โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพลง

ASIA7 ขับกล่อมคนฟังด้วยดนตรีพื้นบ้านฟิวชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ หนึ่งเดียวจากค่าย GeneLab

The Concert

เผยแพร่ 18 ต.ค. 2565 เวลา 01.00 น. • The Concert

เพียงได้ฟังครั้งแรกก็สะกิดโสตประสาทให้รู้ทันทีเลยว่า ดนตรีพื้นบ้านฟิวชั่นคือเอกลักษณ์ของ ASIA7 วงดนตรีคลื่นลูกใหม่แห่งค่าย GeneLab ล่าสุดพวกเขากลับมาพร้อมดนตรีที่มีความลึกมากขึ้นในซิงเกิลใหม่ “นักแสวงโชค”

ASIA7 วงดนตรีแนวเพลง Asian Pop / Fusion ที่ผสมผสานดนตรีไทยร่วมสมัย หนึ่งเดียวจากค่าย GeneLab รวมถึงเป็นวงที่มีสมาชิกมากที่สุดในค่ายถึง 8 คน ประกอบไปด้วย ออย-อมรภัทร (ร้องนำ) / โยเย-นริศรา (ซอ) / ต้น-ต้นตระกูล (เครื่องดนตรีอีสาน) / โอม-กฤตเมธ (แซกโซโฟน) / สุนทร-สุนทร (กีตาร์) / บูม-ปรีดา (คีย์บอร์ด) / ดิว-ภูวิช (เบส) และ โน้ต-ฐิติรัฐ (กลองชุด) ซึ่งทุกๆ บทเพลงของพวกเขาจะมีชั้นเชิงของการผสมดนตรีไทยพื้นบ้านเข้ากับดนตรีสากลได้อย่างกลมกล่อมและมีเอกลักษณ์ ส่งให้เป็นอีกหนึ่งศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดในเวลานี้

นอกจากเนื้อหาเพลงที่มีความลึกซึ้งคมคาย พวกเขายังเติมแต่งความจัดจ้านของเครื่องดนตรีที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มมิติให้กับบทเพลงได้อย่างน่าสนใจ เพียงได้ฟังครั้งแรกก็สะกิดโสตประสาทให้รู้ทันทีเลยว่า นี่แหละคือเอกลักษณ์ของ ASIA7 หลังปลอบประโลมใจคนโหยหาที่ถูกลืมด้วยเพลง “เจ้าความรัก” กลับมาส่งต่ออารมณ์ความเศร้าหม่นในซิงเกิล “ลืม” และซิงเกิลใหม่ล่าสุดที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้ม “นักแสวงโชค” กว่า 6 บทเพลงที่ถูกถ่ายทอดออกมา พวกเขามีแรงบันดาลใจอะไร ถึงได้อยากเผยแพร่ดนตรีสไตล์พื้นบ้านให้เข้าไปอยู่ในใจของผู้ฟัง ลองมาทำความรู้จักกับวง ASIA7 ให้มากขึ้นกัน

ASIA7 วงดนตรี Asian Pop / Fusion ที่เกิดจากการรวมตัวของพี่น้องร่วมสถาบัน
จากพี่น้องร่วมสถาบันที่มีความถนัดทางดนตรีที่แตกต่างกัน เกิดอยากสร้างสรรค์แนวเพลงใหม่ๆ จึงฟอร์มวงโดยเริ่มต้นจากดนตรีบรรเลง พร้อมต่อยอดเป็นวงดนตรีคลื่นลูกใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

