โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

รวมเทคนิคลดต้นทุน “เลี้ยงปลานิลในกระชัง” ประหยัดอาหาร ปลาโตดี 3 เดือน จับขาย!

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 01 ส.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 08.57 น.

ปลานิล (Oreochromis niloticus) เป็นปลาน้ำจืดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง และได้รับความนิยมในการบริโภคเป็นอย่างมากทั้งในประเทศไทยและยังมีความต้องการของตลาดโลกสูง เนื่องจากมีรสชาติดี เนื้อมีสีขาว สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายรูปแบบ จึงทำให้เป็นที่ต้องการของประชาชน แต่ปัญหาที่พบในการเลี้ยงปลานิลเชิงพาณิชย์ คือ ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลกต่ำ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการจัดการการเลี้ยงที่ไม่เหมาะสมและการใช้ปัจจัยในการเลี้ยงไม่เหมาะสม จึงได้นำแนวทางปฏิบัติการลดต้นทุนการผลิตปลานิลเพื่อให้เกษตรกรเลือกไปใช้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ซึ่งก่อนที่จะไปถึงเทคนิคการเลี้ยงปลานิลลดต้นทุน เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลควรทราบถึงปัญหาหลักๆ ก่อนว่า ทำไมต้องลดต้นทุนการเลี้ยงปลานิล

1. เนื่องจากการเลี้ยงปลานิลของเกษตรกรค่อนข้างมีต้นทุนสูง ทำให้กำไรลดลง บางรายประสบปัญหาการขาดทุน หรือไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้

2. เพื่อต้องการลดต้นทุนการผลิตลง เพิ่มโอกาสในการแข่งขันในการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ

3. มีการนำเข้าปลานิลจากต่างประเทศเพื่อแปรรูปส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาถูกกว่าในประเทศ

เทนนิคการเลี้ยงปลานิลในกระชังลดต้นทุน

1. ขนาดและรูปแบบของการวางกระชัง

– ขนาดกระชัง มีหลายขนาดขึ้นกับทุนของเกษตรกรและโครงกระชังที่สร้าง เช่น 5x5x2.5 เมตร, 3x6x2.5 เมตร หากกระชังยิ่งใหญ่ยิ่งต้องลงทุนมาก แต่ถ้าสามารถเลี้ยงปลาได้อัตรารอดมากจะได้ผลผลิตสูง

– ขนาดช่องตาอวน ใช้ตั้งแต่ 1/2 นิ้วขึ้นไป เมื่อปลาโตขึ้นจะมีการเปลี่ยนขนาดตาอวนตามไปด้วย เพื่อให้น้ำไหลถ่ายเทผ่านกระชังและพัดพาเอาของเสียออกจากกระชัง ทำให้ปลาโตเร็ว

– วางกระชังในแหล่งน้ำไหลหรือแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีความลึกไม่ต่ำกว่า 3 เมตร ให้น้ำที่มีคุณภาพดีได้ไหลถ่ายเทผ่านกระชัง และป้องกันกระชังอุดตันเร็วขึ้น ทำให้ปลาโตเร็ว

– วางกระชังให้ห่างกัน 2-3 เมตร และวางซ้อนกันไม่เกิน 2 แถว เพื่อให้น้ำไหลถ่ายเทผ่านกระชังได้ดี และไม่อุดตันง่ายสามารถลดต้นทุน 50% ของค่าจ้างแรงงาน เนื่องจากลดการใช้แรงงานในการทำความสะอาดกระชัง

– ต้องหมั่นทำความสะอาดกระชัง หรือเปลี่ยนกระชังบ่อยๆ เพื่อให้น้ำไหลถ่ายเทผ่านกระชังได้ดี

2. ลูกพันธุ์ปลานิล

– ใช้ลูกพันธุ์ปลานิลที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์แล้ว ได้แก่ ปลานิลจิตรลดา 3 และเป็นปลานิลแปลงเพศ เพราะปลามีลักษณะหัวเล็ก ตัวกว้าง เนื้อหนา เจริญเติบโตเร็ว ได้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ปลานิลทั่วไป 40% และมีอัตรารอดสูงกว่าปลานิลทั่วไป 24%

– กรณีที่แหล่งน้ำมีคุณภาพดี ไม่มีความเสี่ยงต่อการเลี้ยงปลาเป็นเวลานานควรปล่อยพันธุ์ปลาขนาด 25 กรัม กรณีแหล่งน้ำมีความเสี่ยงต่อการเลี้ยงปลานิลเป็นเวลานาน ควรปล่อยปลานิลขนาด 40-60 กรัม ถ้าปล่อยพันธุ์ปลาขนาด 25 กรัม สามารถลดต้นทุนลงได้ 13% ของราคาค่าพันธุ์ปลาต่อตัว

– ปล่อยปลาในอัตรา 15-20 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร ปลาเจริญเติบโตเร็ว ได้ขนาดตัวปลาสม่ำเสมอ สามารถจัดการการเลี้ยงได้ทั่วถึง ลดต้นทุนค่าพันธุ์ปลาได้ประมาณ 50% ของราคาพันธุ์ปลาต่อลูกบาศก์เมตร

3. อาหารและการให้อาหารปลานิลในกระชัง

– ให้อาหารปลานิลโปรตีน 30-32% สลับมื้อกับการให้โปรตีน 25-28% ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการเลี้ยง สำหรับการปล่อยลูกปลาขนาด 25 กรัม และให้ในระยะ 2 เดือนสุดท้ายของการเลี้ยง สำหรับการปล่อยลูกปลาขนาด 40-60 กรัม จะลดปริมาณการใช้อาหารโปรตีน 30-32% ลงจากเดิมให้ตลอดระยะเวลาการเลี้ยง และลดต้นทุนค่าอาหารต่อกิโลกรัม ประมาณ 5.18% ของค่าอาหารที่ให้โปรตีนสูงล้วน

– ความถี่ในการให้อาหาร 2-3 มื้อต่อวัน เป็นการให้อาหารปลานิลอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดการสูญเสียอาหารปลา

– ใช้เวลาเลี้ยง 3-4 เดือน ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานขึ้นประมาณ 1 เดือน

จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงปลานิลลดต้นทุนให้ได้ประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่คือการวางแผนตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายต่างหากคือวิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ที่มา :กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด กรมประมง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวมเทคนิคลดต้นทุน “เลี้ยงปลานิลในกระชัง” ประหยัดอาหาร ปลาโตดี 3 เดือน จับขาย!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...