โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เงือกอย่างผมจะเป็นไอดอลให้ดู! [END]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 17 มี.ค. 2567 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2567 เวลา 13.58 น. • littleyumyum
ในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี เรื่องราวของเงือกคงจะกลายเป็นเพียงนิทานปรัมปราไปแล้ว แต่ใครสน? เป็นเงือกแล้วไง? เขาก็อยากเป็นไอดอลเหมือนมนุษย์เหมือนกันนะ!

ข้อมูลเบื้องต้น

เสียงร้องเพลงของเงือกนั้นไพเราะยิ่งกว่าเสียงของเผ่าพันธ์ุใดทั้งหมดในโลก ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ได้ฟังก็จะราวกับตกอยู่ในภวังค์แห่งห้วงอารมณ์อย่างไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าเพลงนั้นจะจบลง

ลึกลงไปใต้ทะเลลึกที่มีแถบแนวปะการังอันงดงาม เสียงฮัมเพลงด้วยท่วงทำนองอันสดใสดังไปทั่ว มันไพเราะมากถึงขนาดที่สามารถดึงดูดเหล่าปลาตัวเล็กๆรอบๆให้ว่ายเข้ามาฟังได้เลยทีเดียว

ครีบหางสีฟ้างดงามเป็นประกายสะบัดแหวกว่ายไปมาอย่างอารมณ์ดี แต่ในตอนนั้นเอง..

ป๊อก!

“อควา! หยุดร้องเพลงแล้วมาเก็บของได้แล้ว! จะขึ้นไปหรือไม่บนโลกมนุษย์น่ะหือ?”

“โอ๊ย! ผมเจ็บนะแม่! ไปแล้วครับๆ”

อควาถูกกำปั้นของผู้เป็นแม้แท้ๆเคาะหัวจนน้ำตาเล็ดกลายเป็นไข่มุกร่วงหล่นไปที่พื้น เขาประท้วงแง่งอนอย่างไม่จริงจังครั้งหนึ่ง ก่อนจะยอมว่ายไปเก็บสัมภาระของตนเองอย่างว่าง่าย

ในโลกของเงือก เมื่อใดก็ตามที่อายุครบยี่สิบปี พวกเขาก็จะได้รับอิสระให้ขึ้นไปบนโลกมนุษย์ได้ตามใจชอบ เงือกบางตนถึงกับหายจากโลกใต้ทะเลไปใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ถาวรเลยก็ยังมี

แน่ล่ะ ยุคนี้ใครๆเขาจะห้ามเงือกขึ้นไปบนบกกัน เขามีแต่ส่งเสริมให้ไปเผชิญโลกกว้างกันหมดแล้ว! อีกอย่าง พวกเขาก็ไม่ได้ขึ้นไปและประกาศตัวว่าเป็นเงือกต่อหน้ามนุษย์ปาวๆเสียหน่อย แต่ใช้วิธีการแฝงตัวเข้าไปต่างหาก

ใครจะรู้ คนที่ทุกคนคิดว่าเป็นมนุษย์เดินสวนกันไปมาในเมือง บางทีอาจจะเป็นหนึ่งในเงือกที่แฝงตัวขึ้นมาก็ได้

และใช่ ตอนนี้อควาก็อายุครบยี่สิบปีแล้ว นั่นแปลว่าเขากำลังจะได้ขึ้นไปโลกมนุษย์แล้วยังไงล่ะ!

ดวงตาสีฟ้าสดใสเป็นประกายวิบวับ

ไปโลกมนุษย์ครั้งนี้ เขาจะต้องเป็นไอดอลให้ได้เลย! เพราะนั่นคือความฝันของเขาล่ะ!


มาเปิดเรื่องใหม่ค่า เรื่องที่แปดแน้วว อย่างที่เคยบอกว่าเรื่องนี้จะเป็นแนวไอดอลฟีลๆรายการช่วง แต่ก็ยังมีความแฟนตาซีผสมอยู่ ซึ่งก็คือการที่น้องอควาของเราเป็นเงือกนั่นเองค่า!

แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ยังฟีลกู๊ดฟีลใจเหมือนเดิม ทุกคนสามารถอ่านได้อย่างสบายใจหายห่วง ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันด้วยนะคะ!

#อควาจะเป็นไอดอล

#อควาจะเป็นไอดอล 1

ในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด มนุษย์เริ่มลืมเลือนเรื่องเล่าและตำนานต่างๆไปเสียหมดทั้งยังคิดว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องเล่าในนิทานปรัมปราที่ไม่มีอยู่จริง

แต่หารู้ไม่ ลึกลงไปในโลกใต้ทะเล ยังคงมีเผ่าพันธ์ุ‘เงือก’อาศัยกันอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งการใช้ชีวิตของเงือกที่นี่ก็ยังทันสมัยไม่แพ้บนโลกมนุษย์เลยด้วย

เสียงร้องเพลงของเงือกนั้นไพเราะยิ่งกว่าเสียงของเผ่าพันธ์ุใดทั้งหมดในโลก ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ได้ฟังก็จะราวกับตกอยู่ในภวังค์แห่งห้วงอารมณ์อย่างไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าเพลงนั้นจะจบลง

ลึกลงไปใต้ทะเลลึกที่มีแถบแนวปะการังอันงดงาม เสียงฮัมเพลงด้วยท่วงทำนองอันสดใสดังไปทั่ว มันไพเราะมากถึงขนาดที่สามารถดึงดูดเหล่าปลาตัวเล็กๆรอบๆให้ว่ายเข้ามาฟังได้เลยทีเดียว

ครีบหางสีฟ้างดงามเป็นประกายสะบัดแหวกว่ายไปมาอย่างอารมณ์ดี แต่ในตอนนั้นเอง..

ป๊อก!

“อควา! หยุดร้องเพลงแล้วมาเก็บของได้แล้ว! จะขึ้นไปหรือไม่บนโลกมนุษย์น่ะหือ?”

“โอ๊ย! ผมเจ็บนะแม่! ไปแล้วครับๆ”

อควาถูกกำปั้นของผู้เป็นแม้แท้ๆเคาะหัวจนน้ำตาเล็ดกลายเป็นไข่มุกร่วงหล่นไปที่พื้น เขาประท้วงแง่งอนอย่างไม่จริงจังครั้งหนึ่ง ก่อนจะยอมว่ายไปเก็บสัมภาระของตนเองอย่างว่าง่าย

ในโลกของเงือก เมื่อใดก็ตามที่อายุครบยี่สิบปี พวกเขาก็จะได้รับอิสระให้ขึ้นไปบนโลกมนุษย์ได้ตามใจชอบ เงือกบางตนถึงกับหายจากโลกใต้ทะเลไปใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ถาวรเลยก็ยังมี

แน่ล่ะ ยุคนี้ใครๆเขาจะห้ามเงือกขึ้นไปบนบกกัน เขามีแต่ส่งเสริมให้ไปเผชิญโลกกว้างกันหมดแล้ว! อีกอย่าง พวกเขาก็ไม่ได้ขึ้นไปและประกาศตัวว่าเป็นเงือกต่อหน้ามนุษย์ปาวๆเสียหน่อย แต่ใช้วิธีการแฝงตัวเข้าไปต่างหาก

ใครจะรู้ คนที่ทุกคนคิดว่าเป็นมนุษย์เดินสวนกันไปมาในเมือง บางทีอาจจะเป็นหนึ่งในเงือกที่แฝงตัวขึ้นมาก็ได้

และใช่ ตอนนี้อควาก็อายุครบยี่สิบปีแล้ว นั่นแปลว่าเขากำลังจะได้ขึ้นไปโลกมนุษย์แล้วยังไงล่ะ!

