โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตชด.เขมร เหิม ขนอาวุธเข้าไล่ยิงชาวบ้านในเขตไทย นอภ.ลุยตรวจสอบข้อเท็จจริง

Khaosod

อัพเดต 15 ม.ค. 2566 เวลา 05.46 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2566 เวลา 04.45 น.

สระแก้ว ตชด.911 กัมพูชา เหิมเกริมนำอาวุธสงคราม ไล่ยิงชาวบ้านในเขตไทย นอภ.อรัญประเทศ ลุยบุกเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง สั่งห้ามชาวบ้านเข้าทำประโยชน์

15 ม.ค. 66 - จากกรณี ชาวบ้านป่าไร่ใหม่ ม.8 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เข้าแจ้งความ สภ.คลองลึก ถูก ตชด.911 ของกัมพูชา พร้อมพวก 9 คน นำกำลังบุกข้ามเส้น MOU เข้ามาฝั่งประเทศไทย ใช้ปืนสงคราม ล้อมชาวบ้าน ยิงปืนใส่ ก่อนยึดเลื่อยยนต์หนีข้ามกลับไปฝั่งกัมพูชา

ล่าสุด นายจักรพงษ์ พันธุ์โชติ นายอำเภออรัญประเทศ พร้อม นายธีรวุฒิ เด็นหมาด ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง ร่วมกับ ชค.ทพ.13 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับรายงานว่า นายสมชาย ทิศกระโทก ชาวบ้านป่าไร่ พร้อมพวกจำนวน 5 คน ได้นำเลื่อยโซ่ยนต์เข้าไปทำงานในแปลงที่ดินใบจอง ของนางกันจณา สามล ซึ่งติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ขณะนั้นได้มีกองกำลังต่างชาติกัมพูชา คือหน่วย ตชด. 911 จำนวน 9 นาย พร้อมอาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดและขนาด บุกเข้ามาในที่ดินดังกล่าวที่ นายสมชาย พร้อมพวกกำลังทำงานอยู่ และพยายามจับกุมตัว โดยได้ยิงปืนเข้ามาในพื้นที่จำนวน 3 นัด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

นายสมชาย พร้อมพวก ต่างพากันวิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ หลังจากนั้น จึงได้ไปแจ้งนายสุพจน์ เขียนโพธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ และได้นำ ชุดชรบ. จำนวน 5 นาย พร้อมอาวุธปืนเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อตรวจสอบและปกป้องลูกบ้าน แต่ไม่มีการปะทะระหว่างกัน

นายสุพจน์ กล่าวต่ออีกว่า กลุ่มตชด.กลุ่มดังกล่าวนี้ เคยลุกล้ำข้ามเขตแดนเข้ามาในปี 2543 และยังมาขับไล่ชาวบ้านหลายครั้ง โดยอ้างว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ทับซ้อนของประเทศกัมพูชาและมีเขตแดนมาถึงบริเวณริมถนนศรีเพ็ญด้วย

หลังจากทราบข้อเท็จจริง นายจักรพงษ์ พันธุ์โชติ นายอำเภออรัญประเทศ พร้อมด้วย นายธีรวุฒิ เด็นหมาด ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชค.ทพ.13 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที

นายอำเภออรัญประเทศจึงได้สอบถามเหตุผลของชาวบ้านที่ได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว เพราะก่อนหน้าที่ได้ตกลงกันว่า ห้ามมิให้นำเครื่องยนต์หรือเลื่อยโซ่ยนต์ทุกชนิดเข้าไปในพื้นที่ แต่ชาวบ้านต่างให้เหตุผลว่า วันที่ 10 ก.พ. 66 ที่จะถึงนี้ เจ้าหน้าที่ที่ดินได้นัดจะเข้ามารังวัดสอบเขตออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่ชาวบ้าน แต่ในพื้นที่นั้น ต้องใช้ประโยชน์ไปแล้ว 3 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมด มิเช่นนั้นจะไม่สามารถออกรังวัดให้ได้ จึงส่งผลให้ชาวบ้านต่างพากันเข้ามาทำการเกษตรและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

นายอำเภออรัญประเทศ กล่าวพร้อมแจ้งชาวบ้านขอความร่วมมือกับพี่น้องชาวบ้าน ห้ามมิให้ดำเนินการใดๆ หรือห้ามนำเครื่องยนต์ทุกชนิดเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ จนกว่าจะมีการออกตรวจสอบแนวเขตรังวัด เขตแดนที่ดินไทย-กัมพูชา แบ่งเขตแดนให้ชัดเจนเสียก่อน ทั้งนี้ชาวบ้านได้ให้ความร่วมมือและตกลงจะหยุดการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จนกว่าจะมีการสอบแนวเขตรังวัดที่ดินไทย-กัมพูชา ตามสัญญา MOU ให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยเสียก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...