โยเย : พวกเราทั้ง 8 คนเป็นพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกันที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นพี่น้องที่เห็นหน้าเห็นตากันมานาน สำหรับการฟอร์มวงเกิดจาก “ต้น” ที่เล่นดนตรีพื้นบ้านแต่ก็ชอบฟังเพลงแนวอื่นด้วย เช่น แจ๊ส อยากสร้างสรรค์แนวเพลงใหม่ๆ ที่เป็นการผสมผสาน เลยชักชวนพี่ๆ น้องๆ ต่างสาขามาร่วมวงกัน ซึ่งฝั่งดนตรีสากลก็จะเรียนสาขาแจ๊สกันซะส่วนใหญ่ โอม (แซกโซโฟน) / สุนทร (กีตาร์) / บูม / (คีย์บอร์ด) / ดิว (เบส) และ โน้ต (กลองชุด) ส่วนตัว “โยเย” ก็คือเอกดนตรีไทย มารวมตัวกัน 7 คนโดยเริ่มจากวงที่ทำเพลงบรรเลง

โอม : ตอนทำวงบรรเลงก็จะมีนักร้องเป็นเกสต์แวะเวียนกันมา พอวันนึงเราอยากทำเพลงที่เป็นออริจินอลของวงจริงๆ ประจวบกับช่วงนั้น “ออย” ที่เรียนอยู่สาขาดนตรีคลาสสิคมาเป็นนักร้องให้พอดี ก็เลยได้เป็นนักร้องประจำวงยาวมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ยังใช้ชื่อเดิมว่า ASIA7 ที่มีสมาชิก 8 คน เปิดตัวเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 2559

จากวงดนตรีบรรเลงสู่วงดนตรีไทยร่วมสมัยหนึ่งเดียวของค่าย GeneLab
ฉายแววความโดดเด่นของดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ จนเข้าตาค่ายเพลงดังอย่าง GeneLab และถูกทาบทามให้มาออดิชันแข่งขันเข้ามาเป็นศิลปินคลื่นลูกใหม่ในสังกัด

โยเย : หลังจากที่พวกเรารวมตัวกันเป็นวง ASIA7 พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เราก็ทำเพลงลงผ่านช่องทาง Youtube และ Streaming ทำกันเองทุกกระบวนการทุกขั้นตอนเลย โดยมีเพลงร้องเพลงแรกของวงคือเพลง “ขวัญเจ้าเอย” ซึ่งทางพี่โอมก็ได้ติดตามเราจากเพลงนี้ และทาบทาบให้เข้ามาเป็นศิลปินของ GeneLab

ออย : ตอนแรกมีพี่แม็กจากวง The Darkest Romance ได้เข้ามาชักชวนผ่านทาง “ต้น” ว่าแบบพี่โอมสนใจนะมาอยู่ค่าย GeneLab มั้ย เพราะพี่โอมติดตามวงมาสักพักแล้วตั้งแต่เพลง “ขวัญเจ้าเอย” อย่างที่บอกไป พอได้เข้าไปคุยที่ค่ายก็เป็นเวลาประจวบเหมาะกับที่ทางแกรมมี่เปิดออดิชันพอดี เราก็เลยไปออดิชันและได้เข้ามาอยู่ GeneLab

ASIA7 วงดนตรีที่เข้ามาเติมเต็มความหลากหลาย ให้กับห้องทดลองทางดนตรีอย่าง GeneLab
เมื่อได้ยินชื่อ GeneLab หลายคนอาจจะคิดว่านี่คือค่ายเพลงร็อก แต่จริงๆ แล้วยังมีศิลปินอีกหลากหลายแนวเพลง ที่กำลังถ่ายทอดดนตรีในแบบฉบับของตัวเองออกมาให้ผู้ฟังได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ เช่นเดียวกับ ASIA7 ที่พวกเขาได้เข้ามาเติมเต็มความหลากหลายทางดนตรีให้กับค่าย GeneLab

