โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

9 Must-Go Places in Kansai สถานที่น่าไปเยือนในคันไซในช่วงหน้าร้อน

KIJI

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2567 เวลา 10.49 น. • KIJI

ถ้าพูดถึงหน้าร้อนญี่ปุ่น คนส่วนใหญ่คงพอได้ยินกันมาบ้างว่ามันร้อนขนาดไหน เลยอาจจะทำให้หลายคนเลี่ยงไปเที่ยวในช่วงนี้ แต่ถึงยังไงก็มีสถานที่ท่องเที่ยวไว้คลายร้อนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ยิ่งถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ที่ภูมิภาคคันไซก็มีสถานที่น่าไปเที่ยวอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทุ่งดอกไม้กลางหุบเขา, ป่าเขาที่จะพาไปสัมผัสอากาศเย็นท่ามกลางธรรมชาติ, หรือจะเป็นน้ำตกสถานที่ยอดฮิตประจำหน้าร้อน พูดมาขนาดนี้ก็เริ่มดูน่าสนใจกันแล้วใช่ไหมล่ะ วันนี้คิจิก็เลยอยากมานำเสนอ 9 สถานที่น่าไปเยือนในคันไซในช่วงหน้าร้อน เตรียมครีมกันแดดพร้อมแล้ว ก็ออกไปเที่ยวกันเถอะ !🌤️🍃

01. คุมาโนะโคโด (Kumano Kodo)

คุมาโนะโคโดเป็นสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นแหล่งมรดกของโลกอีกทั้งคุมาโนะโคโดเป็นที่รู้จักกันในนาม “เส้นทางแสวงบุญ” เพราะจุดหมายปลายทางของคุมาโนะโคโดจะอยู่ที่ “คุมาโนะซันซัง” หรือ 3 ศาลเจ้าใหญ่ ได้แก่ ศาลเจ้าคุมาโนะฮงกู (Kumano Hongu Taisha), ศาลเจ้าคุมาโนะฮายาตามะ (Kumano Hayatama Taisha), ศาลเจ้าคุมาโนะนะชิ (Kumano Nachi Taisha) และยังรวมวัดอีก 1 แห่ง นั่นก็คือ วัดเซกันโตจิ (Seiganto-ji) ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวไปนั้นอยู่ในจังหวัดวากายามะนั่นเอง

ภาพ : https://www.wakayama-kanko.or.jp/

ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่เส้นทางไปยังศาลเจ้านี่แหละ เราสามารถเลือกตามใจเราได้เลยว่าอยากใช้เส้นทางไหน เอาที่เราคิดว่าเดินพอไหวจะดีที่สุด แต่ไม่ว่าเราจะเลือกเส้นทางไหนท้ายที่สุดแล้วเราก็จะได้รับชมทัศนียภาพอันสวยงามของคุมาโนะโคโดอยู่ดี เพราะแต่ละเส้นทางก็มีความโดดเด่นและเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป เช่น Kumano Kodo – Nakahechi Daimon-saka Pilgrim Route เส้นทางนี้จะเหมาะกับคนที่อยากไปสักการะทั้งศาลเจ้าและวัดญี่ปุ่นพร้อมชมความสวยงามจากธรรมชาติของน้ำตกนะชิ (Nachi Falls) ไปในคราวเดียวกัน

ภาพ : https://www.wakayama-kanko.or.jp/

Info
Kumano Kodo
Location: เมืองนะชิคัตสึอุระ (Nachikatsuura) จังหวัดวากายามะ (Wakayama)
Hours: 7.00-17.00 น.
Holiday: วันหยุดไม่แน่นอน
Access: จากสถานี Kii-Katsuura Station นั่งรถบัส Kumano Gobo Nankai ไปสถานี Kumano Kodo (เที่ยวสุดท้าย 17.45 น.)
Website: https://www.wakayama-kanko.or.jp

02. พิพิธภัณฑ์สวนฮิเอะ (Garden Museum Hiei)

หลังจากที่อ่านชื่อสถานที่บางคนคงแอบสงสัยว่า เอ๊ะ เป็นสวนดอกไม้หรือพิพิธภัณฑ์กันแน่? แต่ความจริงแล้วที่นี่เป็นสวนดอกไม้ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ เพราะแรงบันดาลใจในการเนรมิตสวนแห่งนี้มาจากภาพวาดของจิตรกรระดับโลกอย่าง โคลด์ โมเนต์ (Claude Monet), วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent Van Gogh), ปิแอร์ ออกุสต์ เรอนัวร์ (Pierre Auguste Renoir) และปอล เซซาน (Paul Cézanne) ให้ออกมาอยู่ตรงหน้าเราเหมือนกับเรากำลังชมภาพวาดของจิตรกรในพิพิธภัณฑ์ที่กำลังมีชีวิตอยู่เลยล่ะ