ดวงตาสีฟ้าสดใสเป็นประกายวิบวับ

ไปโลกมนุษย์ครั้งนี้ เขาจะต้องเป็นไอดอลให้ได้เลย! เพราะนั่นคือความฝันของเขาล่ะ!

และถ้าถามว่าเขารู้เรื่องราวบนโลกมนุษย์ได้ยังไงน่ะหรอ? นั่นก็ง่ายมาก เงือกที่แฝงตัวขึ้นไปบนโลกมนุษย์ก่อนหน้าเขาน่ะมีมากยิ่งกว่าปะการังใต้ทะเลเสียอีก กับแค่โทรศัพท์มือถือของมนุษย์น่ะ พวกเราเหล่าเงือกสามารถหาเอามาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้สบายอยู่แล้ว

แค่หาซองกันน้ำมาใส่สักหน่อย เงือกอย่างพวกเขาก็สามารถเข้าถึงโลกโซเชี่ยลของเหล่ามนุษย์ได้สบายๆแล้วแม้ว่าจะอยู่ใต้น้ำก็ตาม

อควารับรู้และแอบสอดส่องข่าวคราวของมนุษย์จากใต้ทะเลอยู่ตลอด และสิ่งที่เขาชื่นชอบที่สุดจากการได้ดูก็คงไม่พ้นอาชีพไอดอลที่เปล่งประกายอยู่บนเวทีแบบนั้น

อควาชอบมาก! การได้ร้องเพลงและเต้น รวมถึงสร้างความสุขให้กับคนดูแบบนั้นน่ะ!

“เอ้า มัวแต่เหม่ออีกแล้วเรานี่ แม่เก็บของจำเป็นให้เราแล้ว อยากเอาอะไรไปอีกรึเปล่า?”

“ขอบคุณครับแม่! ไม่มีอะไรแล้วครับ ครบหมดแล้ว”

อควาว่าพลางเอากระเป๋าหอยมุกมาเปิดดูของสัมภาระ ซึ่งเงือกอย่างพวกเขาก็ไม่ได้พกอะไรไว้มากมายหรอก มีแค่ชุดไม่กี่ชุด ไข่มุกเอาไว้แลกเงิน แล้วก็ของใช้ส่วนตัวอีกนิดหน่อย

“ดี แล้วจำที่อยู่ได้ใช่หรือไม่? อย่าไปหลงที่ไหนเสียล่ะ เดี๋ยวจะลำบากอันดาเอาอีก ทางนั้นยิ่งงานยุ่งอยู่ด้วย”

อควายู่ปาก “ไม่หลงแน่นอนครับ! ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ! เดี๋ยวนี้ถ้าหาที่ไหนไม่เจอ แค่เปิดจีพีเอสก็รอดแล้ว!”

“จ้าๆ เจ้าคนเก่ง อย่าให้อันดามาฟ้องแม่ก็แล้วกันว่าเราไปหลงน่ะ”

ได้ยินคำแซวของแม่ อควาก็หน้ามู่ เขาโตแล้วนะ! เรื่องที่หลงทางในทะเลตอนเด็กน่ะมันเป็นอดีตไปแล้ว!

ส่วนพี่อันดาที่พูดถึงก็คือลูกพี่ลูกน้องของเขาเอง แม่เขามีพี่สาวแท้ๆอยู่คนหนึ่งชื่อว่าเอวา และพี่อันดาก็เป็นลูกสาวของป้าเอวานั่นแหละ อีกฝ่ายมีอายุมากกว่าเขาเจ็ดปี แต่พิเศษหน่อยตรงที่พี่อันดาเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งเงือก

ถูกต้อง! ป้าเอวาของเขาไปแต่งงานกับมนุษย์ล่ะ เป็นคุณลุงใจดีที่ชื่อชอว์ แอบกระซิบว่าลุงชอว์น่ะเป็นนักธุรกิจที่รวยมากๆในโลกมนุษย์ด้วยนะ!

ถึงจะเป็นลูกครึ่ง แต่พี่อันดาก็หนีข้อจำกัดของเงือกไม่พ้นอยู่ดี เงือกทุกคนจะสามารถเปลี่ยนครีบหางให้กลายเป็นขาได้ก็ต่อเมื่ออายุยี่สิบปีแล้วเท่านั้น เพราะแบบนั้นถึงมีกฏให้เงือกสามารถขึ้นไปบนบกได้ก็ต่อเมื่ออายุยี่สิบปีแล้วยังไงล่ะ

ด้วยเหตุผลนั้น ก่อนหน้านี้พี่อันดากับป้าเอวาก็เลยต้องอยู่ในทะเลด้วยกันไปก่อน แล้วถ้าทั้งคู่คิดถึงลุงชอว์เมื่อไหร่ก็ค่อยวิดีโอหาเอา จนกระทั่งพี่อันดาอายุครบยี่สิบเมื่อเจ็ดปีก่อนนั่นแหละ ทั่งคู่ก็เลยย้ายไปอยู่กับลุงชอว์บนบกถาวรเลย

แต่ว่าก็มีบางครั้งที่พี่อันดากับป้าเอวากลับมาเยี่ยมพวกเขาที่ใต้ทะเลเหมือนกันนะ อควาก็เลยสนิทกับทั้งคู่มาก

แล้วอีกอย่าง พี่อันดาในตอนนี้น่ะกลายเป็นนักร้องเดี่ยวที่โด่งดังมากๆในโลกมนุษย์ไปแล้ว! เขาน่ะติดตามข่าวสารของอีกฝ่ายอยู่ทุกวันเลยนะ! พี่อันดาเก่งมากเลย!

ส่วนเรื่องครอบครัวของเขาน่ะหรอ? อควาต่างจากพี่อันดานิดหน่อยตรงที่เขาไม่ใช่ลูกครึ่ง ทั้งพ่อและแม่ของเขาล้วนเป็นเงือก แต่น่าเสียดายที่พ่อของเขาเสียชีวิตด้วยโรคร้ายไปแล้วตั้งแต่ที่เขาเพิ่งเกิดได้ไม่เท่าไหร่

“แล้ว..แม่จะไม่ไปกับผมจริงๆหรอครับ?”

สิ้นเสียง เงือกหญิงวัยกลางคนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะยกมือลูบหัวลูกชายตัวน้อยอย่างอ่อนโยน

“จริงจ้ะ แม่ชอบที่นี่ ที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของพ่อและแม่ เอาไว้อความาเยี่ยมแม่บ่อยๆแทนก็แล้วกันนะ!”