ออย : ตั้งแต่ที่ได้คุยกับพี่โอมวันแรกเราก็รู้สึกว่า ค่ายเพลง GeneLab ไม่เหมือนค่ายเพลงอื่นที่เรารู้จัก ถ้าสังเกตจะเห็นได้ว่าแต่ละวงในค่ายจะมีสไตล์ไม่เหมือนกันเลย จะฉีกไปในทางของตัวเอง เราก็เลยรู้สึกว่านี่แหละน่าจะเป็นที่ที่เหมาะกับเรา เราเข้าไปอยู่ตรงนี้มันก็จะดูไม่แปลก ไปเติมเต็มความหลากหลายทางดนตรีให้กับค่ายด้วย แล้วพอได้เข้ามาอยู่จริงๆ ก็รู้สึกว่าทางค่ายให้ความอิสระกับพวกเรามาก ตัววงก่อนเข้ามาที่ค่ายเป็นยังไง มีแนวเพลงแบบไหน กลิ่นเป็นยังไง ก็ยังเหมือนเดิม พร้อมผลักดันความเป็นตัวตนของ ASIA7 อย่างเต็มที่

เมื่อก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินที่มีสังกัดเต็มตัว เป้าหมายของ ASIA7 ก็ชัดเจนขึ้น
หลังจากร่วมงานกับ GeneLab มาเกือบ 2 ปี เมื่อเทียบกับการทำเพลงเอง ASIA7 สามารถทำผลงานในแบบที่เป็นตัวเองได้เต็มที่กว่าที่เคยด้วยแรงซัพพอร์ตจากค่าย ผลงานมาพร้อมเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่ต้องการเติบโตทั้งในตลาดเพลงไทยและต่างประเทศ

ดิว : หลังจากเป็นศิลปินที่มีสังกัดเต็มตัว ผมคิดว่ามันทำให้เป้าหมายของคน 8 คนที่บางทีมีความคิดแตกต่างกัน ได้มีเป้าหมายที่ตรงกันมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น เท่ากับว่าการที่เราทำงานในค่ายเพลงก็มีจุดที่ชัดเจนอย่างหนึ่ง คือเราต้องออกไปสู่สาธารณะ สู่ตลาดดนตรี แต่ที่แน่ๆ เลยมีเป้าหมายในการทำเพลงที่ชัดเจนขึ้นก่อน เพราะว่าเราเริ่มรู้ทางแล้วว่าเราต้องจะทำเพลงแบบไหนที่จะนำมาปล่อยกับค่าย เรามีศักยภาพในการสื่อสารได้ดีขึ้นเพราะมีทางค่ายคอยซัพพอร์ต ไม่ว่าจะเรื่องมิวสิควิดีโอที่เราต้องทำกันเองมาตลอด หรือว่าในเรื่องของการโปรโมต เพราะงั้นเป้าหมายของวงที่แน่ๆ คืออยากให้เป็นที่รู้จักในประเทศ แต่ก็มีเป้าหมายที่เป็นคู่ขนานอย่างการทำเพลงที่ไปสู่ในตลาดต่างประเทศก็ใฝ่ฝันอยากจะทำอยู่ ก็เลยอยากจะมุ่งไปทั้งสองเส้นทาง

คลังเก็บเพลงของ ASIA7 ที่สมาชิกในวงทุกคนสามารถเติมไอเดียเจ๋งๆ เข้าไปได้เสมอ
ด้วยสมาชิกที่มีมากถึง 8 คนแต่พวกเขามีวิธีการทำงานที่เป็นระบบแบบแผน เริ่มจากมีคลังเก็บเพลงเดโม่ที่สมาชิกทุกคนสามารถเติมไอเดียเจ๋งๆ เข้าไปได้ตลอด ก่อนที่เพลงจะถูกหยิบนำไปใช้ด้วยกติกาการโหวต

ดิว : สำหรับเนื้อเพลงวงเราจะมีเดโม่อยู่ประมาณล็อตนึงที่ทุกคนช่วยกันเขียน แล้วแต่ว่าใครมีไอเดียอะไรก็จะทำเดโม่เข้ามาใส่ในคลังหรือตะกร้าอันนี้ แล้วหลังจากนั้นก็จะเอามายำกันในวง มีการโหวตกันภายในวงว่าควรเอาเพลงไหนมาทำเป็นซิงเกิลต่อไป เพื่อที่จะลุยงานกันต่อไป เพราะฉะนั้นทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกไอเดียได้เสมอ

