โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่องเที่ยวไทยเข้าสู่โหมดอันตราย ชงอุ้มชาร์เตอร์ไฟลต์ฟื้นตลาดจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 เม.ย. 2568 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2568 เวลา 00.00 น.

“ท่องเที่ยว” เส้นเลือดใหญ่อุ้มเศรษฐกิจเข้าสู่โหมดอันตราย กระแสความไม่ปลอดภัยยังว่อนโซเชียล ความเชื่อมั่นกู่ไม่กลับ สถิตินักท่องเที่ยวจีนร่วงหนักเหลือแค่ 5,000-6,000 คนต่อวัน ความนิยมจีนเที่ยวไทยหลุดไปอันดับ 7 สวนทางคนจีนยังแห่นอก ไล่บี้ ททท.แก้โจทย์-ปั๊มตัวเลขโดยด่วน สมาคมแอตต้านำทัพบิ๊กเอเย่นต์ถกทางออก ของบฯ 300 ล้านบาทอุ้มชาร์เตอร์ไฟลต์-อัดฉีดเอเย่นต์ฝั่งจีนช่วยเติมหัวเชื้อ พร้อมจัด Mega FAM Trip เชิญ 300 เอเย่นต์จากทุกมณฑล-สื่อหลักมาอัพเดตโปรดักต์เที่ยวไทยฟื้นเชื่อมั่นปลายเดือน พ.ค.นี้

“ท่องเที่ยว” เส้นเลือดใหญ่อุ้มเศรษฐกิจเข้าสู่โหมดอันตราย กระแสความไม่ปลอดภัยยังว่อนโซเชียล ความเชื่อมั่นกู่ไม่กลับ สถิตินักท่องเที่ยวจีนร่วงหนักเหลือแค่ 5,000-6,000 คนต่อวัน ความนิยมจีนเที่ยวไทยหลุดไปอันดับ 7 สวนทางคนจีนยังแห่นอก ไล่บี้ ททท.แก้โจทย์-ปั๊มตัวเลขโดยด่วน สมาคมแอตต้านำทัพบิ๊กเอเย่นต์ถกทางออก ของบฯ 300 ล้านบาทอุ้มชาร์เตอร์ไฟลต์-อัดฉีดเอเย่นต์ฝั่งจีนช่วยเติมหัวเชื้อ พร้อมจัด Mega FAM Trip เชิญ 300 เอเย่นต์จากทุกมณฑล-สื่อหลักมาอัพเดตโปรดักต์เที่ยวไทยฟื้นเชื่อมั่นปลายเดือน พ.ค.นี้

แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมของธุรกิจท่องเที่ยวของไทยขณะนี้กำลังตกอยู่ในโซนอันตรายมาก แม้ว่าสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมไตรมาสแรกที่ผ่านมาถึง 9.55 ล้านคน เติบโตเพิ่มขึ้น 2% และล่าสุดพบว่าตัวเลขสะสม ตั้งแต่ต้นปี-20 เมษายน 2568 ที่ผ่านมาจะมีจำนวนรวม 11.27 ล้านคน ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แต่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าตัวเลขจะปรับตัวลงเหลือประมาณ 8.3-8.4 ล้านคนในช่วงไตรมาส 2 นี้ ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น

ตลาดนักท่องเที่ยววิกฤตหนัก

ทั้งนี้ ตลาดท่องเที่ยวที่เป็นปัญหาใหญ่ในขณะคือ ตลาดจีน ที่ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวหนักต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนทำสถิติตกต่ำสุดมาอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 คนต่อวันเท่านั้น จากภาวะปกติที่มีอัตราเฉลี่ยประมาณ 14,000-17,000 คนต่อวัน และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดือนเมษายนนี้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนมีนาคมที่มีจำนวน 2.9 แสนคน

“เดือนมกราคมมีสถิติชาวจีนเที่ยวไทยจำนวน 6.6 แสนคน กุมภาพันธ์ลดลงเหลือ 3.7 แสนคน ติดลบถึง 44.9% เรียกว่าเป็นเดือนที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2567 และมีนาคมลดลงเหลือ 2.9 แสนคน คาดว่าเมษายนน่าจะอยู่ในระดับเดียวกับมีนาคม” แหล่งข่าวกล่าวและว่า

หากประเมินในภาพรวม ณ ขณะนี้เชื่อว่าตลาดนักท่องเที่ยวยังอยู่ในภาวะหล่นท้องช้างแบบนี้ไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 เดือน ไปรอลุ้นเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงวันหยุดวันชาติจีนที่เรียกว่าโกลเด้นวีก ซึ่งปกติจะเป็นไฮซีซั่นของตลาดจีน และแน่นอนว่าตัวเลขรวมของนักท่องเที่ยวจีนปีนี้น่าจะต่ำกว่าปี 2567 ที่มีจำนวน 6.7 ล้านคน