“ได้ครับ ผมรักแม่นะครับ เอาไว้ผมจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ”

หมับ!

อควาพูดพร้อมกับพุ่งเข้าไปกอดแม่ของเขาอีกครั้งหนึ่ง เขาพยายามซึมซับไออุ่นจากอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด ก่อนจะตัดสินใจโบกมือลาและสะบัดครีบว่ายขึ้นไปยังโลกมนุษย์ทันที

รู้สึกเหงานิดหน่อยแฮะเพราะปกติเขาอยู่กับแม่มาตลอด แต่เพื่อความฝันของเขาแล้ว เขาก็ต้องพยายามด้วยตัวเองให้ได้!

สู้ๆนะอควา!

“..ที่นี่หรอ?”

หนุ่มน้อยผมสีทองและมีดวงตาสีฟ้างดงามในชุดฮู้ดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นเงยหน้ามองตึกสูงตรงหน้าด้วยสายตาไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก

ต้องขอบคุณลุงชอว์จริงๆที่อุตส่าห์ใจดีเตรียมที่พักและบัตรประชาชนของมนุษย์เอาไว้ให้ แต่ว่านะ คอนโดตรงหน้านี่มันจะไม่หรูไปหน่อยหรอ!?

อควาตัดสินใจก้มหาของในกระเป๋าผ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพบเข้ากับบัตรที่พี่อันดาเอามาให้และบอกว่ามันเป็นคีย์การ์ดสำหรับใช้ขึ้นห้องโดยเฉพาะ

ส่วนเรื่องถุงผ้าและการแต่งตัว อควาก็ต้องมีจุดเก็บของเอาไว้ตามชายหาดและโขดหินอยู่แล้ว ถ้าให้สะพายกระเป๋าเปลือกหอยไปมาบนโลกมนุษย์เดี๋ยวก็ได้ตกเป็นที่น่าสงสัยกันหมดพอดี

และหลังจากทำเรื่องแบบงงๆที่หน้าลอบบี้ของคอนโดไปสักพัก ในที่สุด อควาก็ขึ้นมาอยู่ในห้องที่ทั้งหรูหราและกว้างขวางไปในที่สุด

ต้องขอบคุณครอบครัวของพี่อันดาจริงๆที่ยื่นมือช่วยเหลือเขามากขนาดนี้ ให้ที่อยู่อย่างเดียวไม่พอยังให้เงินและเอกสารยืนยันตัวตนของมนุษย์มาให้อีก หากไม่มีลุงชอว์ เชื่อสิว่าการใช้ชีวิตในโลกมนุษย์ของเขาคงจะลำบากกว่านี้แน่

โอเค ตอนนี้เขาขึ้นมาโลกมนุษย์เรียบร้อยแล้ว เป้าหมายต่อไปของเขาก็คือรายการแข่งขันไอดอลที่กำลังจะจัดขึ้นนี่ไงล่ะ!

อย่าได้คิดว่าเขานั่งๆนอนๆอยู่ในทะเลโดยที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก่อนเชียว ก่อนหน้านี้อควาได้หาข้อมูลมาเรียบร้อยแล้วว่าช่วงที่เขาจะขึ้นไปบนบกน่ะมีรายการนี้ที่กำลังจะจัดขึ้นอยู่พอดี แถมยังเปิดให้เด็กฝึกอิสระที่ไร้สังกัดสามารถสมัครเข้าไปได้ด้วยถ้าความสามารถดีจริงและผ่านตากรรมการ

ซึ่งตรงจุดนี้แหละตรงตามความต้องการของอควาแบบเป๊ะๆ!

แย่หน่อยที่ช่วงเปิดรับสมัครมันเป็นช่วงที่เขายังอายุไม่ถึงยี่สิบ อควาเลยจำใจต้องขึ้นมานั่งอัดคลิปตัวเองร้องเพลงบนชายหาดให้เห็นแค่ครึ่งตัวแล้วส่งไปเนี่ย! จะมีใครในผู้สมัครลำบากเท่าเขาอีกมั้ย?

และด้วยเสียงร้องเพลงอันไพเราะของตัวเขา นี่อควาไม่ได้อวยตัวเองนะ! แต่เงือกส่วนใหญ่ก็จะมีเสียงที่ไพเราะกันเป็นปกติอยู่แล้วจริงๆ ไหนจะหน้าตางดงามสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับเงือกอีก มันเลยทำให้อควาผ่านเข้ารอบคัดเลือกไปอย่างง่ายดาย

อควาอ่านกติกามาดีแล้ว รายการนี้มีชื่อว่าไอดอลลีค จะเป็นรายการที่คัดเด็กฝึกจากค่ายและเด็กฝึกอิสระรวมเก้าสิบสิบเก้าคนมาแข่งขันกันในรายการ และผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดห้าคนแรกก็จะได้เดบิวต์เป็นวงไอดอลจากรายการนี้ไป

ซึ่งปีนี้ถือว่าโหดมากเลยทีเดียว ปีก่อนๆยังให้เดบิวต์วงละสิบเอ็ดคนบ้าง เก้าคนบ้าง เจ็ดคนบ้าง แต่ปีนี้กลับคัดเอาแค่ห้าคนเท่านั้นจากทั้งหมดเก้าสิบเก้าคน

อควาก็ตั้งใจจะไปสู้เต็มที่นั่นแหละ แต่เขาก็ไม่ได้กดดันให้ตัวเองเครียดจนเกินไป เพราะตราบใดที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปเป็นหนึ่งในเก้าสิบเก้าคนในรายการแล้ว อย่างน้อยพอจบรายการ ถึงเขาไม่ติดหนึ่งในห้า แต่ก็น่าจะได้ฐานแฟนคลับและเป็นที่รู้จักพอสมควร เพราะว่ารายการนี้ถือว่ากำลังดังและเป็นกระแสมากๆเลยในโลกมนุษย์

ด้วยเสียงของเขา อความั่นใจว่าเรื่องร้องเพลงน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอก เขาพร้อมแข่งเรื่องเสียงกับคนอื่นๆเต็มที่ แต่ปัญหาจริงๆน่ะมันคือ..

ตุบ!

“โอ๊ย! เจ้าขาบ้านี่! ทำไมควบคุมยากแบบนี้เนี่ย!?”

ร่างบางบ่นอุบเมื่อเขาสะดุดขาตัวเองจนล้มหน้าคะมำเป็นรอบที่ร้อยของวันตั้งแต่ขึ้นบกมา

นี่แหละ..ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุด คือเขายังไม่ชินกับการที่ตัวเองมีขาน่ะสิ!

แบบนี้แย่แน่ๆ แค่เดินยังจะไม่รอดเลย แล้วเขาจะฝึกเต้นให้ทันภายในสองสัปดาห์ก่อนเดินทางไปร่วมรายการได้ยังไง!?

อควาขยุ้มผมตัวเองจนเส้มผมสีทองฟูฟ่องขึ้นมาอย่างน่าเอ็นดู

แต่เอาเถอะ มาถึงขนาดนี้แล้วนี่เนอะ!

