุดกับสหรัฐ ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ รอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.พ. คืนวันศุกร์
สำหรับผลการประชุมครม.วานนี้ ไม่มีมาตรการทั้งภาคอสังหาฯ และท่องเที่ยว แต่ครม.ผ่านร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex และอนุมัติ พรก.แก้ไข พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้อำนาจ กลต. มากขึ้น ในการตรวจสอบผู้กระทำผิด แต่ตลาดไม่ตอบรับในเชิงบวก ระยะสั้นคาดหุ้นในกลุ่มสินค้าบริการจำเป็นคาดว่าจะเคลื่อนไหวได้แข็งแรงกว่ากลุ่มอื่นๆท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ยังเน้น Selective Buy ทั้งนี้ ดัชนีอาจผันผวนจากการปิดสัญญา TFEX ที่จะหมดอายุวันนี้
กลยุทธ์ : ยังเน้น Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ที่มีแนวโน้มกำไร 1Q25-2025 แข็งแกร่งและ Valuation ต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดอย่างมีนัยยะ
หุ้นเด่นเดือน มี.ค. : BA, BTG, CPALL, MTC, PR9
FSSIA Portfolio : BA, BBL, BTG, CPALL, MTC, NSL, PR9, SEAFCO, SHR
หุ้นเด่นวันนี้ : KBANK
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 186 บาท
• กำไรทั้งปี 2025 คาดโตสูงสุดในกลุ่มธนาคาร โดยคาด +6.1% y-จาก Credit cost ที่คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 1.68% จาก 1.89%-2.11% ในช่วงปี 2022-24 เพราะ KBANK ใช้กลยุทธ์ล้างหนี้ด้อยคุณภาพเชิงรุก ซึ่งจะทำให้หนี้สัดส่วนหนี้ด้อยคุณภาพลดลงโดยเฉพาะกลุ่ม SME ทั้งนี้ Credit cost ที่ลดลงทุกๆ 0.10% จะทำให้กำไรปี 2025 เพิ่มขึ้น 4.9%
• อัตราการจ่ายเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นเป็น 46% ของกำไรในปี 2024 จาก 36% ในปี 2023 ช่วยหนุน ROE ให้สูงขึ้น เราคา KBANK จะยังจ่ายในอัตรา 46% ได้ในปี 2025-27 ปัจจุบันเทรดที่ PBV ต่ำเพียง 0.6 เท่า
• แนวรับ 162 บาท แนวต้าน 169-170 บาท
บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ แกว่งในกรอบแคบ ตลาดกังวลในเรื่องมาตรการภาษีของทรัมป์ สัปดาห์หน้า โดยตลาดหุ้นไทย ยังปรับฐานต่อ มีการสลับกลุ่มเล่น ดัชนีฯ ปรับตัวขึ้นตามแรงบวกของกลุ่มธนาคาร ควรระมัดระวังแรงขายทำกำไร ตลาดทั่วโลกมีความกังวลในนโยบายภาษีของทรัมป์ที่ยังไม่แน่นอน รัฐบาลไทยมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เป็นผลบวกกับเศรษฐกิจมากพอ
• ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาทรัมป์ดำเนินการนโยบายภาษีหลายรายการ ที่คาดจะบังใช้ในสัปดาห์หน้า เช่น ภาษีนำเข้ารถยต์ 25%, ภาษีนำเข้าทองแดงคาดว่าจะเก็บที่ 25%, จะเรียกเก็บภาษีกับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอล่า และจะพิจารณาใช้ Reciprocal Tariffs เฉพาะประเทศที่เกินดุลกับสหรัฐฯ มาก ….มาตรการภาษีทรัมป์สร้างความผันผวนให้กับตลาดทั่วโลกตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเทศที่ส่งรถไปขายยังสหรัฐฯ อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ยุโรป คาดสัปดาห์หน้าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้น
• เวียดนามขยับแล้ว ลดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ-ไฟเขียว Starlink หวั่นเจอทรัมป์ขึ้นภาษีตอบโต้ Dirty 15
• ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ให้พื้นที่กาสิโนไม่เกิน 10% ของโครงการ คนไทยเข้าได้ต้องมีเงินฝาก 50 ล้านบาทต่อเนื่อง 6 เดือนขึ้นไป ผู้ได้รับใบอนุญาตที่จัดให้มีกาสิโนเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ห้ามการจ้างโฆษณาชักชวนให้ไปเล่นกาสิโน …. คาดช่วยดึงนักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE กลุ่มที่ได้ประโยชน์ในช่วงแรก กลุ่มรับเหมา ก่อสร้าง, วัสดุก่อสร้าง, ธนาคาร และกลุ่มเช่าซื้อ ส่วนกลุ่มได้ประโยชน์หลังเปิดโครงการ คือ กลุ่มโรงแรม และ ท่องเที่ยว กลุ่มค้าปลีก
