โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Quiet Quitting คืออะไร ทำไมคนรุ่นใหม่ ไม่เชื่อว่า "ทำงานหนักแล้วจะได้ดี"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 มี.ค. 2566 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2566 เวลา 06.35 น.

ทำความรู้จัก Quiet Quitting คำศัพท์ใหม่ กับความเชื่อ “ทำงานหนักแล้วจะได้ดี” ที่คนรุ่นใหม่ไม่เชื่ออีกแล้ว

โลกของการทำงานยุคปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่า เปลี่ยนแปลงไปเยอะกว่าเมื่อก่อน ทั้งภาระงานที่เพิ่มขึ้น และความเครียด ความกดดันที่เพิ่มขึ้นจากการแข่งกับเวลาและสภาวะรอบตัว สิ่งเหล่านี้ย่อมสามารถสะสมและทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและปัญหาสุขภาพได้ โดยเฉพาะเหล่าคนทำงานรุ่นใหม่ ที่เจอกับการทำงานหนักจนเลิกความคิดที่จะทำงานหนักแล้วได้ดี แล้วเปลี่ยนเป็นทำงานตามหน้าที่แทน

จากปรากฏการณ์นี้ กลายมาเป็นคำศัพท์ใหม่ว่า “Quiet Quitting” ซึ่งไม่ได้แปลว่าการลาออกโดยทีเดียว และไม่ได้แปลว่า “ลาออกแบบเงียบ ๆ” แต่หมายถึงการล้มเลิกความคิดทะเยอทะยาน ทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะเติบโตในอาชีพแบบคนสมัยก่อนแล้ว

โดยคนที่อยู่ในภาวะ Quiet Quitting ยังทำงานเก่ง มีความสามารถที่ดีเหมือนเดิม แต่เลิกที่จะทุ่มเทเพื่อองค์กร แล้วเลือกที่จะทำงานตามหน้าที่ ทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

จุดเริ่มต้นปรากฏการณ์ Quiet Quitting

Quiet Quitting เป็นที่พูดถึงบนโลกออนไลน์ครั้งแรก ๆ โดยผู้ใช้ TikTok ที่ชื่อ @zaidleppelin ซึ่งโพสต์คลิปเล่าเกี่ยวกับปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นเวลา 17 วินาที ปัจจุบันมีผู้ชมแล้วกว่า 3.4 ล้านครั้ง (ณ วันที่ 26 ส.ค. 2565) และผู้ชมเข้ามาแชร์ความคิดเห็นและประสบการณ์เป็นจำนวนมาก รวมถึงผู้ใช้ TikTok คนอื่น ๆ ได้แชร์เรื่องราวผ่านแฮชแท็ก #QuietQuitting

Kathy Kacher ผู้ก่อตั้ง Career/Life Alliance Services ให้สัมภาษณ์กับ The Washington Post ว่า Quiet Quitting เป็นคำศัพท์ใหม่ก็จริง แต่เป็นคำใหม่ที่บอกเล่าแนวคิดเดิมที่ว่า “พนักงานขาดการมีส่วนร่วมในงาน” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ถัดจากภาวะ Great Resignation เมื่อปลายปี 2564 ที่มีพนักงานลาออกเฉลี่ยเดือนละ 4 ล้านคน จากการถูกเรียกกลับเข้าออฟฟิศ รวมถึงปัญหาความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่คล้ายกัน คือ Lying Flat ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ Quiet Quitting ที่คนชนชั้นกลางในจีนเจอสารพัดปัญหาเศรษฐกิจ ชีวิตส่วนตัวรุมเร้า จนหมดความทะเยอทะยานที่จะเติบโต มีชีวิตที่ดี มีฐานะทางสังคมที่สูงขึ้นกว่าเมื่อก่อน

นายจ้างและคนทำงาน จะจัดการปัญหานี้ได้อย่างไร ?

การเลือกทำงานเท่าที่จำเป็น แม้จะเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของเรา แต่บางสถานการณ์ก็ทำให้จำใจต้องจัดการงานนั้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วคนทำงานและนายจ้าง จะจัดการและป้องกันปัญหานี้ได้อย่างไร ?

มุมของคนทำงาน วิธีการจัดการที่ง่ายที่สุด คือ การจัดลำดับความสำคัญและบริหารจัดการงานในมือ เพราะการไม่ประเมินและจัดลำดับความสำคัญ อาจทำให้เกิดปัญหากับการทำงานและการจัดการงานได้ สิ่งนี้สามารถทำได้หลายทาง ตั้งแต่การจัดลำดับความด่วนของงานในมือ พักผ่อนเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้า ปฏิเสธเมื่อรู้สึกจัดการงานดังกล่าวไม่ไหว และขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานเมื่อเกิดปัญหา

ขณะที่หัวหน้างานเอง อาจต้องเข้าไปสอบถามคนทำงานบ่อย ๆ ว่าเป็นอย่างไร มีอะไรที่อยากให้องค์กรช่วยเหลือ รวมถึงสังเกตการเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในอนาคต หรือหากพนักงานมีปัญหาอะไร ต้องไม่ปิดกั้นที่จะให้พนักงานเข้ามาเล่าเรื่องราวให้ฟังด้วยตนเอง

สุดท้ายแล้ว ปัญหา Quiet Quitting จะคลี่คลายลงได้ ต้องมาจากการร่วมกันหาทางออก เพื่อให้คนทำงานยังทำงานต่อได้อย่างมีความสุข และบริษัทยังสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างไม่สะดุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...