เอกชนเคว้งลงทุน SMR รอเก้อ รัฐสับสนนโยบายพลังงานสะอาด
เอกชนทุ่มลงทุนพลังงานสีเขียวทุกรูปแบบ ตั้งท่ารอสตาร์ตลุยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) หวังได้ทั้งไฟสะอาด ราคาถูก นิคมพร้อมลงทุน ชี้คุ้มค่า ต่างชาติหนุน แต่ต้องเบรกตัวโก่ง หลังรัฐทำสับสน ยักแย่ยักยันรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2,145 เมกะวัตต์ ติงนโยบายไม่ชัด ทำแผนลงทุนรวน ความเชื่อมั่นไม่เหลือ
รายงานข่าวระบุว่า จากกรณีที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 ให้ระงับการดำเนินการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2567 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและขยะอุตสาหกรรมในรูปแบบ Feed-in Tariff (FIT) ปริมาณ 2,180 เมกะวัตต์ (ตามมติคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช.)
เพื่อตรวจสอบและศึกษาข้อเท็จจริง เนื่องจากการรับซื้อไฟดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งหลายส่วนมีข้อสงสัยและมีความซับซ้อนอยู่ค่อนข้างมาก ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนนี้ แบ่งเป็นพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินไม่เกิน 1,580 เมกะวัตต์ และพลังงานลม รวมไม่เกิน 600 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ตาม กกพ.ยังคงเดินหน้าพิจารณาเห็นชอบผลการคัดเลือกผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมจำนวน 72 ราย ปริมาณพลังไฟฟ้าที่เสนอขายรวม 2,145.4 เมกะวัตต์ เป็นพลังงานลม จำนวน 8 ราย รวม 565.40 เมกะวัตต์ กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ตั้งแต่ปี 2571-2573 และพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน จำนวน 64 ราย รวม 1,580 เมกะวัตต์ กำหนด SCOD ตั้งแต่ 2569-2573
โครงการเฟสแรก
ขณะที่การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจำนวน 5,200 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการเฟส 1 ที่ดำเนินไปก่อน โดยได้มีการเปิดประมูลไปตั้งแต่ปี 2565 ในช่วงของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยการเปิดประมูลในรอบแรก ก็ยังคงมีประเด็นที่ค้างคาอยู่
โดยหลังจากการประมูลเสร็จสิ้น ได้มีผู้ที่ไม่ได้รับคัดเลือก ได้ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถเซ็นสัญญาได้ แต่ล่าสุดศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยยกฟ้องทุกกรณีแล้ว จึงไม่มีข้อกฎหมายใดเป็นอุปสรรคต่อการลงนามในสัญญาอีกต่อไป
ทั้งนี้ การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจำนวน 5,200 เมกะวัตต์ในเฟสแรก ได้มีการประมูลที่ 4,852 เมกะวัตต์ มีสัญญาทั้งสิ้น 175 ฉบับ มีโครงการที่ กฟผ.เกี่ยวข้อง 83 โครงการ และเซ็นสัญญาแล้ว 67 โครงการ โดยเป็นการดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2565 พร้อมกันนี้ ทางสำนักงานกฤษฎีกาให้เหตุผลว่า เนื่องจากมีการลงนามสัญญาไปแล้ว หากยกเลิก หรือ ชะลอการเซ็นลงนามสัญญา ส่วนที่เหลืออาจจะทำให้เกิดปัญหาข้อกฎหมาย
กกพ.โยน “พีระพันธุ์” ตอบ
สำหรับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกและมีชื่ออยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เช่น บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) ได้รับคัดเลือกมากที่สุด จำนวน 11 โครงการ ขนาดรวม 448 เมกะวัตต์ เป็นโครงการแสงอาทิตย์ทั้งหมด, บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ได้รับคัดเลือก 7 โครงการ ขนาดรวม 319 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการลม 4 โครงการ ขนาดรวม 284 เมกะวัตต์ และโครงการแสงอาทิตย์ จำนวน 3 โครงการ ขนาดรวม 35 เมกะวัตต์, โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) จำนวน 4 โครงการ ขนาด 193 เมกะวัตต์, บ้านปู (BANPU) จำนวน 7 เมกะวัตต์, บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) จำนวน 51 เมกะวัตต์ เป็นต้น
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ.กล่าวว่า เรื่องนี้ยังคงต้องให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นผู้ให้คำตอบ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปแต่ในส่วนของ กกพ.เองจะยังคงทำหน้าที่ของตัวเอง
เอกชนมึนรัฐไร้ความชัดเจน
แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมพลังงานกล่าวว่า หลายบริษัทที่ผลิตไฟฟ้าส่วนใหญ่วางเป้าหมายการลงทุนไปในเรื่องของพลังงานสะอาดกันไปมากแล้ว โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ที่ค่อนข้างจะตอบโจทย์ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพลังงานสะอาด หลายบริษัททำแผนศึกษา วางรูปแบบ พื้นที่ลงทุนไว้หมดแล้ว ทั้งการลงทุนเพื่อใช้เองและขายให้รัฐ ในขณะที่รัฐบาลกลับยังไม่มีความชัดเจนอะไรเลย ประกาศเพียงจะมุ่งไปสู่พลังงานสะอาด แต่กลับไม่มีแผนที่ชัดเจน เช่น การชะลอรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ยิ่งทำให้ภาคเอกชนกังวลใจกับแผนที่เตรียมลงทุน ทำให้ยิ่งขาดความเชื่อมั่นและนักลงทุนค่อนข้างที่จะไม่เชื่อใจ เป็นเหตุให้ชะลอการลงทุนเพราะนโยบายไม่ชัดเจน และอาจทำให้เอกชนต้องปรับแผนลงทุนกลับไปกลับมาเพราะความไม่แน่นอนในนโยบาย
เปิดแผนศึกษา SMR ถ้วนหน้า
นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL กล่าวว่า บริษัทคือหนึ่งในหลายรายที่มีแผนระยะ 3 ปี จะเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดในพอร์ตโฟลิโอ ทั้งในไทยและต่างประเทศทั้งหมดเป็น 2,000 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งจะเดินหน้าต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ทั้งในระดับเชิงพาณิชย์และระดับโครงข่าย และกำลังศึกษาโอกาสในการทำธุรกิจพลังงานสีเขียวใหม่ ๆ เช่น SMR, Green Hydrogen และในช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทได้ผ่านคุณสมบัติและได้รับการคัดเลือกเพิ่มขึ้นอีกกว่า 319 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพิ่มเติมด้วย
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า WHA Group เองก็อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจ New S-curve โดยเฉพาะเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ซึ่งปัจจุบันพบว่า SMR Gen4 สามารถ นำมาใช้ผลิตไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมได้แล้ว จึงคิดว่าน่าจะนำมาใช้ในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA เพื่อกระจายไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้กับโรงงาน
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อในอีก 5 ปีข้างหน้า เทคโนโลยี SMR จะเริ่มเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้ ส่วนนิคมอุตสาหกรรมที่จะนำ SMR ไปติดตั้ง คิดว่าต้องเป็นนิคมที่มีการใช้พลังงานปริมาณค่อนข้างจะมาก ซึ่งขณะนี้ WHA มีทั้งหมด 15 นิคม บางนิคมอุตสาหกรรมอยู่ติดกันพื้นที่รวม 7,000 ไร่ ซึ่งมีการใช้พลังงานเป็นปริมาณมาก โดยตั้งเป้าว่าเราจะเริ่มจากนิคมที่ต้องการใช้พลังงานมากก่อน
อย่างไรก็ดี หากเทคโนโลยีมีความพร้อม ราคาดี ก็พร้อมลงทุน เนื่องจากเรามีทั้งลูกค้าและกำลังทรัพย์ ซึ่งตอนนี้ก็ได้ทำการศึกษารอความพร้อมเท่านั้น อีกทั้งยังหารือกับบริษัทในต่างประเทศก็มีความสนใจที่จะนำมาใช้ในอนาคต
“บ้านปู” รอสัญญาณจากรัฐ
นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมแผนที่จะเริ่มนำโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) กลับเข้ามาเป็นหนึ่งในแผนของปี 2568 เพราะ SMR เป็นส่วนหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าที่เป็นกรีน หรือพลังงานสีเขียว สอดรับกับแผนปี 2568 ที่บริษัทได้ทบทวนกลยุทธ์ธุรกิจปรับพอร์ตการลงทุนใหม่ มุ่งที่จะลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตจากพลังงานทดแทนให้ถึง 30% ของกำลังการผลิตรวมในปี 2573 และ 40% ในปี 2578 ซึ่งปัจจุบันมีกำลังผลิตจากพลังงานทดแทนรวม 2,972 เมกะวัตต์ หรือ 27.5%
นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP กล่าวว่า โดยเทคโนโลยี SMR ทางบ้านปูเองก็อยู่ระหว่างการติดตามและมีความสนใจในเทคโนโลยีนี้ โดยมีการประเมินศึกษาจากข้อมูลหลายด้านที่มีการพัฒนาและลงทุน อย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่น และจีน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาความเป็นไปได้และต้นทุนที่เกิดขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าแผนการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานที่ดูแลมากนัก เพราะอย่างไรก็ตาม แผนพลังงานก็จำเป็นจะต้องให้สอดคล้องกับแผนพลังงานประเทศที่จะมุ่งความยั่งยืน
อย่างไรก็ดี บ้านปูก็ให้ความสนใจในเทคโนโลยีนี้ ซึ่งอนาคตมีโอกาสที่ประเทศไทยจะมีการนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ คงต้องขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเทคโนโลยีดังกล่าวบรรจุเข้ามาอยู่ในแผนพัฒนาด้วยหรือไม่ โดยบ้านปูเองพร้อมเสนอทางเลือกด้านการใช้พลังงานให้กับลูกค้าอยู่แล้ว อีกทั้งเรามีเครื่องจักรและศักยภาพที่พร้อมจะลงทุน รวมไปถึงสายส่ง ท่าเรือแก่ผู้ใช้พลังงานได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกชนเคว้งลงทุน SMR รอเก้อ รัฐสับสนนโยบายพลังงานสะอาด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net