• ครม. อนุมัติหลักการ ร่าง พ.ร.ก. แก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มอำนาจ ก.ล.ต. ในการตรวจสอบ การปั่นหุ้น การขายชอร์ต และความโปร่งใสของตลาดทุน และมีมาตรการลงโทษที่เข้มงวดขึ้น …. ข่าวนี้ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน เราจึงมองเป็นบวกของตลาด โดยเฉพาะในส่วนที่ให้สามารถตรวจในเรื่องการทำรายการ Naked Short ได้
• สัปดาห์หน้า มีหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย “XD” ทั้งหมด 10 หลักทรัพย์ อาทิ SCC, SCGP, SONIC, SCGD เป็นต้น ควรระวังแรงขายหุ้นทั้งก่อนและหลัง “XD” ทั้งนี้ หากราคาหุ้นที่จะขึ้น “XD” ปรับตัวลงเท่ากับเงินปันผลจ่าย จะมีผลต่อดัชนีฯราว 0.4 จุด
• Event วันนี้ : PCE สหรัฐฯ
Strategy
• ตลาดยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน แนวรับสำคัญ 1173 และ 1157 จุด นักลงทุนส่วนใหญ่รอดูมาตรการค้าสหรัฐฯ และการร่วงลงของหุ้นค้าปลีก อาจเป็นสัญญาณลบทางเศรษฐกิจได้อย่างหนึ่ง ….. กลยุทธ์ wait & see รอซื้อหุ้นพื้นฐานดี เมื่อตลาดเริ่มกลับตัว
• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เรานำ SCB กลับเข้ามาอีกครั้ง หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB(10%), PTT*(10%), TTB(10%)
Technical : KTC, CCET
ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,170 – 1,180 แนวต้าน 1,200 คาดดัชนีทรงตัวในกรอบ รอประเมินผลกระจาก ม.ภาษีสหรัฐในวันที่ 2 เม.ย. แนะนำทยอซื้อกลุ่มอาหาร CPF,TFG,BTG ปรับขึ้นตามราคาหมู, ไก่ และอุปสงค์จากตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น/ กลุ่มธนาคาร KBANK,SCB,TTB,KKP มี Dividend Yield สูง
BTG* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 23.50 บาท) บริษัทตั้งเป้าปี 68 ยอดขายโต 3-7%YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มตามการขยายกำลังการผลิต ขณะที่ GPM คาดสูงกว่าปี 67 ที่ 13.5% แนวโน้ม 1Q68 น่าจะดีต่อเนื่องได้อานิสงส์จากราคาสุกรในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ยังต่ำจากราคากากถั่วเหลือง นอกจากนี้การซื้อ Eggriculture ที่เป็นธุรกิจไข่ในสิงคโปร์จะเสร็จใน 1Q68 หนุนรายได้ในระยะถัดไป ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดปี 68 มีกำไรสุทธิ 2.9 พันล้านบาท +20%YoY และปี 69 ที่ 3.4 พันล้านบาท +16%YoY
SHR* (ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 3.37 บาท) 4Q67 SHR กลับมามีกำไรได้หลัง 3Q67 ขาดทุน และ +YoY หนุนด้วยการกลับมาเปิด Saii Laguna Phuket และ ปัจจัยตามฤดูกาลของธุรกิจโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ โดย จำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทย 4Q67 +17%YoY +10%QoQ และ จำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามัลดีฟส์ 4Q67 +7%YoY +15%QoQ นอกจากนี้ 1Q68 ยังดูมีแนวโน้มดีจากยอดนักท่องเที่ยวเข้าไทยในช่วง 1-23 มี.ค.67 ยัง +3%YoY และมัลดีฟส์ +5%YoY ระยะสั้น หุ้นกลุ่มโรงแรมยังมี sentiment บวกจาก "เราเที่ยวด้วยกัน" 2568 คนละครึ่งทั้งนี้ตลาดคาด Adj. Profit ปี68 และ69 ของ SHR* ที่ 396 ลบ.(+147%YoY) และ 550 ลบ.(+39%YoY)
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์
https://www.facebook.com/thunhoonnews
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
X คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?/