ภาพ : gardenmuseum_gardener

ดอกไม้ในสวนก็จะผลัดเปลี่ยนไปตามฤดูกาล (ปิดทำการในฤดูหนาว) และมีหลากหลายโซนไม่ว่าจะเป็น โซนสวนหอมที่มีดอกไม้หอม ๆ นานาพันธุ์, โซนร่มรื่นที่มีแสงอาทิตย์ลอดผ่านต้นไม้มาเล็กน้อย, โซนสวนบัวสายที่เมื่อข้ามสะพานเราจะได้เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ของหนองน้ำที่มีบัวสาย, และเนินฟูจิที่มีดอกฟูจิห้อมล้อม นอกจากนี้ที่สวนแห่งนี้ยังมีจุดชมวิว, คาเฟ่, ร้านขายของที่ระลึกอีกด้วย อากาศบนภูเขาฮิเอะที่เย็นสบายทำให้ดอกกุหลาบของที่นี่จะบานตั้งแต่ต้นหน้าร้อนจนถึงปลายเดือนตุลาคมเลย

ภาพ : gardenmuseum_gardener

Info
Garden Museum Hiei
Location: เขตซาเคียว(Sakyo) จังหวัดเกียวโต (Kyoto)
Hours: วันทำการปกติ (ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 ต.ค.) 10.00-17.30 น.(เข้าคนสุดท้ายเวลา 17.00 น.)
Holiday: วันพฤหัสบดี
Instagram: @gardenmuseum_gardener
Access: จากสถานีกระเช้าลอยฟ้าฮิเอะซันโจเดินประมาณ 20-25 นาทีถึงใจกลางสวน
Website: http://gmhiei.jp/

03. ฮิโระบุน (Hirobun)

ถ้าพูดถึงกลิ่นอายของความเป็นหน้าร้อนแล้วคนญี่ปุ่นอาจจะนึกถึง 川床(Kawadoko) หรือก็คือการรับประทานอาหารริมน้ำสไตล์ญี่ปุ่น ถ้าอยากลองไปดูสักครั้งเราก็แนะนำที่นี่เลย “ฮิโระบุน (Hirobun)” เป็นร้านที่ขึ้นชื่อทั้งในเกียวโตและก็สำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

ภาพ : kifunehirobun

ฮิโระบุนเป็นเรียวกังที่มีร้านอาหารอยู่ในตัว ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “คิบุเนะ (Kibune)” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ศาลเจ้าคิฟุเนะที่คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากไปสักการะศาลเจ้าแห่งนี้จะช่วยเสริมดวงในเรื่องความรัก หลังจากอิ่มเอมใจและเหนื่อยจากการเดินทางแล้วเราก็ต้องเสริมทัพด้วยการไปนั่งหาอะไรกินชิล ๆ หน่อยใช่ไหมล่ะ

ภาพ : kifunehirobun

ถ้าพูดถึงเรียวกังแน่นอนว่าต้องนึกถึงความหรูหราสไตล์ญี่ปุ่น ที่นี่จึงมีอาหารแบบไคเซกิ (Kaiseki) หรือการเสิร์ฟอาหารฟูลคอร์สสไตล์ญี่ปุ่น นั่นคือ คาวาโดโกะ ไคเซกิ (Kawadoko Kaiseki) ราคาเริ่มต้น 10,890 เยน (ต้องจองล่วงหน้า) แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปหากเราอยากประหยัดงบที่นี่ก็มี นากาชิโซเมน (Nagashi somen)ราคา 2,000 เยน ซึ่งก็คือการรับประทานโซเมนที่ไหลมาตามรางไม้ไผ่ที่มีขายเฉพาะแค่หน้าร้อนเท่านั้น เพียงเท่านี้เราก็สามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ของลำธารใสและเติมความสดชื่นในหน้าร้อนนี้ได้แล้ว

