โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานรื่นเริงและวิถีราชสำนักแวร์ซาย เครื่องมอมเมาขุนนางของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ต.ค. 2566 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2566 เวลา 17.18 น.
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 รับคณะทูต ณ พระราชวังแวร์ซาย

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (Louis XIV) แห่งราชวงศ์บูบง (house of Bourbon) ทรงเป็นกษัตริย์ฝรั่งเศสที่ครองราชย์ 72 ปี (ค.ศ. 1643-1715) ยาวนานที่สุดในบรรดากษัตริย์ยุโรปทุกพระองค์ก่อนหน้านั้น ในสมัยของพระองค์ถือเป็น “ยุคทอง” ของฝรั่งเศสในหลายด้าน ทั้งศิลปกรรม วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ภาษาฝรั่งเศสกลายเป็นภาษาทางการทูต ธรรมเนียมและมารยาทราชสำนักฝรั่งเศสกลายเป็นรูปแบบปฏิบัติที่ราชสำนักอื่น ๆ ทั่วยุโรปลอกเลียนไปใช้ รวมถึงการเป็นผู้นำแฟชั่นแห่งยุคสมัยด้วย

สุริยกษัตริย์

เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระชนมายุ 18 พรรษา ราชสำนักฝรั่งเศสจัดงานรื่นเริงแต่งกายแฟนซีสวมหน้ากาก เรียกว่า “Masque” เป็นงานเต้นรำ การแสดง และงานดนตรี กษัตริย์หนุ่มเลือกฉลองพระองค์เป็นดวงอาทิตย์ สร้างความประทับใจและได้รับการชื่มชมจากผู้ร่วมงานอย่างคับคั่ง เป็นที่พอพระทัยของพระองค์อย่างมาก ขณะนั้นความรู้เกี่ยวกับระบบสุริยจักรวาลที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางได้แพร่หลายในสังคมชาวยุโรปแล้ว ฉลองพระองค์ดวงอาทิตย์จึงเปรียบเหมือนการประกาศความยิ่งใหญ่ และการเป็นจุดศูนย์กลางของสรรพสิ่ง

แนวคิดประมุขแห่งของฝรั่งเศสและศูนย์กลางอำนาจของยุโรป ถูกเชื่อมโยงกับดวงอาทิตย์อย่างหนักแน่นขึ้นเรื่อย ๆ พระองค์ทรงใช้ดวงอาทิตย์เป็นตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และได้รับสมญานามว่า “สุริยกษัตริย์” (Sun King)

ค.ศ. 1683 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงย้ายพระราชวังหลวงจาก ลูฟร์ (Louve) ในกรุงปารีสไปยัง แวร์ซาย (Versailles) ซึ่งห่างออกไปนอกเมืองราว 24 กิโลเมตร แวร์ซายถูกสร้างให้เป็นพระราชวังหรูหราใหญ่โต กินพื้นที่กว่า 2,000 เอเคอร์ มีสวนขนาดใหญ่ ท้องพระโรง และห้องหับต่าง ๆ รวมกว่า 700 ห้อง แน่นอนว่าต้องประดับประดาด้วยรูปดวงอาทิตย์ สัญลักษณ์ของพระองค์ แวร์ซายยังประดับภาพจิตรกรรม งานประติมากรรม งานลายเส้น งานแกะสลัก รวมกว่าหมื่นผลงาน

งบประมาณแผ่นดินกว่า 1 ใน 5 ของฝรั่งเศสถูกนำมารังสรรค์ความอลังการของ พระราชวังแวร์ซาย ยังไม่รวมค่าบำรุง และรายจ่ายสำหรับผู้รับใช้อีก 2,000-3,000 คน

เหตุผลหนึ่งของการย้ายมามาประทับที่แวร์ซายของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพราะมีความกังวลถึงสวัสดิภาพของพระองค์เอง ตั้งแต่เหตุการณ์ กบฏฟรองด์ (Froude) ช่วง ค.ศ. 1648-1653 ขณะทรงพระเยาว์แล้ว ทรงไม่วางพระทัยบรรดาขุนนาง และพยายามจะลดทอนอำนาจชนชั้นสูงเหล่านี้ จนไม่สามารถคุกคามพระองค์ได้อีก นโยบายแรก ๆ คือ การเพิ่มตำแหน่งขุนนางให้มีจำนวนมากขึ้น แต่ลดทอนศักดิ์ศรี และอิทธิพลของพวกเขาลง

ทรงแต่งตั้งขุนนางกลุ่มใหม่จากชนชั้นกลางมาช่วยดูแลงานราชการ เรียกว่า Noble of the Robe ส่วนขุนนางเก่าแก่หรือกลุ่ม Noble of the Sword ที่สืบเชื้อสายผู้ครองแคว้นน้อยใหญ่ในฝรั่งเศสถูกเรียกตัวมารับใช้ใกล้ชิดที่ พระราชวังแวร์ซาย เพื่อสะดวกในการสอดส่อง และควบคุมพฤติกรรม ที่อาจนำไปสู่การต่อต้านพระราชอำนาจของพระองค์นั่นเอง

แฟชั่น ความฟุ่มเฟือย และเกมการเมืองในแวร์ซาย

เมื่อขุนนางระดับสูงต้องย้ายนิวาสสถานมาอยู่ใน พระราชวังแวร์ซาย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงจัดให้มีงานรื่นเริงตลอด จุดประสงค์คือเบนความสนใจทางการเมืองให้กลายเป็นการแข่งขัน เพื่อใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยของขุนนางแทน แฟชั่นและการแต่งกายถูกให้ความสำคัญสูงมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ยุโรป เพราะไม่มีขุนนางคนใดอยากดูด้อยหรือโดดเด่นน้อยไปกว่ากันในงานเลี้ยงของพระเจ้าแผ่นดิน