สู้ก็สู้!


ตอนแรกมาเสิร์ฟแน้วค่า น้องอควาของเราเป็นเงือกน้อยที่เพิ่งขึ้นมาดูโลก ฝากน้องเงือกผมทองตาฟ้าตัวน้อยๆไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ

#อควาจะเป็นไอดอล

#อควาจะเป็นไอดอล 2

“ฮึบ!”

อควานอนแผ่หราไปกับพื้นเมื่อฝึกเต้นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้เสร็จ ร่างบางฝึกเต้นมาทั้งวันจนเหงื่อท่วมตัว เส้นผมสีทองที่เคยนุ่มฟูในตอนนี้เปียกซ่กไปหมด

นี่ก็ผ่านไปเกือบสองสัปดาห์แล้วตั้งแต่ที่เขาเริ่มขึ้นมาบนบก อควาเคยชินกับชีวิตที่นี่และการมีขามากขึ้น อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้สะดุดขาตัวเองและล้มบ่อยเหมือนวันแรกๆแล้ว

แล้วก็ข่าวดีอีกอย่าง เขาสามารถเต้นฟรีสไตล์แบบง่ายๆได้แล้วด้วย!

แม้ว่าการเต้นของเขาจะไม่ได้มีเทคนิคที่ดีอะไรนัก แต่มันก็ถือว่าดีมากแล้วล่ะถ้าเทียบกับการฝึกด้วยตัวเองคนเดียวโดยใช้เวลาแค่สองอาทิตย์

อควาคิดว่าตัวเองค่อนข้างที่จะเรียนรู้ได้เร็วพอสมควร ขนาดฝึกด้วยตัวเองจากการดูคลิปยังทำได้ขนาดนี้เลยนะ! ถ้าได้ไปลองฝึกในรายการแบบที่มีครูฝึกและมีแต่คนเก่งๆคอยฝึกด้วยกันอยู่รอบตัวแล้วล่ะก็ เขาอาจจะพัฒนาไปได้ไวกว่านี้ก็ได้!

นอกจากจะฝึกเต้นแล้ว อควายังเอารายการไอดอลลีคของปีก่อนๆมานั่งดูเพื่อเป็นแนวทางด้วย ซึ่งบดทดสอบแต่ละรอบก็ถือว่าค่อนข้างโหดมากจริงๆ โดยเฉพาะการให้เต้นเพลงธีมของรายการที่ต้องใช้ทักษะการเต้นที่ค่อนข้างสูงนั่น..

เมื่อสองปีก่อนเพลงธีมของรายการมีการให้ตีลังกาด้วยล่ะ! โหดมาก! ซึ่งอควาที่เพิ่งทำความคุ้นชินกับขาได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องยอมรับว่าไม่สามารถทำได้จริงๆ ถ้าให้ตีลังกาใต้น้ำก็ยังว่าไปอย่าง แต่นี่มันบนบกนะ!

เอาเถอะ กังวลไปก็ไม่ได้อะไร เพราะวันที่เขาจะต้องไปเข้าร่วมรายการก็คือวันพรุ่งนี้แล้วยังไงล่ะ!

อควาหันไปมองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่เขาจัดการเตรียมของที่ต้องเอาไปไว้พร้อมหมดแล้ว

พรุ่งนี้จะเป็นวันที่เขาได้เริ่มต้นทำตามความฝันอย่างจริงจังแล้วสินะ!

“คนที่มาใหม่มาลงทะเบียนยืนยันตัวตนตรงนี้ได้เลยนะคะ ลงทะเบียนเสร็จก็รับเอกสารแล้วไปขึ้นรถได้เลยค่ะ”

เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจของทีมงานและเด็กฝึกที่มาเข้าร่วมรายการในพื้นที่ดังสลับกันไปมาจนดูวุ่นวาย อควาที่ในตอนนี้ลงทะเลเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กำลังมองรถบัสคันใหญ่ทั้งสี่คันตรงหน้าด้วยสายตางุนงง

ก็พี่ๆทีมงานบอกให้มาขึ้นรถ แต่ว่า..มันรถคันไหนกันล่ะ? หรือว่าเขาเลือกเองได้เลย?

วันนี้เป็นกำหนดวันที่ให้เด็กฝึกที่ผ่านการคัดเลือกทุกคนมาเข้าร่วมรายการ ซึ่งสถานที่นัดเจอก็คือโรงยิมใจกลางเมืองแห่งหนึ่งที่สามารถนั่งรถไปถึงได้ง่ายๆ

เด็กฝึกทุกคนจะต้องมารวมตัวลงทะเบียนกันที่นี่ก่อน จากนั้นจึงค่อยขึ้นรถบัสของทางทีมงานไปยังสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งรายการนี้จะใช้ระยะเวลาการถ่ายทำทั้งหมดรวมสามเดือน

โชคดีจริงๆที่อควาอายุครบยี่สิบได้ทันเวลาพอดี ไม่อย่างนั้น หากเขาพลาดรายการในปีนี้ไป เขาก็ต้องรออีกสองปีเลยทีเดียวถ้าต้องการจะเข้าร่วมอีกรอบ

ปกติแล้ว รายการไอดอลลีคจะจัดแบบสลับชายหญิงในทุกปี ยกตัวอย่างเช่นปีนี้เป็นเด็กฝึกชาย ปีหน้าก็จะเป็นคราวของเด็กฝึกหญิงเป็นต้น ดังนั้นถ้าพลาดของปีนี้ไปก็ต้องรออีกนานเลย

และเท่าที่อควาศึกษามา สิ่งที่สำคัญที่สุดในรายการนี้ก็คือการทำตัวให้น่าสนใจและพยายามคว้าแอร์ไทม์เอาไว้ให้ได้มากที่สุด ยิ่งฉากที่เราปรากฏตัวในรายการที่ออกอากาศไปมีมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งมีฐานแฟนคลับและคะแนนโหวตจากผู้ชมมากตามไปด้วย

ถูกต้อง! การแข่งขันในรายการนี้จะมีการนับคะแนนโหวตจากแฟนคลับด้วย! ดังนั้นฐานแฟนคลับก็เลยสำคัญมากเช่นเดียวกัน หากเป็นเด็กฝึกที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วก็จะค่อนข้างได้เปรียบ ในขณะที่เด็กฝึกอิสระที่ไม่มีใครรู้จักอย่างเขาก็ต้องพยายามให้มากหน่อย

แต่ในขณะที่อควากำลังยืนนิ่งด้วยความงุนงงอยู่นั้น เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของทั้งทีมงานและเด็กฝึกคนอื่นๆมากแค่ไหน

“พระเจ้า! นั่นเด็กฝึกต่างชาติหรอ? จะหน้าตาดีเกินไปรึเปล่า?”

“หน้าตานั่นมันอะไรกันน่ะ แค่หน้าตาอย่างเดียวก็ทิ้งห่างพวกเราไปไกลแล้ว!”