บี้ ททท.ปรับแผนปั๊มตัวเลขจีน

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า จากการหดตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีจำนวนและรายได้คิดเป็นประมาณ 25% ของตลาดรวมในปี 2562 ก่อนโควิด-19 รัฐบาลเร่งให้โจทย์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หน่วยงานด้านการทำตลาดเร่งปรับแผนและหาช่องทางสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดจีน และดึงนักท่องเที่ยวกลับมาโดยเร็ว

“หลังจากที่มีข้อมูลว่าประเทศไทยเราเสียแชมป์นักท่องเที่ยวจีนไปให้กับญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา เราก็เพิ่งถูกเวียดนามแซงหน้าไป ยิ่งทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯต้องเร่งจี้ให้ ททท.เร่งปรับแผน เพื่อให้ประเทศไทยกลับไปเป็นเดสติเนชั่นในใจของนักท่องเที่ยวจีนเหมือนเดิม” แหล่งข่าวกล่าว

ตัวเลขจีนเที่ยวนอกพุ่งต่อเนื่อง

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของสาธารณรัฐประชาชนจีนรายงานว่า ในปี 2566 มีจำนวนประมาณ 90 ล้านคน ปี 2567 มีจำนวนประมาณ 120-130 ล้านคน และคาดว่าปีนี้จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 150-155 ล้านคน

จากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า หลังจีนเปิดประเทศ ชาวจีนมีแนวโน้มออกเดินทางไปต่างประเทศต่อเนื่อง เพียงแต่ชะลอการเดินทางมาประเทศไทย ซึ่งจากการวิเคราะห์ของกลุ่มผู้ประกอบการของไทยพบ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เรื่องความปลอดภัย ซึ่งประเด็นไทยได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาตั้งแต่เหตุการณ์ของนักแสดง “ซิงซิง”, ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ กระทั่งมาถึงประเด็นอุยกูร์ ฯลฯ ซึ่งลากยาวมาต่อเนื่อง ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นกระแสโซเชียลในจีนอย่างต่อเนื่อง

และ 2.ประเด็นทางการเมือง ทั้งประเด็นข่าวของกลุ่มจีนเทา ซึ่งกระทบต่อความรู้สึกของคนจีน รวมถึงประเด็นเรื่องทรัมป์ และแผนการเปิดกาสิโนของรัฐบาลไทย ที่มีกระแสว่ารัฐบาลจีนไม่เหตุด้วย จึงไม่สนับสนุนให้คนจีนมาเที่ยว เป็นต้น

ความนิยมไทยร่วงไปอันดับ 7

ดร.อดิษฐ์กล่าวด้วยว่า ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเรื่องของกระแสความนิยมเที่ยวประเทศไทยลดลงไปด้วย โดยจากการสำรวจพฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีนในระดับโลกของ Jing Daily จากการสอบถามจาก 15,082 กลุ่มตัวอย่างจากช่องทาง TikTok, TV, Ctrip, Qunar และเสี่ยวหงซู พบว่า เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยไม่ติดท็อป 5 เดสติเนชั่นยอดนิยมของคนจีน

โดยพบว่า การสำรวจล่าสุดในช่วงไตรมาส 1/2568 ประเทศไทยติดอันดับ 7 เดสติเนชั่นยอดนิยมของคนจีน โดย 5 อันดับแรกคือ สิงคโปร์ ตามด้วยญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย และยุโรป ขณะที่ผลสำรวจในไตรมาสก่อน (ไตรมาส 4/2567) ประเทศไทยติดอยู่ในอันดับ 4 ซึ่งในช่วงก่อนวิกฤตโควิดประเทศไทยครองอันดับ 1 เดสติเนชั่นยอดนิยมของคนจีนมาโดยตลอด

“ในฟากของเอกชนเรามองเห็นปัญหานี้มาตลอด ซึ่งเชื่อว่าทาง ททท.เองก็มองเห็นปัญหาและหาทางแก้ไขมาตลอดเช่นกัน เพียงแต่เซนติเมนต์ของตลาดโดยรวมของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาไม่เอื้ออำนวยนัก” ดร.อดิษฐ์กล่าว

ของบฯอัดฉัดชาร์เตอร์ไฟลต์ 300 ล้าน

ดร.อดิษฐ์กล่าวต่อไปว่า สมาคมแอตต้าในฐานะตัวแทนภาคเอกชนท่องเที่ยว ได้เล็งเห็นปัญหาการชะลอตัวของคนจีนเที่ยวไทยที่หนักหน่วงขึ้น ท่ามกลางการเติบโตของตัวเลขคนจีนออกเดินทางเที่ยวต่างประเทศนี้ มองว่าหากปล่อยให้เป็นไปแบบนี้โดยไม่ทำอะไร ปีนี้จำนวนจีนเที่ยวไทยอาจอยู่ในระดับแค่ประมาณ 5 ล้านคน ต่ำกว่าปี 2567 ที่มีจำนวน 6.7 ล้านคน