โยเย : จริงๆ เรามีเดโม่เพลงอีกเยอะมาก แต่เราจะดูฟังก์ชันของการนำเพลงมาปล่อยในแต่ละช่วง เช่น เราคุยกันว่าซิงเกิลต่อไปอยากได้เพลงประมาณนี้ เราอยากได้ฟังก์ชันการใช้งานประมาณนี้ เพราะฉะนั้นเดโม่ที่เรามากองกันไว้ตรงกลางก็จะมีการคัดเลือก คิดว่าเพลงไหนควรปล่อยตอนไหน เพลงไหนควรเอามาอยู่ในอัลบั้ม หรือเพลงไหนควรรอเอาไว้ปล่อยในปีถัดไป เราจะดูฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก

ดิว : พอเราได้เดโม่แล้วก็จะมาแยกกันทำงานต่อไป ซึ่งใครมีไอเดียที่ชัดเจนต่อเพลงนั้นๆ ก็จะเอาไปทำต่อ เช่น “ออย” หรือ “โยเย” มีไอเดียเกี่ยวกับเนื้อร้องที่ต้องเพิ่มเติม หรือผมกับ “ต้น” มีไอเดียเรื่องซาวด์ก็จะมาเรียบเรียงกัน จนได้เดโม่ที่สมบูรณ์ประมาณนึงแล้วก็เข้าห้องอัด ซึ่งระหว่างทางก็จะมีพี่ๆ เข้ามาช่วยดูภาพรวม คอยชี้แนะในมุมมองจากคนนอกบ้าง เพื่อไม่ให้ตันกับความคิดของวงมากเกินไป

ออย : อย่างเพลง “กล่อม” ก็ได้พี่ปู๋จากวง Hens มาช่วยเกลาๆ เนื้อเพลง “ถ้าเธอคิดถึงใคร” ก็ได้พี่โอมมาช่วยเกลาเนื้อเพลง ส่วน “จำขึ้นใจ” และ “เจ้าความรัก” ก็ได้พี่แพทจากวง Klear มาช่วยดูและโปรดิวซ์ให้

ท้าทายคนฟังด้วยความหลากหลายทางดนตรีคือเสน่ห์ของ ASIA7
ด้วยสไตล์ดนตรีที่เกิดจากการผสมผสาน ASIA7 จึงคอยคิดค้นรสชาติของดนตรีสไตล์พื้นบ้านที่มีความหลากหลายมาเสิร์ฟคนฟังอยู่ตลอด และคนฟังจะไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า แต่ละเพลงที่พวกเขาถ่ายทอดออกมาจะไปในทิศทางไหน

โยเย : เสน่ห์ของ ASIA7 คือความหลากหลาย ทั้งสมาชิก ทั้งแนวดนตรี และเครื่องดนตรี มันคือส่วนผสมของหลายๆ อย่าง ที่เมื่อมารวมตัวกันมันก็เกิดความหลากหลาย เรารู้สึกว่าเนี้ยก็คือเสน่ห์อย่างนึงของ ASIA7 ทางฝั่งคนฟังเองเราก็เชื่อว่าเขาต้องคาดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าแต่ละเพลงที่เราปล่อยออกมาจะเป็นแนวไหน เลยคิดว่าอันนี้เป็นเสน่ห์อย่างนึงของ ASIA7

ดิว : เป็นเรื่องของความท้าทายในประสบการณ์การฟังเพลงของผู้ฟัง ว่าจะได้พบเจอกับดนตรีขอใช้คำว่ามันสนุกแล้วกัน เพราะรู้สึกว่า ASIA7 เวลาทำเพลงหรือเล่นดนตรีด้วยกันแล้วมันเกิดความสนุก รวมถึงเราถ่ายทอดความสนุกนั้นออกไป บางทีเพลงมันมีความเครียดแต่พวกเราสนุกในความเครียดนั้น บังเอิญว่าพวกเรามันเสพติดดนตรีที่ใส่ความลับสมองเข้าไป หรือใส่ความท้าทายทางดนตรีบางอย่างเข้าไป คนฟังนอกจากจะเสพดนตรีแล้ว ก็จะได้ประสบการณ์การฟังว่าเพลงนี้มีองค์ประกอบยังไง เล่าเรื่องยังไง เลือกมู้ดแอนด์โทนของเครื่องดนตรีต่างๆ ให้มีบทบาทในเพลงยังไงบ้าง