“สุดยอด! ฉันนึกว่าเขาเป็นตุ๊กตาแหนะ! หน้าตาเขาน่ารักเหมือนตุ๊กตาเลย!”

ไม่แปลกที่คนโดยรอบจะแอบฮือฮาตอนที่เห็นอควาแบบนี้ ใบหน้าที่ทั้งน่ารักและหล่อเหลาผสมกันอย่างลงตัว ไหนจะเส้นผมสีทองเป็นประกายที่ดูนุ่มฟูและดวงตาสีฟ้าสดใสที่ฉายแววใสซื่ออยู่นั่นอีก

ยิ่งช่วงนี้ที่อากาศร้อนเป็นพิเศษ ใบหน้าขาวๆนั่นก็เลยขึ้นสีแดงขึ้นมาอีกอย่างน่าเอ็นดู

นี่มันตุ๊กตามีชีวิตชัดๆ!

แม้แต่ตากล้องลับๆที่ได้รับหน้าที่ให้มาแอบถ่ายภาพบรรยากาศก็ยังอดถ่ายฉากตรงหน้าเก็บเอาไว้ไม่ได้

“เหอะ ตัดสินที่หน้าตาอย่างเดียวได้ที่ไหน เดี๋ยวก็ต้องไปวัดความสามารถกันในรายการอยู่ดี ถ้าหน้าตาดีแต่ไร้ความสามารถ อีกไม่นานก็ตกรอบไปเองนั่นแหละ”

แน่นอนว่ามีคนชอบก็ต้องมีคนเกลียด เด็กฝึกคนหนึ่งมองอควาด้วยสายตาไม่ชอบใจ ก่อนจะหันหลังขึ้นไปบนรถคันสุดท้ายอย่างไม่ใยดี

ทางด้านของอควาที่ไม่ได้รับรู้สายตาของคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย หลังจากยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจเดินเอากระเป๋าไปให้ทีมงานเก็บกระเป๋า ก่อนจะเดินขึ้นไปบนรถคันแรกในที่สุด

เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆด้วย เราสามารถเลือกรถและที่นั่งได้อย่างอิสระเลยสินะว่าจะนั่งคันไหนตรงไหน

ดวงตากลมโตกวาดตามองหาที่ว่างในรถครั้งหนึ่ง ก่อนที่อควาจะตัดสินใจไปนั่งตรงที่นั่งข้างหน้าต่างที่ยังไม่มีใครจับจองแบบเงียบๆ

มาแรกๆก็จะเกร็งๆหน่อยแบบนี้นี่แหละ เพราะในขณะที่เด็กฝึกคนอื่นๆมาเป็นทีมจากค่ายเดียวกันและรู้จักกันมาก่อนอควากลับไม่เคยรู้จักใครมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว

แต่เขาก็หวังว่าถ้าเขาไปถึงสถานที่ถ่ายทำแล้ว เขาจะสามารถหาเพื่อนมนุษย์ได้สักคนสองคนก็ยังดี

“เฮ้! ตรงนี้มีใครนั่งมั้ย ฉันนั่งด้วยได้รึเปล่า?”

อควาหันขวับไปมองตามเสียง ก่อนที่เขาจะพบกับเด็กฝึกหน้าตาดีคนหนึ่งที่ดูเป็นคนสบายๆและค่อนข้างเป็นมิตร

ใบหน้าน่ารักเผยยิ้มกว้าง “อื้อ ไม่มี นายนั่งได้เลย”

คนนี้ดูใจดี ต้องรีบผูกมิตรเอาไว้ก่อน!

เมื่อได้รับคำอนุญาต อีกฝ่ายก็ทิ้งตัวลงนั่งที่เบาะข้างๆเขาทันที

“ขอบใจ นายชื่ออะไรหรอ? ฉันชื่อบาสนะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

“ผมชื่ออควา ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันครับ!”

“แล้วนายมาคนเดียวหรอ? เป็นเด็กฝึกอิสระ?”

“ใช่ครับ ผมเป็นเด็กฝึกอิสระ มาคนเดียว ยังไม่รู้จักใครเลย”

คุยกันได้ไม่นาน อควาก็เริ่มสนิทกับบาสได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิด อีกฝ่ายน่ะอัธยาศัยดีจริงๆด้วย

จากการพูดคุย มันทำให้อควารู้ว่าบาสเองก็มาที่รายการนี้คนเดียวเหมือนกัน แต่อีกฝ่ายไม่ใช่เด็กฝึกอิสระแบบเขานะบาสน่ะเป็นเด็กฝึกของค่ายยูเอ็นที่ส่งเด็กฝึกมาเพียงคนเดียวต่างหาก

ค่ายยูเอ็นเป็นค่ายผลิตนักร้องหน้าใหม่ที่ช่วงหลังๆมานี้มีกระแสขึ้นมาเป็นวงกว้างเพราะมีนักร้องในค่ายคนหนึ่งที่ดังและมีความสามารถมากๆอยู่ แต่ส่วนมาก เหมือนว่าค่ายนี้จะเป็นค่ายที่ผลิตนักร้องสายแร็ปออกมาเสียมากกว่า

เป็นไงล่ะข้อมูลที่เขารู้! อควาบอกแล้วว่าตัวเองศึกษาและเตรียมพร้อมในเรื่องนี้มาดีมาก ยิ่งค่ายไหนที่ดังๆหรือกำลังเป็นกระแส เขาก็รู้จักมันทั้งหมดนั่นแหละ!

“นี่ๆ นายได้ยินข่าวลือรึเปล่าว่าปีนี้จะมีเด็กฝึกจากค่ายมิวส์มาร่วมรายการด้วยล่ะ” บาสว่าเสียงกระซิบ

“หือ? เด็กฝึกจากค่ายมิวส์หรอ?”

อควาหูกระดิก สำหรับคนในวงการบันเทิงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง นักร้อง หรือแม้กระทั่งนักแต่งเพลงเองก็ตาม ไม่มีใครที่จะไม่รู้จักค่ายมิวส์อย่างแน่นอน!

หากพูดถึงบริษัทบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ต้องค่ายมิวส์นี่แหละ ใครก็ตามที่อยู่ค่ายมิวส์ ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง หรือนักแต่งเพลง ทุกคนก็ล้วนมีชื่อเสียงและความสามารถระดับโลกกันทั้งนั้น

อ้อ! พี่อันดาของเขาก็เป็นนักร้องอยู่ค่ายนี้ด้วยเช่นกัน ทั้งความสามารถและแรงสนับสนุนจากค่าย ไม่แปลกใจเลยที่พี่อันดาจะเป็นนักร้องที่โด่งดังขนาดนั้น

หากเดบิวต์กับค่ายมิวส์ การันตีได้เลยว่าคนคนนั้นสามารถมีชื่อเสียงระดับโลกได้อย่างแน่นอน แต่เรื่องการคัดคนไปเป็นเด็กฝึกของค่ายนี้ก็ว่ากันว่ามันโหดแสนโหด บางทีก็โหดกว่าเกณฑ์ในการเดบิวต์ของค่ายปกติทั่วไปเสียอีก

แล้วเมื่อครู่ บาสบอกว่าเด็กฝึกจากค่ายนั้นจะมาเข้าร่วมรายการนี้ด้วยอย่างนั้นหรอ!?

