โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บ้านชายคลองโฮมสเตย์” ที่พักกลางสวนปาล์ม ริมแม่น้ำตรัง อิ่มอร่อยกับกุ้งแม่น้ำตัวโต ชมวิถีริมฝั่งคลอง

77kaoded

เผยแพร่ 09 ต.ค. 2565 เวลา 01.47 น. • 77 ข่าวเด็ด

ตรัง หนุ่มเกษตรกรสวนยางสวนปาล์มน้ำมัน เปิดโฮมสเตย์ในสวนปาล์มน้ำมัน ริมแม่น้ำตรัง บนพื้นที่ 7 ไร่ ดึงดูดนทท.สัมผัสวิถีชุมชนย่านซื่อ พร้อมชมป่าจาก ชิมกุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตรังเนื้อแน่น ๆ วัตถุดิบจากธรรมชาติ ดื่มด่ำกับเมนูพื้นบ้าน ประมงจังหวัดตรังโชว์ตกกุ้งแม่น้ำ กุ้งก้ามกรามตัวใหญ่

วันที่ 8 ตุลาคม 2565 ที่บ้านชายคลองโฮมสเตย์ by สายชล ตรัง ในพื้นที่ ม.1 ต.ย่านซื่อ อ.กันตัง จ.ตรัง นายสายชล เสาะซิ้ว อายุ 47 ปี เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันและสวนยางพารา ใช้พื้นที่ในสวนปาล์มน้ำมัน จำนวน 7 ไร่ เปิดโฮมสเตย์ พร้อมนำนักท่องเที่ยวล่องเรือชมป่าจาก วัตถุดิบของดีของเด่นเมืองกันตัง และปล่อยลูกพันธุ์กุ้งแม่น้ำ ดื่มด่ำกับเมนูพื้นบ้าน โดยก่อนเดิน ทางไปล่องเรือได้ให้เด็กนำทางด้วยของเล่นโบราณรถไม้ ม้าก้านจาก ไปยังจุดลงเรือ ซึ่งนั่งเรือชมสองฝั่งแม่น้ำป่าจากและต้นลำพู ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร จากนั้นได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำปลากด พันธุ์กุ้งแม่น้ำ จำนวน 5 แสนตัว ที่บริเวณน้ำกล่อย และล่องเรือไปชมวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน กำลังตกกุ้งแม่น้ำบริเวณริมแม่น้ำตรัง ซึ่งเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ โดยทางด้านนายณัฐรัฐ พรเดชอนันต์ ประมงจังหวัดตรัง ร่วมเย่อไอ้โต้ตกกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ ในแม่น้ำตรัง และร่วมรับประทานอาหารพื้นบ้าน พร้อมเมนูเด็ดกุ้งก้ามกรามเสิร์ฟแบบไม่อั้น และยัวมีกิจกรรมเสวนา “กุ้ง-แม่น้ำ-คน-นา-ป่าจาก” หากนักท่องเที่ยวสนใจติดต่อ 099-536-5654, 088-753-8790 หรือเพจเฟสบุ๊คชื่อ "บ้านชายคลองโฮมสเตย์ by สายชล"

นายสายชล เสาะซิ้ว บอกว่า ตนวางแผนทำโครงการนี้ มา 13 ปีเมื่อมีโอกาส ก็ทำโฮมสเตย์ในสวนปาล์มน้ำมัน มีลักษณะเป็นๆเต็นท์ 7 หลัง มีห้องพักบนบ้านไม้เก่า 2 ห้องนอน ซึ่งจุดเด่นของโฮมสเตย์ที่นี่คือได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติและชุมชน วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำตรัง หรือที่คนตรังเรียกว่า "คลองย่านซื่อ" โดยชาวบ้านริมฝั่งคลองประกอบอาชีพ ทำใบจากและผลิตภัณฑ์จากก้านจาก ตกกุ้งแม่น้ำและทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งคนที่มาเที่ยวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน เช่น ล่องเรือ ตกกุ้ง และปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตชุมชน จะให้ชาวบ้านในชุมชนมีส่วนร่วม เช่นตกกุ้งแม่น้ำมาขายให้กับรีสอร์ทหรือเป็นเรือนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว โดยการมาพักที่นี่จะมีค่าใช้จ่าย คนละ 1,500 บาทต่อคืน ซึ่งราคานี้ จะรวมอาหาร 2 มื้อ โดยอาหารจะเน้นอาหารวัตถุดิบจากชุมชนเช่น ต้มกะทิยอดปิไห แกงส้มปลากด แกงส้มปลากระพง น้ำพริก เคยฉลู ผักพื้นบ้าน และยังเสิร์ฟกุ้งแม่น้ำให้ทุกคนได้กินกัน รวมทั้งทำกิจกรรมปล่อยกุ้งแม่น้ำพันธุ์กุ้งแม่น้ำ ส่งคืนแม่น้ำตรัง