ตอกย้ำเอกลักษณ์ทางดนตรีด้วยซิงเกิล “ลืม (Fade Away)”
เพลงช้าที่ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายเครื่องดนตรีไทยร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของวง ถ่ายทอดความเศร้าแบบเข้าถึงอารมณ์ด้วยเสียงร้องและไลน์ดนตรีที่สุดจัดของสมาชิกทั้ง 8 คน

ออย : เพลง “ลืม” คนขึ้นทำนองคนแรกคือ “บูม” จากนั้น “ออย” ใช้เวลาแต่งเนื้อเพลงประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยเพลงนี้ได้หยิบหลายประเด็นขึ้นมาแต่ง ได้แรงบันดาลใจมาจากซีรีส์เรื่องนึง เกี่ยวกับความทรงจำ การจากลา ความเจ็บปวดของคนที่กำลังจะถูกทิ้ง เลยหยิบเอาเรื่องนี้มาแต่งและได้เป็นเพลง “ลืม” นั่นเอง

ดิว : ในส่วนของดนตรีอย่างที่บอกว่า “บูม” ได้ขึ้นในส่วนของดนตรีมาค่อนข้างจะครบองค์ประกอบพื้นฐานแล้วประมาณนึง มีทั้งเมโลดี้ ทำนอง และคอร์ด ก็เอามาเพิ่มเติมในพาร์ทของริทึ่ม รวมถึงเอาเครื่องดนตรีไทยมาเป็นองค์ประกอบในเพลงนี้ ซึ่งจริงๆ เราไม่ได้ทำงานกันแบบนี้ในทุกเพลงนะ อาจจะเป็นเครื่องดนตรีไทยตั้งต้นมาก่อน หรือเนื้อร้องมาก่อนก็ได้ แต่อย่างเพลงนี้เราได้ทำนองมาก่อน เครื่องดนตรีไทยเลยมาเป็นองค์ประกอบที่เข้ามาเติมสีสันให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

“นักแสวงโชค” ซิงเกิลล่าสุดที่พวกเขาบอกว่าเป็นเหมือนตัวแทนของวง
ซิงเกิลสุดพิเศษปลดปล่อยตัวตนทางดนตรีแบบไม่ยั้งของวง ASIA7 ที่บอกเล่าเรื่องราวเปรียบเปรยชีวิตผู้คนดั่งนักแสวงโชคชะตา เป็นเพลงที่เหล่าสมาชิกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันได้ว่าปล่อยของมากที่สุด รวมถึงยังเป็นเพลงธีมหลักของอัลบั้มเต็มชุดแรกของพวกเขาที่มีชื่อว่า The Seeker อีกด้วย

โยเย : “นักแสวงโชค” เป็นเพลงที่จะค่อนข้างจัดจ้านมากขึ้น ถ้าใครที่เคยฟังเพลง “กล่อม” จะมีความลึกอยู่แล้วประมาณนึง แต่เพลงนี้จะมีความลึกเข้าไปมากกว่าอีก มีความเป็นเวิลด์มิวสิกเรียกประมาณนั้นเลยก็ได้

ออย : เพลง “นักแสวงโชค” มีความพิเศษคือได้ฟีทเจอริ่งกับนักดนตรีต่างชาติด้วย เป็นนักดนตรีชาว Irish ที่บันทึกเสียงส่งตรงมาจากไอร์แลนด์เลย ก็ทำเพลงนี้มันมีกลิ่นที่ชัดเจนมากขึ้น มีสำเนียงที่เป็นโฟล์คมากขึ้น