เดี๋ยวสิ ถ้าค่ายมิวส์ส่งเด็กฝึกมาห้าคน แบบนี้พวกเขาจะไม่แย่เอาหรอ!?

ในตอนนั้นเอง อควาถึงได้เริ่มตระหนักขึ้นมาว่าโลกความเป็นจริงมันเป็นอะไรที่โหดร้ายกว่าที่เขาคิด

“ใช่ นี่ดีนะที่ได้ยินมาว่าค่ายนั้นจะส่งเด็กฝึกมาแค่คนเดียว ปีนี้ถือว่ามีแต่ปีศาจจริงๆ ฉันเห็นแต่เด็กฝึกเก่งๆมาเข้าร่วมเต็มไปหมด จริงด้วย! เหมือนจะมีเด็กฝึกต่างชาติด้วยนะ!”

พอได้ยินว่าค่ายนั้นส่งเด็กมาแค่คนเดียว อควาก็โล่งใจขึ้นเยอะ แต่พอได้ยินเรื่องที่บาสเล่า เขาก็ถึงกับต้องหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

อควาคิดว่าตัวเองที่ติดตามวงการบันเทิงของโลกมนุษย์มาตลอดรู้เยอะแล้วนะ แต่นี่อีกฝ่ายดูจะรู้เยอะกว่าเขาเสียอีกไหนจะยังข่าวลือพวกนั้นอีก นี่บาสไปรู้มาจากไหนเยอะแยะเนี่ย?

“นี่นายไปรู้ข้อมูลแบบนี้มาจากไหนเยอะแยะเนี่ย..?”

“ฉันมีวิธีของฉันน่า เออใช่! นายรู้รึเปล่าเรื่องที่มีการยัดเงินใต้โต๊ะช่วงคัดเลือกเด็กฝึกน่ะ? แต่ตอนนี้กรรมการกลุ่มนั้นโดนเด้งไปแล้วนะ เหลือก็แต่เด็กฝึกที่ยัดเงินเข้ามาได้เนี่ยแหละที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร”

ยิ่งบาสเอ่ยปากพูด อควาก็ยิ่งมองอีกฝ่ายราวกับกำลังมองสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอยู่

สาบานสิว่านายไม่ใช่ทีมงานปลอมตัวมาน่ะหา? ทำไมถึงได้รู้ไปหมดทุกเรื่องแบบนี้เล่า!?

หลังจากนั่งรอในรถไปอีกประมาณเกือบชั่วโมง ในที่สุด รถบัสของพวกเขาก็เริ่มออกเดินทางไปยังสถานที่ถ่ายทำแล้ว!

“จริงสิ นายเป็นคนทีแลนด์ใช่รึเปล่า? ฉันใช้ภาษาทีแลนด์คุยกับนายมาตั้งนานแหนะ นายฟังรู้เรื่องใช่มั้ย?”

“..ห้ะ?”

สิ้นเสียง อควาก็หันขวับไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแปลกๆ จากที่มองว่าอีกฝ่ายเป็นคนอัธยาศัยดี เขาคิดว่าตอนนี้อีกฝ่ายน่าจะเป็นคนแปลกๆแทนแล้วล่ะ

นี่คุยกันมาตั้งนานเพิ่งจะมาถามเรื่องแบบนี้เรอะ!?


เราว่าทุกคนต้องเคยมีเพื่อนแบบนี้ในกลุ่ม ถามอะไรตอบได้ รู้ดีไปหมดทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของชาวบ้าน55555555555

ฮือ สารภาพเลยค่ะว่าความรู้เกี่ยวกับวงการบันเทิงของเรามีน้อยมาก การแต่งนิยายแนวไอดอลก็เลยเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายมากสำหรับเรา แต่เราจะพยายามนะคะ!

#อควาจะเป็นไอดอล

#อควาจะเป็นไอดอล 3

หลังจากรถออกเดินทางไปได้ราวๆครึ่งชั่วโมง รถบัสก็เคลื่อนตัวเข้าสู่สถานที่แห่งหนึ่งที่พวกเขาทุกคนล้วนต้องคุ้นตากันเป็นอย่างดี

สถานที่ถ่ายทำของรายการไอดอลลีคยังไงล่ะ!

ต่างจากรายการอื่นๆที่ต้องไปเช่าสถานที่เอาเองด้านนอก ผู้จัดรายการและผู้สนับสนุนของไอดอลลีคกลับทุ่มทุ่นสร้างสถานที่ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้สำหรับถ่ายรายการนี้โดยเฉพาะ และมันก็ถูกใช้มาหลายซีซั่นแล้วด้วย

ไม่ว่าจะเป็นสเตเดียมสำหรับคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้หลายพัน หรือแม้กระทั่งที่พักของเหล่าเด็กฝึกตลอดทั้งสามเดือนเองก็รวมอยู่ที่นี่ทั้งหมดเช่นกัน

ที่ดินตรงแถบนี้เป็นที่ดินของมหาเศรษฐีที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของรายการนี้เอง เพราะแบบนั้น ที่ตรงนี้ก็เลยมีความเป็นส่วนตัวมาก แถมยังมีการรักษาความปลอดภัยอยู่ที่หน้าทางเข้าอย่างเข้มงวดอีก ดังนั้นรับรองได้เลยว่าจะไม่มีพวกปาปารัสซีหรือแฟนคลับที่คลั่งศิลปินจนเกินไปแอบเข้ามาได้แน่นอน

เพียงแค่รถเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณหน้าอาคารขนาดใหญ่ อควาก็สังเกตเห็นตากล้องและทีมงานมากมายที่รอพวกเขาอยู่ด้านล่างนั่นแล้ว

ถึงรายการนี้จะบอกเอาไว้ชัดเจนก่อนส่งใบสมัครแล้วก็เถอะว่าจะมีการถ่ายทำชีวิตเด็กฝึกแทบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแต่อควาก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าพวกเขาจะเจอการต้อนรับตั้งแต่หน้าทางเข้าแบบนี้!

ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบๆ เด็กฝึกหลายคนเริ่มเอาเครื่องสำอางค์ขึ้นมาเติมหน้ากันแล้ว ส่วนบางคนก็กำลังจัดชุดดูแลความเรียบร้อยของตัวเองอยู่

อื้ม! เด็กฝึกปกติทั่วไปก็ควรจะเป็นแบบนั้นนั่นแหละ แต่เพื่อนใหม่ของเขานี่สิ..

“..คร่อก!”

สภาพการนอนน้ำลายยืดโดยไม่สนภาพลักษณ์นี่มันอะไรน่ะหา!?

หลังจากพูดเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้เขาฟังสารพัด บาสก็ราวกับหุ่นยนต์ที่พลังงานหมด อีกฝ่ายหลับคอพับไปในทันทีโดยใช้เวลาเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น

จริงๆเลย..