ทั้งนี้ตนได้นำความรู้การเพาะกุ้งมาใช้ เนื่องจากตนจบคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ เริ่มจากการรับซื้อกุ้งไข่จากชาวบ้าน มาเพาะเลี้ยงจนเป็นพันธุ์กุ้ง อนุบาลให้แข็งแรง และนำๆปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เสมือนเป็นธนาคารกุ้งแม่น้ำของชาวชุมชนย่านซื่อ และกิจกรรมนี้เป็นโครงการฟื้นฟูกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำตรัง เป็นการเพิ่มจำนวนประชากร เพราะบางครั้งที่ชาวบ้านตกกุ้งแม่น้ำขึ้นมาก็จะมีตัวที่มีไข่ขึ้นมาด้วยเป็นการตัดทอนประชากรกุ้ง กุ้งแม่น้ำเป็นกุ้งธรรมชาติที่โตในน้ำจืด แต่วางไข่,ฟักตัวจะต้องไปน้ำเค็ม ก็ต้องเดินทางจากน้ำจืดไปน้ำเค็ม แต่ระหว่างทางอาจโดนจับ ก็ทำให้ประชากรกุ้งหมดลงได้ จึงคิดโครงการนี้ขึ้นมา โดยการรับซื้อกุ้งไข่จากชาวบ้านมาฟักให้เป็นตัวก่อนแล้วนำไปปล่อยคืนธรรมชาติ

นายเอกสิทธิ์ วงศ์เทพวาณิชย์ ลูกค้าที่มาเที่ยว บอกว่า จากที่ได้มาเยี่ยมชมก็นับว่าเป็นความแปลกอย่างนึง ที่ตรังยังไม่เคยมีโฮมสเตย์ที่อยู่ท่ามกลางสวนปาล์มน้ำมันและป่าจาก และยังมีกิจกรรมที่ปล่อยพันธุ์กุ้ง เนื่องจากเจ้าของโฮมสเตย์เห็นความสำคัญของกุ้งแม่น้ำตรัง เป็นพันธุ์ที่ดีมีรสชาติอร่อย แต่ว่าปัญหาก็คือมีการจับอย่างเดียวแต่ไม่ได้มีการเพาะพันธุ์ขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น ดังนั้นทางเจ้าของโฮมสเตย์ก็เลยคิดว่า น่าจะมีการเพาะพันธุ์ลูกกุ้ง เมื่อเรามาเที่ยวมากิน มานอน ได้มีกิจกรรมล่องเรือปล่อยกุ้งด้วย ซึ่งตนเองก็เพิ่งมาครั้งนี้เป็นครั้งแรก สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ไม่ไกลเมืองมากนัก ระยะทางจากตัวเมืองมาถึงที่นี่ประมาณ 20 กิโลเมตรได้ บรรยากาศโดยรวมดีและรู้สึกมีความสุขที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตกับชาวบ้าน ซึ่งวันนี้ทุกคนก็ให้ความสนใจเยอะ อาจจะถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ละแวกนี้ด้วย ซึ่งยังนำวัสดุจากต้นจากที่เป็นของดีจากเมืองกันตัง มาให้ได้ชิมน้ำตาลจากด้วย และจะได้ต่อยอดเพิ่มเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ในชุมชนด้วย นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยในเรื่องการบริหารจัดการขยะในละแวกนี้ด้วย ซึ่งเท่าที่ฟังก็น่าจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่และเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและคนในสังคม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...