ดิว : ต้องบอกว่าเป็นเพลงที่มีเดโม่มานานแล้วมาก่อน “กล่อม” ด้วยซ้ำ ความพิเศษคือมันรอจังหวะนี้ที่จะปล่อย ด้วยฟังก์ชันของเพลงนี้มันไม่พร้อมที่จะปล่อยมาก่อนหน้านี้ เลยปล่อยเพลงที่ฟังง่ายออกมาก่อน เหมือนค่อยๆ ไล่ระดับขึ้นมา ซึ่งเรามีจุดประสงค์ทำให้คนรู้จักเราประมาณนึง พอวันที่เราจะปล่อยอัลบั้มเราสามารถปล่อยเพลงที่มันปล่อยของ แล้วก็เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ เชื่อว่าเป็นเพลงที่แฟนๆ ของเราเฝ้ารอที่จะฟังเพลงแบบนี้

โยเย : ส่วนเนื้อหาเป็นการเล่าเรื่องของใครหลายคน เพราะเราเชื่อว่าทุกคนเกิดมาเพื่อตามหาอะไรบางอย่าง บางคนอาจจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง ความรัก หรือความมั่นคงในหน้าที่การงาน เราเลยเปรียบว่าชีวิตของแต่ละคนคือนักแสวงโชค รวมถึงวง ASIA7 สมาชิกแต่ละคนก็เป็นนักแสวงโชคด้วยเหมือนกัน ที่กำลังตามหาอะไรบางอย่าง มีการทดลองทำอะไรใหม่ๆ มันก็คือบทบาทนึงของนักแสวงโชค มันเลยเป็นเพลงที่น่าจะเล่าถึงชีวิตคนได้ประมาณนึง

ดิว : ด้วยเพลงนี้เป็นชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้มที่กำลังจะปล่อยด้วย วงเราเดินทางมาถึงทุกวันนี้ความยากอย่างนึงก็คือไม่มีใครปูทางไว้ให้ในทิศทางของดนตรี บางทีเราก็ตอบตัวเองยากว่าเราจะไปในทางไหน ดนตรีในปีหน้าหรือซิงเกิลต่อไปจะแนวไหน เพราะฉะนั้นเราก็แทนตัวเองไปในเพลงนี้ว่าเป็นนักแสวงโชคที่มันค่อนข้างตรงกับเรื่องราวของวงที่ผ่านมาด้วย อาจจะแนวดนตรี เครื่องดนตรี หรืออะไรก็ตามที่มันพาเรามาถึงวันนี้ “นักแสวงโชค” ก็เลยเป็นตัวแทนของเราด้วย

กว่า 6 บทเพลงที่ได้ถ่ายทอดออกมาสมาชิกวง ASIA7 ชื่นชอบเพลงไหนเป็นพิเศษ

ดิว : เพลง “กล่อม” ด้วยโมเมนต์เปิดตัววงเรารู้สึกว่าได้เพลงนี้ค่อนข้างสมศักดิ์ศรีของวง แล้วเวลาที่เราเล่นเพลงนี้ทำให้รู้สึกว่าเพลงมันอยู่ตรงกลางพอดีกับปัจจัยหลายๆ อย่างที่เราคำนึงถึง

โน้ต : เพลง “จำขึ้นใจ” เป็นเพลงที่เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด และเวลาเล่นรู้สึกว่าสนุกที่สุด

โอม : เพลง “เจ้าความรัก” เป็นเพลงที่มีความสวยงาม มีความสวยหรู เลยทำให้ชอบเพลงนี้ที่สุด

สุนทร : ผมชอบทุกเพลงแต่ถ้าเอาโมเมนต์เล่นสด เพลง “จำขึ้นใจ” น่าจะเป็นเพลงที่เราสามารถใส่ความเป็นตัวเองในเวลานั้นได้ดีที่สุด เราเลยเลือกเป็นเพลงปิดทุกครั้ง เพราะเวลาเล่นเราไม่ต้องยั้ง

