โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดแผนธุรกิจ ‘นับเงินกรุ๊ป’ เจ้าของ KIKI Beauty Space ร้านทำผม 100 ล้านตระกูลเอื้อศิริทรัพย์

TODAY

อัพเดต 19 ธ.ค. 2566 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2566 เวลา 04.14 น. • workpointTODAY

ปีนี้ ‘ธุรกิจความงาม’ ถูกยกขึ้นทำเนียบติดอันดับธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรงคัมแบ็คกลับมาได้สวย หลังต้องประสบปัญหาช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่วันนี้ธุรกิจกลุ่มนี้กลับมาฟื้นตัวจนโดดเด่นอีกครั้ง และหากเจาะเข้าไปดูเฉพาะ ‘ธุรกิจร้านเสริมสวย’ จะพบว่ามีมูลค่าการตลาดสูงมากอยู่ที่ราว 60,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

จะเห็นว่าธุรกิจร้านเสริมสวยปัจจุบันมีโมเดลสไตล์สปา คือ สวยตั้งแต่ผมจรดปลายเท้า และยิ่งหากเข้าไปดูในไลน์ของตลาดธุรกิจเส้นผม และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเส้นผมด้วยแล้ว ยิ่งเติบโตสูงขึ้นทุกปี เพราะความนิยมทำสีผมของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก นั่นทำให้ตลาดธุรกิจบำรุงสุขภาพผมก็เติบโตตามด้วยเช่นกัน

TODAY Bizview มีโอกาสได้พูดคุยกับ‘ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์’ ผู้บริหารนับเงินกรุ๊ปหรือพี่น้องตระกูลเอื้อศิริทรัพย์ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของร้านให้บริการความงามครบวงจร KIKI Beauty Space ตั้งอยู่ใจกลางสยามสแควร์ ที่จุดเด็ดจุดขายคือความชำนาญเรื่องบริการเกี่ยวกับเส้นผม จนมีเหล่าคนดัง อินฟลูเอนเซอร์และกลุ่มลูกค้าต่างชาตินิยมเข้ามาใช้บริการ สร้างรายได้นับ 100 ล้านบาทต่อปี

‘ก้องภพ’ เผยว่า KIKI Beauty Space เกิดขึ้นจากการที่เห็นคนไทยส่วนใหญ่มีปัญหาสุขภาพผม เราเห็นถึงปัญหานี้จึงอยากทำซาลอนพรีเมี่ยมที่ช่วยแก้ปัญหา โดยใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากแบรนด์ดังระดับโลกและมอบบริการชั้นยอดให้แก่ลูกค้า

ขณะที่เปิดร้านครั้งแรกใจกลางสยามสแควร์ในช่วงที่กำลังล็อกดาวน์โควิด ซึ่งร้านจำเป็นจะต้องปิดตามมาตรการรัฐบาล ทำให้ ‘ก้องภพ’ ต้องวางแผนการตลาดด้วยการขายคูปองล่วงหน้าที่มาพร้อมส่วนลด ซึ่งกระแสตอบรับก็กลับมาอย่างล้นหลาม และมีเหล่าคนดังอินฟลูเอนเซอร์ มาใช้บริการด้วยตัวเองและรีวิวผ่านอินสตราแกรม

ทำให้ปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าทั้งอินฟลูเอนเซอร์ นางงาม หรือกลุ่มคน GEN Y รวมถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่บินมาใช้บริการมากขึ้น โดยร้านซาลอนมี 3 สาขา โดยที่สยามสแควร์มี 2 แห่ง และอีก 1 สาขาที่เมกะบางนา เติบโตปีละ 200% ปัจจุบันมีลูกค้า,000 บาท

สมัครสมาชิกและชำระเงินล่วงหน้ากว่า 10,000 ราย เฉลี่ยค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าเข้าใช้บริการมีตั้งแต่รายละ 10,000-300

[ แตกไลน์ขยายธุรกิจให้ครบวงจรขึ้นไปอีก ]

