โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุชาติ ชี้ สูญเสียยิ่งกว่าบุ้ง คือความน่าเชื่อถือของระบบ หวังถกนิรโทษฯในสภา ย้ำไม่รวม 112 ก็ไร้ความหมาย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 พ.ค. 2567 เวลา 16.50 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2567 เวลา 16.50 น.

สุชาติ ชี้สูญเสียยิ่งกว่าบุ้ง คือความน่าเชื่อถือของระบบ – ทวนคำเพื่อไทย ‘ไม่ยกเลิกก็แก้ไข ม.112’ หวังยกถกนิรโทษฯ ในสภา

สืบเนื่องการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง ทะลุวัง ผู้ต้องหาคดีทางการเมือง ซึ่งอดอาหารประท้วง หลังถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา กระทั่งมีอาการวิกฤตหัวใจหยุดเต้น จึงต้องส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี โดยแพทย์ได้ปั๊มหัวใจยื้อชีวิต (CPR) แต่ไม่เป็นผลก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อเวลา 11.22 น. วันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา นั้น

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ศาลา 7 วัดสุทธาโภชน์ ลาดกระบัง กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การสวดพระอภิธรรมและพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม คืนที่ 3 ซึ่งเป็นคืนสุดท้าย เต็มไปด้วยครอบครัว ญาติ มิตรสหาย ผู้ร่วมอุดมการณ์ ของ น.ส.เนติพร ตลอดจนนักกิจกรรมและประชาชน ที่ทยอยเดินทางมาร่วมไว้อาลัยและส่งพวงหรีดอย่างล้นหลาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น อาทิ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย, นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินเเห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2554, อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ อดีตประธาน นปช., นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช.

บรรยากาศเวลา 20.20 น. ภายหลังสวดพระอภิธรรมคืนสุดท้ายนายสุชาติ ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ก่อนจะเดินทางกลับว่า ตนไม่ได้รู้จักกับ น.ส.เนติพรเป็นการส่วนตัว แต่ตอนที่ น.ส.เนติพรเคลื่อนไหวแล้วเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับสิทธิการประกันตัว ช่วงที่อดอาหารครั้งแรก ตนก็ไปร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วม ‘ยืน หยุด ขัง’ เรียกร้อฃสิทธิการประกันตัวด้วย

“พูดง่ายๆ คือ ในแง่ของเสรีภาพในการแสดงออก ในแง่ของความคิด คนเรามันมีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะมีค่านิยม ทัศนคติ หรือความคิดเห็นทางการเมืองแบบไหน ก็ล้วนเป็น ‘ชีวิต’ ที่ควรจะสวยงามได้ เป็นความหลากหลายที่สวยงาม ในระบอบประชาธิปไตยได้”

“ผมคิดว่าในกรณีของการเรียกร้องที่เยาวชนคนหนุ่มสาวแสดงออกมานั้น มันน่าจะเป็นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย ฉะนั้นมันก็ควรจะเป็นสังคมที่ทุกคนเท่าเทียมกันต่อหน้ากฎหมาย ไม่ว่าจะชนชั้นไหน ระดับใด หมายความว่า สิทธิการประกันตัว เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานสากลของทุกประเทศในโลกนี้ด้วย” นายสุชาติกล่าว

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ในระบอบประชาธิปไตย ปกครองกันด้วยกฎหมาย คนเท่ากันต่อหน้ากฎหมาย เหมือนที่เขาพูดกันว่า นิติรัฐ นิติธรรม หรือ rules of law นั้น หมายความว่ากฎหมาย ก็ต้องเป็นกฎหมายที่เสมอกัน บังคับใช้กับคนทุกระดับเท่ากัน ไม่ใช่การใช้กฎหมายโดยอำเภอใจ

ฉะนั้น เด็กๆ เยาวชนทั้งหลายที่ถูกคุมขังอยู่ตอนนี้ก็ควรจะได้รับสิทธิ อย่างน้อยคือ ‘สิทธิการประกันตัวอย่างเท่าเทียมกัน’ ถ้าเขาผิดก็รับโทษไปตามผิด แต่ไม่ใช่ว่ายังเป็นคดีที่ยังไม่มีการพิพากษาถึงที่สุดแล้วจับกุมคุมขัง ต้องพิพากษาถึงที่สุดก่อน ถึงจะขังได้

“มันเป็นเรื่องที่ผมคิดว่า เหมือนมีการกลั่นแกล้ง ผมเข้าใจในเจตนาที่บริสุทธิ์ใจ เด็กพวกนี้ไม่ได้มีกองกำลังที่จะทำลายล้างหรือทำให้เกิดการสูญเสียอะไร เขาเป็นเพียงเยาวชนที่ออกมาแสดงออก