พระองค์ยังมีพระราชนิยมแฟชั่นที่หรูหรา ทรงมีพระประสงค์ให้ขุนนางทั้งหลายแสดงความ “โก้หร่าน” (Spruce) ให้สมกับที่เป็นข้าแผ่นดินของพระองค์ ยิ่งมีคณะทูตจากต่างประเทศมาเข้าเฝ้า ระดับความหรูหราทางแฟชั่นการแต่งกายยิ่งถูกชูให้โอ่อ่าที่สุด เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส จนเกิดธรรมเนียม “ชุด” สำหรับงานและโอกาสที่ต่างกันขึ้นมาในหมู่ชนชั้นสูง

ธรรมเนียมดังกล่าวนำไปสู่การประชันทางแฟชั่นการแต่งกายของขุนนาง ผู้ใดที่แต่งกายโดดเด่นและเหมาะสมถึงขั้นรับคำชมเชยจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้นั้นจะกลายเป็นที่ชื่นชมในหมู่ชนชั้นสูงด้วย แต่หากบกพร่องก็จะกลายเป็นที่ครหาในสังคมชนชั้นสูงได้เช่นกัน

เพื่อแลกกับการเป็นที่สนพระทัยของกษัตริย์ ขุนนางจำนวนไม่น้อยยอมจ่ายเงินจำนวนมากจนเป็นหนี้สินเพื่อให้ได้มาซึ่งเครื่องแต่งกายสูงค่า และดูเหมือนว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อยู่ไม่น้อย เพราะเมื่อขุนนางเป็นหนี้ ต้นทุนใด ๆ ที่จะสร้างภัยคุกคามต่อพระราชอำนาจของพระองค์ย่อมมลายหายไปด้วย

นอกจากการมอมเมาด้วยงานเลี้ยงและแฟชั่นแล้ว ราชสำนักแวร์ซายยังเป็นเวทีประชันปฏิภาณไหวพริบของเหล่าขุนนาง ซึ่งล้วนเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น สิทธิ์ในการสนทนากับกษัตริย์ ต้องให้พระองค์ตรัสด้วยก่อน ผู้นั้นจึงพูดโต้ตอบได้ ขุนนางจึงต้องเสนอ (หน้า) ตัวทุกวิถีทางให้กษัตริย์สังเกตเห็นและจดจำได้เพื่อโอกาสในการได้สนทนากับพระองค์

มีธรรมเนียมการเข้าเฝ้ายามใกล้ตื่นบรรทมของกษัตริย์ และการช่วยหยิบพระภูษา (เครื่องแต่งกาย) สำหรับฉลองพระองค์ เหล่านี้เป็นหน้าที่ของมหาดเล็ก แต่กิจกรรมดังกล่าวกลับกลายเป็นเกมการเมืองช่วงชิงความพอพระทัยจากกษัตริย์ ขุนนางบางส่วนต้องจ่ายทรัพย์จำนวนหนึ่งเพื่อสิทธิ์ในการเข้าเฝ้ายามตื่นบรรทมด้วย สภาวการณ์เหล่านี้ทำให้ขุนนางฝรั่งเศสมัววุ่นวายอยู่กับการไขว่ขว้าโอกาสรับใช้สุริยกษัตริย์อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นเกียรติยศต่อวงศ์ตระกูลของพวกเขา

ขณะที่ พระราชวังแวร์ซาย ทำหน้าทั้งเป็นที่ประทับของกษัตริย์ และขุนนางชนชั้นสูง พระราชวังนี้ยังเป็นเสมือนภาพแทนความหรูหราของศิลปะแบบบาโรก (Baroque) สมบัติและวัฒนธรรมความเป็นฝรั่งเศส ความอลังการของตัวอาคารเป็นแม่แบบสำหรับการสร้างพระราชวัง และคฤหาสน์ ของบรรดาสมาชิกราชวงศ์ต่าง ๆ และขุนนางทั้งในและนอกฝรั่งเศส สวน น้ำพุ ป่าไม้ และลำธาร ภายในเขตพระราชวังล้วนส่งเสริมให้แวร์ซายเป็นเมืองสวรรค์ของผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยี่ยมเยือน

แต่การที่ราชสำนักฝรั่งเศสลงทุนกับความฟุมเฟือยสูงมาก งานเลี้ยงที่จัดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้ผู้คนในแวร์ซายตัดขาดจากโลกภายนอก กล่าวได้ว่า แม้แวร์ซายจะบรรลุพระประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพื่อควบคุมพฤติกรรมขุนนางให้เป็น “สัตว์เลี้ยงในบ้าน” (Domesticated) ของพระองค์ ขณะเดียวกัน มันคือกำแพงปิดกั้นชนชั้นสูงออกจากประชาชนชาวฝรั่งเศส ตัดขาดการรับรู้ และตระหนักถึงความแร้นแค้นของประชาชน ก่อนกลายเป็นระเบิดเวลาที่รุนแรงในเหตุการณ์ปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์บูร์บงในเวลาต่อมา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

จักรทอง อุบลสูตรวานิช, PYMK EP44 : ‘หลุยส์ที่ 14 เกมหลังวังแวร์ซาย จุดเริ่มต้นของจุดจบราชวงศ์บูร์บง’

Kimberly Chrisman-Campbell, The Atlantic : The King of Couture How Louis XIV invented fashion as we know it

Philippe Erlanger, Britannica : Louis XIV king of France

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 ตุลาคม 2565

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...