‘ก้องภพ’ กล่าวว่า เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้ขยายแบรนด์ใหม่อย่างกีกี้ เอ็กซ์ (KIKI X) ที่สยาม สแควร์ ซอย 3 เพื่อเป็นเดสติเนชั่นใหม่ต่อยอดบริการความสวยตั้งแต่หัวจรดเท้า โฟกัสบริการเกี่ยวกับความสวยความงาม เช่น บริการต่อผม ต่อเล็บ รวมถึงต่อขนตา สมาชิกสามารถจองห้องส่วนตัวในการเสริมสวย และสั่งอาหารรับประทานระะหว่างเข้าใช้บริการได้

ทั้งนี้ ยังแตกไลน์แบรนด์แฮร์แคร์น้องใหม่เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มแมส โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวแรกคือ ‘KBS’ ฟิลเลอร์ผมที่คัดสรรสุดยอดสารสกัดจากทั่วโลก ซึ่งไลฟ์สดขายครั้งเเรกสร้างรายได้ราว 700,000บาท จนปัจจุบันขยายไปตีตลาดในประเทศลาวที่มีพฤกติกรรมลูกค้าคล้ายกับไทย

ประกอบกับนำเทคโนโลยีและ Data Driven เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อให้สามารถ ตัดสินใจ และทำการตลาดได้อย่างแม่นยำ ซึ่งถือเป็นรายแรกๆ ของธุรกิจซาลอนในไทยอีกด้วย

[ ทิศทางธุรกิจของนับเงินกรุ๊ป ]

‘ก้องภพ’ เผยว่า ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของนับเงินกรุ๊ป ประกอบด้วย 2 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ 1.ธุรกิจซาลอน 2.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Bevarage – F&B)

เมื่อไม่นานมานี้ นับเงินกรุ๊ป ยังต่อยอดธุรกิจ F&B ด้วยการรีแบรนด์ตำนานร้านอาหารไทย KOKO (โกโก้) ซึ่งอยู่คู่สยามมาเกือบ 30 ปี ด้วยความต้องการที่จะสร้างแม็กเน็ตร้านอาหารไทยในย่านสยามสแควร์ โดยเฉพาะบริเวณสยามสแควร์ซอย 3 จึงได้ร่วมกับเครือร้านอาหารของ ‘นันทนัช เอื้อศิริทรัพย์’ (พี่สาว) ผู้บริหาร เครือรวยไม่หยุด กรุ๊ป เจ้าของร้านอาหาร Nice tWo Meat u, Fire Tiger, Mill Toast House TH ฯลฯ โดยหลังจากเปิดให้บริการมาได้ราว 4 เดือน กลุ่มลูกค้าของร้านเป็นลูกค้าไทยและต่างชาติในสัดส่วน 50-50

“ด้วยความที่เรามีประสบการณ์ในการปั้นแบรนด์อยู่แล้ว จากที่เคยช่วยงานร้านอาหารของพี่สาว และธุรกิจความงามของเราเอง ทำให้ไม่ได้กังวลมากนักในการขยายธุรกิจ โดยในส่วนของธุรกิจอาหาร ได้เข้ามาปรับภาพลักษณ์แบรนด์ การตกแต่งร้าน รวมไปถึงพัฒนาเมนูอาหารใหม่ๆ ให้มีความหลากหลาย เป็นเมนูอาหารไทยจากหลายภูมิภาค และมีรสชาติถึงรสถึงเครื่องนับร้อยเมนู ตั้งเป้าผลักดันร้านอาหารไทยเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ต และหวังจะสร้างชื่อเสียงให้สยามสแควร์กลายเป็น ‘World Food Destination’ ของไทย”

ก้าวต่อไปของนับเงินกรุ๊ป ‘ก้องภพ’ กล่าวทิ้งท้ายว่า มีแผนจะขยายธุรกิจในกลุ่มความงาม และไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการออกสินค้าภายใต้แบรนด์ KBS ที่เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์แฮร์แคร์ ซึ่งจะมีการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ออกไปนอกเหนือจากฝั่งแฮร์แคร์ต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ด้วย

ในภาพรวมของธุรกิจ ‘ก้องภพ’ มองว่าเป้าหมายต้องการขยายตลาดทั้งในไทยและระดับภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันพอร์ทธุรกิจความงาม และธุรกิจอาหารของเครืออยู่ที่สัดส่วนร้อยละ 80-20 แต่ภายในปี 2026 เครือนับเงิน กรุ๊ป ตั้งเป้าขยายพอร์ท F&B ให้ขึ้นมาอยู่ในสัดส่วน 50-50

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...