โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อดีตผู้ฝูง F-16 ชวนเกาะติด ทอ.ใช้งบ 2 หมื่นล้าน ซื้อฝูงรบใหม่ หวั่นโดนแหกตา ออฟเซตทิพย์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 14.40 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 14.34 น.

อดีตผู้บังคับฝูง F-16 ชวนเกาะติด ทอ.ใช้งบ 2 หมื่นล้าน ซื้อฝูงรบใหม่ หวั่นซ้ำรอยออฟเซตทิพย์

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตส.ส.กทม. อดีตรัฐมนตรีว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง F-16 Block 70/72(USA) #VS JAS 39 Gripen E/F (Sweden) ?? โดยมีเนื้อหาดังนี้

ผมจบการศึกษาเป็นอันดับที่ 1 และรับโล่ห์เชิดชูเกียรติ 2 จาก 3 ใบ จากโรงเรียนการบิน กองทัพอากาศในปี 2531

จากนั้นผมได้ทำการบินกับเครื่องบินขับไล่หลายแบบ โดยเฉพาะกับเครื่องบิน F-16 ที่ผมฝึกเป็นนักบิน พร้อมรบรุ่นที่ 6 และได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ผู้บังคับฝูงบินคนแรกของ F-16 ฝูงสุดท้าย ที่กองทัพอากาศจัดหาเข้าประจำการในปี 2544

ดังนั้น ถ้าพูดถึงเรื่องการป้องกันประเทศด้วยกำลังทางอากาศ ผมจึงไม่ใช่ “เด็กที่ไม่รู้ความ” เพราะในชีวิตนักบินรบ 17 ปี ของผม เติบโตมาตามเส้นทางหลักของสายยุทธการ ตั้งแต่ศิษย์การบิน จนถึงผู้บังคับฝูงบิน เหมือนกับท่านผู้บัญชาการทหารอากาศหลายท่าน และผมก็ผ่านการฝึกบินทางยุทธวิธีทั้งในและต่างประเทศ จึงมีประสบการณ์และความเข้าใจในเรื่องการใช้กำลังทางอากาศเป็นอย่างดี

แต่ที่แตกต่างกับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่จบจากโรงเรียนนายเรืออากาศก็คือ ผมลาออกจากราชการเพื่อมาทำงานการเมือง และเคยดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองหลายตำแหน่ง เคยเป็นทั้ง ส.ส. และรัฐมนตรี เคยเป็นผู้บริหารพรรคการเมือง ทั้งรองหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เคยเป็นกรรมาธิการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลหลายคณะ และเคยเป็นกรรมาธิการงบประมาณที่ต้องกลั่นกรองการออกกฎหมาย พ.ร.บ.งบประมาณของแผ่นดิน

ดังนั้น เมื่อผมทราบว่า กองทัพอากาศกำลังของบประมาณเกือบ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องบินรบฝูงใหม่ และมีตัวเลือกคือเครื่องบิน F-16 Block 70/72 ของสหรัฐอเมริกา กับเครื่องบิน JAS 39 Gripen E/F ของสวีเดน

ผมจึงอยากแสดงความเห็นและข้อมูลของผมในวันที่ผมไม่มีตำแหน่ง ไม่มีหัวโขนทางการเมือง ไม่ได้เป็นทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แต่เป็นประชาชนคนหนึ่งที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากงบประมาณแผ่นดิน ที่ ทอ.ต้องจ่ายออกไปจากการซื้อเครื่องบินในครั้งนี้

เผื่อว่าความเห็นและข้อมูลของผม จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะได้ไม่มาปวดหัวเหมือนกับกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำในภายหลัง

และท่านใดต้องการแลกเปลี่ยนความเห็นกันแบบตรงไปตรงมา ผมก็ยินดีครับ

ก่อนอื่นผมขออนุญาตระบุข้อเท็จจริง 3 เรื่องนี้ก่อน เพื่อที่เราจะได้เข้าใจเรื่องต่างๆที่อาจมีความซับซ้อนอยู่ไม่น้อยไปด้วยกัน

เรื่องแรกคือ ไม่ว่ากองทัพอากาศจะซื้อเครื่องบินรุ่นไหนก็ตาม เงินเกือบ 2 หมื่นล้านนี้จะซื้อได้ไม่เกิน 4 เครื่อง เพราะฉะนั้น หากซื้อจำนวน 12 เครื่อง เรากำลังพูดถึงเงินประมาณ 6 หมื่นล้านบาท และถ้าขยับไปที่ 16 เครื่อง เรากำลังพูดถึงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องยอมรับว่าภายใต้เศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกที่ไม่ค่อยเอื้อกับประเทศไทยสักเท่าไหร่ งบประมาณแผ่นดิน 6-8 หมื่นล้านนี้ เป็นเงินภาษีจำนวนมหาศาล ที่ต้องถูกใช้อย่างชาญฉลาด และตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของประเทศในทุกมิติ

เรื่องที่ 2 ผมชอบเครื่องบินทั้ง 2 แบบ ดังนั้นใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ และคิดว่าผมจะเลือกเชียร์ยี่ห้อไหนเป็นพิเศษ จะได้ไม่ต้องอ่านต่อ เพราะผมเชื่อว่าสุดท้ายไม่ว่า ทอ.จะเลือกซื้อเครื่องบินรุ่นไหน ก็น่าจะตอบโจทย์ทางยุทธการได้ใกล้เคียงกัน รวมทั้งเครื่องทั้ง 2 แบบ ยังเป็นเครื่องบินที่มีประจำการใน ทอ.อยู่แล้วทั้งคู่

แต่ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้ความจำเป็นทางด้านยุทธการ ก็คือผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจให้ได้ว่า ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสวีเดน ใครให้ประโยชน์กับประเทศไทยได้มากที่สุดต่างหาก

การจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ต่างๆใน พ.ศ.นี้ แตกต่างจากในอดีต ที่อาจจะคำนึงถึงเฉพาะมิติด้านประสิทธิภาพ และความมั่นคงของประเทศ หรือความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นสำคัญ

แต่มาวันนี้การจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคำนึงถึงมิติทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งผลตอบแทนที่จะมาสู่ภาครัฐ รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ควบคู่กันไปด้วย

และเรื่องที่ 3 มาทำความรู้จักกับ นโยบายชดเชย (Offset Policy) ในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ กันสักนิดครับ!

นโยบายชดเชย (Offset Policy) คือ นโยบายที่ประเทศผู้ซื้อยุทโธปกรณ์ตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมจากการซื้อหรือนำเข้ายุทโธปกรณ์ตามปกติ เพื่อให้ผู้ขายต้องชดเชยผลประโยชน์ตอบแทนกลับมายังประเทศผู้ซื้อผ่านกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ โดยจะต้องมีมูลค่าเป็นสัดส่วนขั้นต่ำตามที่รัฐบาลผู้ซื้อกำหนดในสัญญา

นโยบายชดเชย แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. การชดเชยโดยตรง (Direct Offset) คือ การชดเชยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสินค้าในสัญญานั้น ๆ เช่น การเข้ามาลงทุนเพื่อเปิดสายการผลิตสินค้าหรือชิ้นส่วน การผลิตร่วมกัน หรือการผลิตตามใบอนุญาตการอนุญาตขายสิทธิบัตรหรือใบอนุญาต และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นต้น

2. การชดเชยโดยอ้อม (Indirect Offset) คือ การชดเชยที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น ๆ แต่เป็นการช่วยเหลือส่งเสริมด้านอื่น ๆ เช่น การให้คำปรึกษา การวิจัยร่วมกัน การให้งบประมาณช่วยเหลือด้านการศึกษา การอบรม การดูงาน การฝึกการใช้งาน และการซ่อมบำรุง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การชดเชยทั้งสองแบบไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด และในการทำสัญญาหนึ่งอาจมีการชดเชยทั้งสองประเภทอยู่ในสัญญาได้

โดยล่าสุดผมเห็นข่าวว่า ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) ผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่ F-16 แถลงข่าวพร้อมมอบข้อเสนอชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset / a robust industrial participation proposal) โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเครื่องบินรบ เช่น การช่วยยกระดับ Datalink ให้กับไทยเพิ่มเติม และการพัฒนาศูนย์วิจัยและอบรมแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบินรบ ตลอดจนโอกาสในการให้ไทยเป็นศูนย์การผลิตชิ้นส่วน (Supply Chain) ให้กับ Lockheed Martin

ซึ่งผมอ่านข้อเสนอทั้ง 7 ข้อแล้ว เห็นว่าเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับไทยแน่นอน แต่ก็ยังมีหลายข้อที่ลอยๆ ไม่ชัดเจน ซึ่งผมจะนำมาอธิบายให้ฟังใน EP ต่อๆไป แต่ที่สำคัญก็คือคงต้องรอฟังข้อเสนอของ Saab ด้วย ว่าจะเสนอนโยบายชดเชยมากันอย่างไรบ้าง

เพราะที่ผ่านมาการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของทุกเหล่าทัพ เคยมี นโยบายชดเชย Offset Policy ที่ทำสำเร็จ จับต้องได้ และนโยบายออฟเซตทิพย์ ที่แหกตาคนอนุมัติมาแล้ว ผมจึงอยากเชิญชวนผู้ที่สนใจมาติดตามเรื่องเหล่านี้ไปพร้อมๆกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสร้างสรรค์

ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันฉายภาพให้ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตรวจสอบ และสาธารณชนทั่วไป ได้เห็นมุมมอง และข้อเท็จจริงต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประเทศไทยได้ข้อเสนอ ที่ดีที่สุด และมีสัญญาในลักษณะเป็นเพ็กเกจ (ของการจัดซื้อทั้งฝูงบิน) ที่เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างครอบคลุม ตอบโจทย์ทุกฝ่าย มีความรัดกุม รอบคอบไม่เปิดช่องให้ผู้เสนอขายบิดพริ้วได้ในอนาคต เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ขอจบ #EP1 เพียงเท่านี้ คอยติดตาม EP 2 ไปด้วยกันนะครับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อดีตผู้ฝูง F-16 ชวนเกาะติด ทอ.ใช้งบ 2 หมื่นล้าน ซื้อฝูงรบใหม่ หวั่นโดนแหกตา ออฟเซตทิพย์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...