ออย : เพลง “กล่อม” เพราะเป็นเพลงที่ทุกคนบอกว่ามันมีเอนเนอจี้ รวมถึงเป็นเพลงที่บ่งบอกความเป็น ASIA7 มากที่สุด และเป็นคนที่ขึ้นเพลงเองด้วยเลยแอบชอบเป็นพิเศษ

บูม : เพลง “นักแสวงโชค” เพราะเป็นเพลงที่ได้ปล่อยของมากที่สุดเพลงหนึ่งของวง

โยเย : จริงๆ ชอบทุกเพลง ไม่ได้ลอกคำตอบพี่สุนทรนะ (ขำ) เพราะแต่ละเพลงมันมีฟังก์ชันไม่เหมือนกัน และแต่ละเพลงที่เราร่วมกันทำกันขึ้นมา มันทำให้เราได้เติบโต ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ แต่ถ้าให้บอกว่าชอบที่สุดเพราะมันได้ใช้สมองไปกับมันเยอะมากคือเพลง “นักแสวงโชค” มันมีกลเม็ด มีอะไรที่ซ่อนอยู่ในเพลงค่อนข้างเยอะ

GeneLabCon คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของค่าย ที่เหล่าสมาชิก ASIA7 ใส่พลังเกินร้อยเพื่อคนดู

ออย : เป็นคอนเสิร์ตคอนเสิร์ตแรกของวงที่เล่นในประเทศแล้วมีคนดูเยอะขนาดนี้ เพราะปกติถ้าเป็นสเกลประมาณนี้วงจะไปเล่นที่ต่างประเทศโดยที่ไม่มีใครรู้จักเราเลย แต่คอนเสิร์ตนี้เป็นครั้งแรกที่มีคนตั้งใจมาดูพวกเราโดยเฉพาะ ก็เลยรู้สึกตื่นเต้นมาก ปลื้มปริ่มเวลามีคนร้องเพลงตามได้ อันนี้ก็คือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เซอร์ไพรส์มาก ไม่คิดว่าจะมีคนฟังเพลงแล้วตามร้องในคอนเสิร์ตได้เยอะขนาดนี้ ตอนแรกก็กลัวว่าเพลงวงจะฟังยากหรือเปล่า แต่พอมีคนร้องได้เยอะแล้วแบบมันสะท้อนขึ้นมาถึงบนเวที ทั้งวงเรารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจและมีพลังที่จะส่งกลับลงไปให้คนดู นับว่าคอนเสิร์ตที่เราส่งพลัง ส่งแพชชั่น ไปให้คนดูแบบเกินร้อยมากๆ

ต้องบอกว่า ASIA7 เป็นวงดนตรีคลื่นลูกใหม่แห่งค่าย GeneLab ที่คอยสร้างสรรค์ดนตรีรสชาติใหม่ๆ มาให้แฟนๆ ได้ลองฟังกันอยู่เสมอ เพราะต้องการให้ทุกคนได้รับประสบการณ์การฟังเพลงที่แตกต่าง จึงพยายามเผยแพร่ดนตรีสไตล์พื้นบ้านฟิวชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของวงให้เข้าไปอยู่ในใจของผู้ฟัง The Concert เชื่อว่าหากได้ลองเปิดใจฟังเพลงของพวกเขาสักครั้ง คุณจะเสพติดดนตรีอันกลมกล่อมนี้จนหยุดฟังไม่ได้

ติดตามความเคลื่อนไหวของ “ASIA7” ได้ที่ : www.facebook.com/asia7band และ www.facebook.com/genelabrecords

--------------------------------------

ติดตามThe Concert แหล่งรวมคอนเสิร์ตอันดับ1 ของไทยได้ที่นี่

Website : www.theconcert.com

Application : http://onelink.to/xg82rs

Instagram : www.instagram.com/theconcertapplication

Twitter : https://twitter.com/the_concertapp

Facebook : www.facebook.com/theconcertapplication

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...