โดยจากการวิเคราะห์ตลาดที่ผ่านมาพบว่า ประเด็นหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไปคือ สายการบินที่ให้บริการในรูปแบบเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ไฟลต์หยุดทำตลาดประเทศไทย เนื่องจากลูกค้าชะลอเดินทางมาไทย เพราะไม่เชื่อมั่นความปลอดภัย และหันไปทำตลาดอื่นที่ได้รับความนิยมและมีราคาถูกกว่า เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนไปโผล่ที่ญี่ปุ่นและเวียดนามเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดสมาคมแอตต้าได้นำบริษัทนำเที่ยวตลาดจีนรายใหญ่กว่า 10 ราย ซึ่งก่อนโควิดนำนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยรวมราว 5 ล้านคน ร่วมให้ข้อมูลและหารือแนวทางกระตุ้นตลาดจีน โดยเสนอขอให้ ททท.และรัฐบาลจัดสรรงบประมาณ 300 ล้านบาท สำหรับมาสนับสนุนบริษัททัวร์ในฝั่งจีนให้ฟื้นเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลต์จากเมืองรองจำนวน 1,000 เที่ยวบิน ในช่วงเวลา 3 เดือน (มิ.ย.-ส.ค. 2568)

“โดยทฤษฎีของการตลาด ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะกลับมาได้ เราต้องฟื้นชาร์เตอร์ไฟลต์ และเอานักท่องเที่ยวจากเมืองรองเข้ามา ถ้าเราไม่ช่วยเขาก็ไม่ทำ เพราะทำแล้วขาดทุน ดังนั้นเราต้องช่วยเอเย่นต์ เพื่อให้เอเย่นต์ในจีนช่วยเติมหัวเชื้อไฟให้เราจุดตลาดที่มอดไปแล้วกลับมา เมื่อตลาดเริ่มติดแล้วมันจะกลับมาโตได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง” ดร.อดิษฐ์กล่าว

ดึง 300 เอเย่นต์-สื่อหลักเยือนไทย

ดร.อดิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า เพื่อให้แผนงานบรรลุเป้าหมาย ยังเสนอตัวประสานงานกับบริษัททัวร์รายใหญ่ในฝั่งจีนเข้ามาอัพเดตแหล่งท่องเที่ยว และเห็นบรรยากาศของการท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยเสนอให้ ททท.จัด Mega FAM Trip เชิญบริษัทนำเที่ยวในจีนจากทุกมณฑลจำนวน 300 บริษัท และสื่อหลักของจีน เช่น CCTV มาสัมผัสบรรยากาศภาพรวมการท่องเที่ยวของไทย

โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) เป็นประธานในการต้อนรับ และให้ข้อมูลในประเด็นความพร้อมในการต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยวของประเทศไทย หลังจากนั้นก็พาผู้ประกอบการทั้งหมดลงพื้นที่อัพเดตโปรดักต์เที่ยวไทย โดยกำหนดจัดในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้เพื่อนำไปเสนอขายต่อไป

“หลังจากนั้นสมาคมแอตต้ากับ ททท. จะนำเอกชนท่องเที่ยวของไทยไปโรดโชว์ เพื่อขายประเทศไทยอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งเชื่อมั่นว่าด้วยมาตรการการสนับสนุนเอเย่นต์ทัวร์จีนให้ทำชาร์เตอร์ไฟลต์ จะได้รับการตอบรับที่ดี เอเย่นต์กล้าที่จะกลับมาขายเดสติเนชั่นประเทศไทย และทำให้ท่องเที่ยวกลับไปอยู่ในใจของคนจีนอีกครั้งได้” ดร.อดิษฐ์กล่าว

ไทยปัญหาเยอะหวั่นลามตลาดอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ไม่เพียงแค่ปัญหาด้านจำนวนนักท่องเที่ยวในบางตลาดที่ชะลอตัวหนักเท่านั้น ขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังเจอกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และสะท้อนจากกลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องที่สื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากมาย ทั้งในประเด็นตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการลดลง และยอดขายวูบหายไปอย่างน่าตกใจนับตั้งแต่หลังเทศกาลวาเลนไทน์ (กลางเดือนกุมภาพันธ์) และก็ยังไม่ฟื้นจนถึงวันนี้ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน

รวมถึงกระแสที่ระบุถึงประเด็นที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มาประเทศไทยด้วย อาทิ ราคาห้องพักโรงแรมและสายการบินที่ยังสูงมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด เรื่องความไม่ปลอดภัย การทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่รัฐรีดไถ คนต่างชาติเข้ามาทำมาหากินและสร้างปัญหา สถานที่ท่องเที่ยวสกปรก รวมถึงนักท่องเที่ยวบางตลาดมามากเกินจนทำให้มูลค่าการท่องเที่ยวของไทยลดลง ฯลฯ ซึ่งเป็นปัญหาที่มองว่าอาจส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวตลาดอื่นในอนาคตหากรัฐบาลไม่เร่งจัดระเบียบด้านซัพพลายไซด์ให้ดี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่องเที่ยวไทยเข้าสู่โหมดอันตราย ชงอุ้มชาร์เตอร์ไฟลต์ฟื้นตลาดจีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...