ภาพ : https://hirobun.co.jp/

Info
Hirobun
Location: เมืองคิบูเนะ (Kibune), จังหวัดเกียวโต (Kyoto)
Hours: กลางวัน 11.00-15.00 น. (เข้าได้ถึง 13.30 น.) เย็น 16.30-21.00 น. (เข้าได้ถึง 18.00 น.)
Holiday: วันหยุดไม่ปกติ (หยุดประจำวันพุธ และต้นปี)
Instagram: @kifunehirobun
Access: เดินจากศาลเจ้าคิฟุเนะโซน (Yui no Yashiro) ประมาณ 1 นาที
Website: https://hirobun.co.jp/

04. โอมิฮาจิมัง (Omihachiman)

เมืองโอมิฮาจิมังเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชิกะ และเป็นเมืองที่ตั้งอยูริมฝั่งทะเลสาบบิวะ ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบ้านเรือนและโกดังของที่นี่ชาวบ้านช่วยกันบำรุงรักษาให้คงสภาพเดิมไว้มากที่สุด

ภาพ : https://www.omi8.com/omihachiman/suigo/

นอกจากความสวยงามแบบดั้งเดิมของบ้านเรือนที่นี่แล้ว ไฮไลท์ของที่นี่ยังมีบริการพายเรือทัวร์รอบเมืองที่มีทั้งเรือยนต์และเรือพายเลย ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศแบบพ่อค้าโอมิที่เดินทางไปค้าขายโดยการใช้เรือล่ะก็ เรือพายก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยนะ (มีคนพายให้นะ) ในส่วนของราคาก็จะแตกต่างไปตามแต่ละบริษัท ยิ่งเวลาทัวร์นานก็ยิ่งราคาสูงตามไปด้วย โดยระยะเวลาล่องเรืออยู่ที่ประมาณ 60-80 นาที แนะนำว่าถ้าไปกันหลายคนแบบเหมาลำจะคุ้มกว่า ในบางแพ็คเกจก็จะมาพร้อมกับเซ็ทเบนโตะด้วยนะ ใครอยากล่องเรือดื่มด่ำบรรยากาศสไตล์เมืองเก่าแบบชิล ๆ ในช่วงหน้าร้อนต้องที่นี่เลย

ภาพ : https://www.omi8.com/omihachiman/suigo/

Info
Suigo Meguri(Omihachiman)
Location: เมืองโอมิฮาจิมัง (Omihachiman), จังหวัดชิกะ (Shiga)
Hours: กลางวัน 11.00-15.00 น. (เข้าได้ถึง 13.30 น.) เย็น 16.30-21.00 น. (เข้าได้ถึง 18.00 น.)
Holiday: วันหยุดไม่ปกติ (วันหยุดประจำคือวันพุธ และต้นปี)
Access: นั่งรถเมล์มาลงป้ายด้านหน้าศาลเจ้าฮิมุเระฮาจิมังงุ (Himure Hachimangu Shrine) และเดินต่อประมาณ 10 นาที
Website: https://www.omi8.com/omihachiman/suigo/

05. โอคุบิวะโกะ พาร์คเวย์ (Okubiwako-Parkway)

สำหรับใครที่อยากเช่ารถขับเที่ยว เราขอแนะนำเส้นทางขับรถชมวิวธรรมชาติ โอคุบิวาโกะ พาร์คเวย์ (Okubiwako-Parkway) ซึ่งเป็นอีกมุมที่ทำให้เราได้เพลิดเพลินไปกับความงามของทะเลสาบบิวะตลอดทางขับรถ

ภาพ : https://www.biwako-visitors.jp/spot/detail/854/

โอคุบิวาโกะ พาร์คเวย์เป็นเส้นทางขับรถชมวิวธรรมชาติระยะทางกว่า 18.8 กม.เมื่อลัดเลาะไปตามทางเรื่อย ๆ เราจะได้ชื่นชมไปกับทิวทัศน์ของต้นซากุระเรียงรายอยู่ตามทาง รวมถึงทิวทัศน์ของเกาะชิคุบุ (Chikubu Island) และทะเลสาบบิวะที่สามารถหาดูได้แค่จากการนั่งรถที่นี่เท่านั้นประหนึ่งทะเลสาบบิวะกำลังโอบล้อมเราอยู่เลยล่ะ นอกจากทางขับรถชมวิวแล้วเนี่ย ที่นี่ก็มีเส้นทางสำรวจธรรมชาติที่เหมาะกับคนชอบเดินเขาอีกด้วย