ตอนที่ผมอายุ 20 กว่าๆ ผมก็เป็นอย่างนี้ ตอนที่มีการรัฐประหาร ผมก็แสดงออกว่าผมไม่เห็นด้วย และนี่ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาแสดงออก มันเป็นเรื่องปกติของสังคมที่ควรจะปกติ แต่ตอนนี้คุณทำให้สิ่งที่เรียกว่า ‘การไม่ให้ประกันตัว’ กลายเป็นเรื่องปกติ” นายสุชาติชี้

เมื่อถามถึง ตะวันและแฟรงค์ ซึ่งอดอาหารประท้วงเช่นกัน มองว่าถ้ายังไม่คืนสิทธิการประกันตัว ฉากต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับสังคม?

นายสุชาติกล่าวว่า เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย มาตรา 112 ซึ่งใครก็สามารถฟ้องได้ ซึ่งตนรู้สึกเป็นห่วงคนหนุ่มสาวที่ออกมาต่อสู้เพื่ออนาคตของเขา แล้วก็เป็นห่วงว่าสิ่งที่พวกตนเคยทำมา จะล้มเหลว

“การแสดงออกของผม ก็เป็นเพียงแค่การแสดงออกของคนที่ไม่มีอนาคตแล้ว แต่คนหนุ่มสาวเขามีอนาคต การแสดงออกของคนที่ไม่มีอนาคตอย่างผม ก็เพื่อที่จะบอกว่า ‘ผมมีความหวังนะ เพราะฉะนั้นพวกคุณก็ต้องก้าวต่อไปด้วยความหวัง” นายสุชาติกล่าว

เมื่อถามว่า มองการที่ผู้คนจากหลากหลายวงการ มาร่วมไว้อาลัย น.ส.เนติพร สะท้อนให้เห็นอะไร ?

นายสุชาติกล่าวว่า เป็นการที่คนซึ่งมองไปในทางเดียวกัน อุดมการณ์การเดียวกัน คงจะรู้สึกสูญเสีย และสูญเสียความเชื่อมั่นของตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นการมาพบกัน มันไม่ใช่เพื่อที่จะเคลื่อนไหวนำไปสู่อะไร แต่เป็นการรักษาความเชื่อมั่นของตัวเองไว้ และส่งต่อความหวังให้กัน

“มันยังต้องมีความหวัง และคิดว่าสังคมคงจะค่อยๆ เข้าใจมากขึ้น แทนที่จะแบ่งแยกในลักษณะนี้อย่างที่เห็นในกรณีของบุ้ง”

นายสุชาติกล่าวต่อว่า แต่ก่อนนี้เราอาจจะแปลกแยก แต่เดี๋ยวนี้มันย้อนแย้งด้วย เพราะในกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวมาด้วยกันแบ่งออกเป็น 2 พวก ทั้งที่อยู่ในฝั่งประชาธิปไตยด้วยกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้น

“โดยเฉพาะกับคนที่เคยเคลื่อนไหวมาแล้ว คนที่เคยเข้าป่า เคยมีประสบการณ์ถูกรังแกมาแล้ว น่าจะเข้าใจดี ขณะนี้เราไม่ใช่เผด็จการ เป็นประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้งแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นการได้มาซึ่งผมรู้สึกว่าไม่ปกติ เพราะคนที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนี้ ทำให้เกิดความรู้สึกว่ามันสูญเสีย ไม่ใช่เฉพาะบุ้ง แต่เป็น ‘การสูญเสียของระบบ ของสังคมประชาธิปไตย’ แต่ที่สูญเสียมากที่สุด คือความน่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม” นายสุชาติชี้

นายสุชาติกล่าวอีกด้วยว่า ที่บุ้งบอกว่า การที่เขาต่อสู้ ก็ไม่มีอะไรจะต่อสู้ได้นอกจากร่างกายของเข

“ดังนั้น การสูญเสียของเขา เป็นการสูญเสียที่ผมคิดว่า ไม่ว่าใครจะมองอย่างไรก็แล้วแต่ แต่มันเป็นความสูญเสียที่ทำให้เห็นว่า เขามีความหวังว่าสังคมนี้น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยที่สุดก็ในกระบวนการยุติธรรมที่ทุกคนควรได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกันต่อหน้ากฎหมาย อย่างน้อยก็ คืนสิทธิการประกันตัว” นายสุชาติกล่าว และว่า

ส่วนเรื่องกฎหมาย ม.112 ก็ควรจะมีการพูดกันในรัฐสภา ในเมื่อเราเป็นประชาธิปไตยแล้ว มีการเลือกตั้งแล้ว ก็ควรจะพูดกันได้ทุกเรื่อง ทุกมาตรา ให้รัฐสภาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ผู้คน และเด็กทั้งหลายจะได้ไม่ต้องมาเสียสละอีก

เมื่อถามว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ปล่อยผู้ต้องหาคดีทางการเมืองทั้งหมดหรือไม่?