แต่บาสก็สมกับเป็นเด็กฝึกของค่ายที่กำลังมีกระแสอยู่จริงๆ ถึงจะเห็นแบบนี้ แต่บาสก็เป็นคนคนหนึ่งที่หน้าตาดีมากเลยนะ แถมตัวก็ยังสูง ขนาดเขาและอีกฝ่ายนั่งอยู่บนเบาะด้วยกันทั้งคู่ อควายังต้องเงยหน้าคุยด้วยเลย

นอกจากนี้ ค่ายที่บาสอยู่อย่างค่ายยูเอ็นน่ะ ทางนั้นก็มีการคัดเด็กฝึกค่อนข้างโหดเหมือนกัน แสดงว่าความสามารถของเพื่อนใหม่คนนี้ก็คงจะไม่ธรรมดาไปด้วยแน่

นี่เขาได้เป็นเพื่อนกับคนเก่งหรอเนี่ย!?

อควาตัดสินใจปลุกอีกฝ่าย “บาส บาส ตื่นได้แล้ว ถึงสถานที่ถ่ายทำแล้วนะ แถมยังมีกล้องรอถ่ายพวกเราอยู่เต็มเลยด้วย”

“..งืม..โอเค”

อความองเพื่อนใหม่ของเขาด้วยสายตาขบขัน แม้จะตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ท่าทางของอีกฝ่ายก็ยังดูง่วงงุนอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเห็นว่ามีเด็กฝึกเริ่มลงจากรถกันไปแล้ว อควาก็เลยพยายามสะกิดให้บาสลุกขึ้นแล้วเดินลงจากรถบ้าง

หลังจากนี้จะเป็นการแข่งขันที่แท้จริงแล้วสินะ!

อควาก้มลงมองกำหนดการของวันนี้ที่ได้มาจากทีมงานตอนลงทะเบียนในมือ มันเป็นสคริปบอกให้พวกเขาเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับถ่ายฉากเปิดตัวของเด็กฝึกในวันนี้ ซึ่งหลังจากถ่ายฉากเปิดตัวแล้ว มันก็จะมีการรับชุดสูทยูนิฟอร์มของรายการไปถ่ายรูปโปรโมทแบบเดี่ยวของแต่ละคน และช่วงเย็นของวันก็จะเป็นการถ่ายรายการที่ทางทีมงานไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไรอีก

ตารางแน่นไปหมดเลยแฮะ..

“โหห ปกติฉันเห็นที่นี่จากในรายการตลอด พอมาเห็นของจริงแล้วมันใหญ่มากเลย!”

เด็กฝึกที่อยู่ข้างหน้าของเขาลงจากรถพลางหันไปพูดกับเพื่อนข้างตัวด้วยท่าทางตื่นเต้น และแน่นอน การกระทำของอีกฝ่ายถูกกล้องของทีมงานจับภาพเอาไว้ทั้งหมด

รู้สึกกดดันนิดๆแฮะ..

อควาเดินลงจากรถมานิ่งๆ โดยที่คนที่เดินตามหลังเขามาติดๆก็คือบาสนั่นแหละ แต่พอเขาได้ลงมาเห็นสถานที่จริงตรงหน้าชัดๆ อาการของเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากเด็กฝึกคนก่อนหน้านี้เท่าไหร่

ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกตะลึง

ใหญ่มาก! แล้วก็อลังการมากด้วย!

อควาเดินตามแถวเด็กฝึกข้างหน้าไปต้อยๆในขณะที่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากสถานที่ถ่ายทำเลยสักนิด แต่พอมองดีๆแล้ว ธีมของปีนี้เกี่ยวกับทะเลหรอ?

ในทุกๆปี รายการไอดอลลีคจะมีธีมของรายการที่ไม่เคยซ้ำกันเลยสักปี อย่างปีที่แล้วที่เป็นเด็กฝึกฝ่ายหญิงก็จะเป็นธีมอาณาจักรขนมหวาน ส่วนสองปีก่อนที่เป็นคราวของเด็กฝึกชายเหมือนพวกเขาก็จะเป็นธีมเมืองในเกมเป็นต้น

ปีนี้เป็นทะเลหรอเนี่ย? หากดูจากการตกแต่งที่เน้นสีฟ้าเป็นหลักและมีไอคอนของสัตว์ทะเลตัวเล็กๆน่ารักตกแต่งอยู่โดยรอบ

บังเอิญจังแฮะ ธีมทะเลในช่วงที่เงือกอย่างเขามาเข้าร่วมรายการด้วยพอดีเนี่ยนะ?

“เด็กฝึกที่มีสังกัดเชิญทางนี้เลยนะคะ ส่วนเด็กฝึกอิสระและเด็กฝึกต่างชาติตามป้ายทางนั้นไปได้เลยค่ะ”

หลังจากเข้ามาด้านในอาคาร เพราะทีมงานแยกเด็กฝึกตามเกณฑ์แบบนี้ อควาและบาสจึงต้องแยกกันไปก่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้

อควาเดินแยกไปยังห้องสำหรับเด็กฝึกอิสระ พอเข้าไปด้านใน เขาก็พบเข้ากับพี่ๆทีมงานจำนวนหนึ่งที่กำลังติดไมค์บนปกเสื้อให้เด็กฝึกแต่ละคนกันอย่างเร่งรีบ

โชคดีที่ในห้องนี้ไม่มีตากล้องที่คอยถ่ายพวกเขาตลอดเวลาแฮะ

“เอ้า เราก็เป็นเด็กฝึกอิสระใช่มั้ย มาหาสติ๊กเกอร์ป้ายชื่อของตัวเองเอาไปแปะแล้วยืนรอพี่แป๊บนึงนะ เดี๋ยวพี่ติดไมค์ให้น้องคนนี้เสร็จแล้วจะไปติดไมค์ให้เราต่อ”

“ครับ”

อควาพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนที่เขาจะเดินไปหาป้ายชื่อของตัวเองบนโต๊ะที่มีสติ๊กเกอร์วางกองกันอย่างว่าง่าย

ชื่อเขาหาง่ายจะตาย กวาดตามองครู่เดียวก็เจอแล้ว

หลังจากแปะสติ๊กเกอร์ป้ายชื่อแผ่นใหญ่ลงบนเสื้อเสร็จ อควาก็ถูกพี่ๆทีมงานคว้าตัวไปติดไมค์ต่อ ก่อนจะถูกผลักให้มาเข้าแถวกับเด็กฝึกคนอื่นที่ทำเรื่องเสร็จเรียบร้อยแล้วเพื่อรอถ่ายรายการ

ดูเป็นอะไรที่เร่งรีบจังแฮะ นี่ขนาดเด็กฝึกอิสระในห้องนี้ที่เขากะๆด้วยสายตามีเพียงแค่เกือบยี่สิบคนเองนะ ถ้าเป็นในห้องอื่นคงจะต้องวุ่นวายกว่านี้มากแน่ เพราะอควาจำได้ว่ารายการนี้จะคัดเด็กฝึกมาเข้าร่วมตั้งเก้าสิบเก้าคนนี่นา

“ไฮ! นายชื่ออควาหรอ? ฉันชื่อเกมนะ”

“อื้อ ยินดีที่ได้รู้จักนะเกม”

เด็กฝึกที่ยืนเข้าแถวอยู่ข้างๆเขาเอนตัวมาพูดกับเขาเสียงกระซิบ ซึ่งอควาก็หันไปพูดตอบกลับอีกฝ่ายด้วยความยินดี

ในห้องที่พี่ๆทีมงานดูยุ่งไปหมดและเด็กฝึกอิสระหลายคนก็จับกลุ่มคุยกันเอง การมีคนมาทักมาชวนเขาคุยก่อนนี่มันดีจริงๆเลย!