ภาพ :http://www.koti.jp/contents/park/index.html

Info
Okubiwako-Parkway
Location: เมืองนากาฮามะ (Nagahama), จังหวัดชิกะ (Shiga)
Hours: 8.00 น-18.00 น. (ทางเข้าปิด 17:00 น.)
Holiday: ไม่มีวันหยุด (ปิดให้บริการในฤดูหนาว)
Access: แนะนำให้ใช้เช่ารถยนต์ในการเดินทางเนื่องจากเป็นเส้นทางขับรถชมวิว
Website: http://www.koti.jp/contents/park/index.html

06. สวนพฤกษศาสตร์ร็อคโค(Rokko Alpine Botanical Garden)

สวนพฤกษศาสตร์ร็อคโคเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนภูเขาร็อคโค แม้ว่าจะใช้เวลาเดินทางแค่ 30 นาที จากตัวเมืองโกเบ แต่เมื่อเราขึ้นกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนภูเขาเราจะสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นของภูเขาร็อคโคอย่างน่าประหลาดใจเลยล่ะ

ภาพ : rokkoalpine

สวนพฤกษศาสตร์ที่นี่ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 865 เมตร ความหนาวเย็นของที่นี่จึงเทียบได้กับภูมิอากาศทางตอนใต้ของจังหวัดฮอกไกโดเลย ด้วยภูมิอากาศของภูเขาแห่งนี้ทางสวนจึงสามารถเพาะปลูกพืชเมืองหนาวได้ รวมไปถึงพืชท้องถิ่น และพืชจากภูเขาสูงต่าง ๆ อีกด้วย รวมทั้งสิ้นมากกว่า 1,500 สายพันธุ์ ใครที่อยากไปสัมผัสกับธรรมชาติพร้อมเพลิดเพลินไปกับการชมมวลดอกไม้ต้องที่นี่เลย

ภาพ : rokkoalpine

Info
Rokko Alpine Botanical Garden
Location: เมืองโกเบ (Kobe) จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo)
Hours: 10.00 น-17.00 น. (เปิดให้เข้ารอบสุดท้าย 16:30 น.) *อาจมีการขยายเวลาถ้าจัดอีเว้นท์
Holiday: ทุกวันพฤหัสบดีเดือนมี.ค.-เม.ย. และวันพฤหัสที่ 20 มิ.ย.-11ก.ค. (หยุดเฉพาะวันพฤหัสบดี)
Instagram: @rokko_alpine_botanicalgarden
Access: นั่งรถบัสจากสถานีกระเช้าลอยฟ้าร็อคโคอาริมะไปยังสถานีสวนพฤกษศาสตร์ร็อคโค จากป้ายรถเดินประมาณ 1 นาที
Website: https://www.rokkosan.com/hana/

07. น้ำตกมิโน (Minoh Falls)

หลังจากไปเที่ยวชมสวนดอกไม้แล้วก็ต้องมาต่อกันที่น้ำตกเลย น้ำตกมิโนตั้งอยู่ในสวนสาธารณะมิโน (Minoh Park) จังหวัดโอซาก้า (Osaka) ถ้าเราเดินทางจากตัวเมืองเราสามารถเข้าชมน้ำตกสวย ๆ แบบนี้ เพียงใช้เวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้น ธรรมชาติเนี่ยอยู่รอบตัวเราจริง ๆ

ภาพ : minohkoen_minohpark

ทิวทัศน์รอบ ๆ ก็จะห้อมล้อมไปด้วยภูเขาและต้นไม้ และระดับความสูงของน้ำตกที่น้ำไหลลงมาอยู่ที่ประมาณ 30 เมตร ถ้าเราอยู่ในระยะที่ใกล้พอเราจะสัมผัสได้ถึงละอองน้ำจากน้ำตกเลยล่ะ แม้ว่าช่วงที่คนจะนิยมไปเที่ยวกันมากที่สุดอาจจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงเพราะใบไม้เปลี่ยนสีทำให้ทัศนียภาพรอบน้ำตกสวยมาก แต่ในหน้าร้อนใบไม้และป่าที่เขียวชอุ่มก็สวยไม้แพ้กันหรอกนะแถมยังเป็นที่คลายร้อนชั้นดีอีกด้วย