นายสุชาติกล่าวว่า แน่นอน ส่วนตัวเห็นด้วยว่าควรจะนิรโทษกรรม โดยรวมคดี ม.112 เข้าไปด้วย

“สมัย 6 ตุลาคม 2519 ฆ่ากันตาย ทหารก็ตายเยอะ สูญเสียทั้งพลเรือนและทหาร สูญเสียทั้งสองฝ่าย โอเค เราล้างไพ่ใหม่ ด้วยการนิรโทษกรรม 66/2523 ทุกฝ่ายเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ เพราะฉะนั้นในกรณี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต้องเป็นการนิรโทษกรรมที่รวม ม.112 ด้วย ไม่ฉะนั้นก็ไม่มีความหมาย นักการเมืองก็อาจจะมองในแง่ที่ว่า จะต้องคงไว้ เพื่อรักษาสถาบันหลัก ผมเข้าใจ แต่ไม่ว่าอย่างไร ผมเห็นว่าควรยกเข้าไปพูดคุยกันในรัฐสภาฯ

พูดกันตรงๆ ว่าพรรคเพื่อไทยเคยพูดไว้ ว่าไม่ยกเลิกก็ต้องแก้ไข ม.112 ส่วนก้าวไกลชัดเจนอยู่แล้ว ยังยืนยันตรงนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ใช้สภาฯ เป็นเครื่องมือ เพื่อให้การพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน โดยจะต้องรวม ม.112 เข้าไปด้วย ถ้าไม่รวม ม.112 ก็ไม่รู้ว่าจะต้องมีการเสียสละแบบไหนอีก

ผมเชื่อว่าคนที่เคลื่อนไหว ก็รู้ว่ามันอาจจะไม่ได้ผล แต่เพราะเราไม่รู้ กรณีของบุ้งมันเป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ฉะนั้น การเสียสละของเขา เราไม่รู้ว่ามันเป็นสัญลักษณ์ที่ลงลึกไปขนาดไหน แต่แบบนี้แหละที่ทำให้เกิดสิ่งที่เขาบอกว่า ‘เซาะกร่อนบ่อนทำลาย’ โดยพวกเขาเอง ที่เป็นคนทำให้เกิดขึ้น ไม่ใช่คนที่เสียสละ หรือคนที่ตายไปแล้ว” นายสุชาติระบุ

นายสุชาติกล่าวว่า มันเป็นเรื่องผิดปกติ ที่คนแก่จะต้องมางานศพเด็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่ ‘เชกสเปียร์’ พูด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากผู้ร่วมงานที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมี นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน, น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ หรือ ทนายเมย์ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๊ว อดีตแกนนำเยาวชนปลดแอก, นางวรวรณ แซ่อั้ง หรือ ป้าเป้า, น.ส.สาคร คำแถลง อดีตคนเสื้อแดง เจ้าของรางวัลสิทธิมนุษยชนคนธรรมดา, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล อดีตแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง, นายณัฐพงศ์ เทียนดี หรือ ‘พ่อหมอ เจาะข่าวตื้น’ พร้อมด้วย น.ส.จรรยา วงศ์สุรวัฒน์ หรือ โรซี่

นายชานันท์ ยอดหงษ์ นักประวัติศาสตร์และนักเคลื่อนไหวเพื่อความหลากหลายทางเพศ, นายโชคดี ร่มพฤกษ์ หรือ อาเล็ก ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร และหนวด ริมทาง ศิลปินอิสระ, โจเซฟ (สงวนชื่อสกุล) นักกิจกรรมทางการเมือง นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, น.ส.ธนพร วิจันทร์ แกนนำเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, นายเจษฎา ศรีปลั่ง หรือ เจมส์ เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรีเป็นต้น ตลอดจน ตัวแทนแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และตัวแทนจากภาคประชาสังคม

สำหรับ งานสวดพระอภิธรรมและพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.เนติพร กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 18 พฤษภาคมนี้ โดยวันนี้ (18 พ.ค.) มูลนิธิศักยภาพชุมชน เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมคืนสุดท้าย โดยฌาปนกิจศพ ในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) เวลา 16.00 น.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุชาติ ชี้ สูญเสียยิ่งกว่าบุ้ง คือความน่าเชื่อถือของระบบ หวังถกนิรโทษฯในสภา ย้ำไม่รวม 112 ก็ไร้ความหมาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...