“นายหน้าตาน่ารักจัง เหมือนตุ๊กตาเลย เป็นคนทีแลนด์แน่หรอ? เป็นลูกครึ่งรึเปล่า?”

“ขอบใจนะ แต่ผมเป็นคนทีแลนด์เนี่ยแหละ ไม่ใช่ลูกครึ่งอะไรหรอก”

อควายิ้มรับคำชมอย่างเขินๆ แหม พอมีคนมาชมว่าหน้าตาดี เป็นใครก็ต้องดีใจกันทั้งนั้นแหละ ส่วนเรื่องเป็นคนที่ไหนเอ่อ..อควาเกิดในทะเลที่อยู่ในเขตของทีแลนด์นะ ดังนั้นเขาก็น่าจะเป็นคนทีแลนด์นั่นแหละ แถมเอกสารยืนยันตัวตนที่ลุงชอว์ทำให้ก็บอกไว้แบบนั้นด้วย

“แล้วนาย-“

“เด็กฝึกฟังทางนี้ค่ะ ต่อไปนี้จะเป็นการถ่ายฉากเปิดตัวอย่างเป็นทางการนะคะ ทีมงานจะให้เด็กฝึกเดินออกไปตามการแสดงในรอบประเมินตามลำดับ ใครมาเป็นกลุ่มก็ออกไปเป็นกลุ่ม ใครมาเดี่ยวก็ออกไปคนเดียวเข้าใจรึเปล่า?”

“เข้าใจครับ!”

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พูดอะไร เสียงของพี่ๆทีมงานคนหนึ่งก็ดังขึ้นก่อน ซึ่งเหล่าเด็กฝึกในห้องนี้ก็พากันเงียบและฟังอีกฝ่ายกันอย่างตั้งใจทันที

“ลำดับการเปิดตัวจะเรียงจากเด็กฝึกที่มาจากค่ายเล็กๆและค่ายขนาดกลาง ต่อด้วยเด็กฝึกต่างชาติ ต่อจากนั้นก็จะเป็นตาของเด็กฝึกอิสระอย่างพวกเรา และสุดท้ายถึงจะเป็นเด็กฝึกจากค่ายใหญ่ เอาล่ะ เดี๋ยวพี่เรียกชื่อใครก็ให้มาเข้าแถวตามลำดับตรงนี้นะคะ”

สถานการณ์ในห้องดูวุ่นวายเล็กน้อยเมื่อพวกเขาต้องมาจัดแถวใหม่ แต่ด้วยความที่มีกันไม่ถึงยี่สิบคน ความวุ่นวายเล็กๆก็จบลงอย่างรวดเร็ว

อควาถูกจัดลำดับให้อยู่เกือบท้ายแถว ส่วนเพื่อนใหม่ที่เขาเพิ่งได้รู้จักอย่างเกมกลับได้อยู่หัวแถวโน่นเลย

เพิ่งได้คุยกันได้ไม่เท่าไหร่เอง..

อควาเริ่มมือเย็นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นเมื่อเขาได้ยินเสียงดนตรีและเอฟเฟกต์ประกอบที่คาดว่าน่าจะเป็นการเริ่มรายการอย่างเป็นทางการดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงแว่วๆของเอไอผู้หญิงที่เอ่ยชื่อของเด็กฝึกออกมาอย่างต่อเนื่อง

ห้องอื่นเริ่มถ่ายฉากเปิดตัวกันแล้วสินะ!

“ไปๆ! ถึงตาเราแล้ว อย่าลืมเล่นกับกล้องด้วยนะเด็กๆ!”

สิ้นเสียง อควาก็เห็นเกมถูกพี่ๆทีมงานดันหลังออกไปเป็นคนแรกของห้อง เสียงเรียกชื่อและเสียงเพลงในทำนองที่ดูสดใสดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น อควายังได้ยินเสียงเฮของเด็กฝึกคนอื่นๆดังมาจากทางห้องที่เขาต้องไปเปิดตัวมาเป็นระยะด้วย

เอาล่ะตัวเขา อย่าตื่นเต้น มั่นใจ แล้วก็เป็นตัวของตัวเองให้ได้มากที่สุดนะ!

‘เด็กฝึกอควา อายุยี่สิบปี เด็กฝึกอิสระ’

สิ้นเสียง อควาก็ถูกพี่ๆทีมงานดันหลังออกมาจากห้องนั้นทันที

ตรงหน้าของเขาเป็นทางเดินที่ถูกตกแต่งด้วยสีฟ้าและธีมทะเลจนดูสวยงาม ตามทางเดินเองก็ยังมีกล้องติดกำแพงที่คอยจับภาพของเขาอยู่ตลอดเวลาด้วย

ให้คิดว่ากล้องคือผู้ชม และตอนนี้ผู้ชมก็กำลังมองเขาอยู่สินะ!

วินาทีนั้น ใบหน้าน่ารักก็หันไปเผยยิ้มกว้างชวนละลายให้กับกล้องทันทีอย่างเป็นธรรมชาติ ร่างบางก้าวเดินอย่างไม่ช้าไม่เร็วไปยังประตูบานใหญ่ตรงหน้าทีละนิดโดยที่ระหว่างทางก็ยังไม่ลืมหันไปมองกล้องเป็นระยะด้วย

ดูเหมือนว่าตอนเรียกชื่อเขา อควาจะได้ยินเสียงฮือฮาจากเด็กฝึกที่อยู่ในห้องตรงหน้านี่ด้วยแฮะ

แอ๊ด!

ประตูบานใหญ่ถูกมือบางผลักออก หัวที่มีเส้นผมสีทองทุยๆโผล่หน้าเข้าไปสำรวจอย่างน่ารัก ก่อนที่อควาจะเผยยิ้มกว้างจนตาหยีออกมาเมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังมองมาที่เขาอยู่

วินาทีนั้น บรรยากาศในห้องถ่ายรายการก็ราวกับจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ


ถึงตาลูกเราเปิดตัวค่ะ น้องอควาน่ารักมากแหละดูออก ดูดิ แค่น้องส่งยิ้มตาหยีให้ทีนึง พ่กแกก็เงียบกริบกันทั้งห้องไปเลยดิ

ใครรอพระเอก รอไปก่อนค่ะ 5555 แต่ใกล้แล้ว ใกล้ออกแล้วค่ะ เอิ้กอ้าก

#อควาจะเป็นไอดอล

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...