ภาพ : minohkoen_minohpark

Info
Minoh Falls
Location: เมืองมิโน (Minoh) จังหวัดโอซาก้า (Osaka)
Hours: ไม่มีเวลาเปิด-ปิด
Holiday: ไม่มีวันหยุด
Instagram: @minohkoen_minohpark
Access: จากสถานีมิโนใช้เวลาเดินประมาณ 40 นาที(สวนสาธารณะห้ามยานพาหนะทุกชนิดเข้า)
Website: https://www.mino-park.jp/

08. หุบเขามิตะไร (Mitarai Valley)

หุบเขามิตะไรตั้งอยู่กลางในหมู่บ้านเทนคาวะ (Tenkawa) จังหวัดนารา (Nara) ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นแหล่งมรดกของโลกจากทิวทัศน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เพราะไม่ว่าจะฤดูไหนที่นี่ก็จะสวยงามเสมอ

ภาพ : https://www.vill.tenkawa.nara.jp/tourism/

ทิวทัศน์ของหุบเขาแห่งนี้ระหว่างที่เราเดิน เราจะเห็นทางน้ำไหลผ่านทางไปเรื่อย ๆ ต้นไม้ป่าเขาสีเขียวชอุ่มกับภูเขาลึกที่ห้อมล้อมเราอยู่เป็นภาพที่หาดูได้ยาก นอกจากนี้ในระหว่างที่คุณกำลังเดินข้ามสะพานแขวนคุณสามารถมองเห็นน้ำตกที่ไหลผ่านหินก้อนใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่บนทางน้ำจากบนสะพานได้อีกด้วย แล้วน้ำของที่นี่ก็ยังเป็นสีมรกตด้วยนะ ถึงจะเดินไกลซักหน่อยแต่ได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ แล้วยังได้สัมผัสกับอากาศเย็นในหน้าร้อนได้อีก ฟินสุด ๆ

ภาพ : https://www.vill.tenkawa.nara.jp/tourism/

Info
Mitarai Valley
Location: เมืองโยชิโนะ (Yoshino) จังหวัดนารา (์Nara)
Hours: ไม่มีเวลาเปิด-ปิด
Holiday: ไม่มีวันหยุด
Instagram: @tenkawa_official
Access: จากสถานีชิโมะอิมะจิอิขึ้นรถบัส Nara Kotsu ไปยังหมู่บ้านเทนคาวะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงWebsite: https://www.vill.tenkawa.nara.jp/tourism/

09. รีสอร์ท Menard Aoyama

เดินทางมาถึงที่สุดท้ายกันแล้วกับรีสอร์ท Menard Aoyama ตั้งอยู่ในที่ราบสูงอาโอยามะของเมืองอิกะ(Iga) จังหวัดมิเอะ(Mie) และที่นี่ก็ที่พักหลากหลายแบบให้เราได้เลือกพัก กิจกรรมเวิร์คช็อปก็มีให้เราเลือกทำเยอะเหมือนกัน

ภาพ :https://www.menard.co.jp/resort/

รีสอร์ทแห่งนี้มีโซนต่าง ๆ มากมายให้เราเลือกใช้บริการไม่ว่าจะเป็นโซนห้องพัก ออนเซ็น สนามกอล์ฟ โซนเสริมความงาม และโซนที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็ว่าได้นั่นก็คือ เฮิร์บการ์เด้น เป็นสวนดอกไม้ที่นอกจากความสวยงามและกลิ่นที่หอมแล้ว นอกจากนี้เรายังสามารถเพลิดเพลินไปกับการเก็บดอกไม้ได้อีก ถ้าเราไปช่วงหน้าร้อนนี้ดอกไม้ที่เราจะได้เจอก็คือ ลาเวนเดอร์นั่นเอง ถ้าได้ไปอยู่ท่ามกลางดอกเลเวนเดอร์คงรู้สึกผ่อนคลายไม่น้อยเลยทีเดียว

ภาพ :https://www.menard.co.jp/resort/

Info
Menard Aoyama Resort
Location: เมืองอิกะ (Iga) จังหวัดมิเอะ (์Mie)
Hours: 9.00 น.-17.00 น.(แผนกต้อนรับปิดทำการเวลา 16.00 น.)
Holiday: ไม่มีวันหยุด
Access: จากสถานี Iga-Kobe ขึ้นรถบัสของรีสอร์ท ใช้เวลาประมาณ 35 นาที (ต้องจองที่พักหรืออาหารกับทางรีสอร์ทถึงจะสามารถขึ้นได้)Website: https://www.menard.co.jp/resort/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...