โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ขานรับมืดฟ้ามัวดิน LTV 100% แบงก์ชาติคืนความสุขกำลังซื้อบ้าน-คอนโดฯ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ต.ค. 2564 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2564 เวลา 02.00 น.

ดีใจจนออกนอกหน้า คำอธิบายบรรยากาศตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาส 4/64 หลังจากแบงก์ชาติผ่อนปรน LTV 100%

ในทางปฏิบัติ ข้อเรียกร้องของดีเวลอปเปอร์ขอให้ “ธปท.-ธนาคารแห่งประเทศไทย” งดหรือชะลอการบังคับใช้ LTV มีมาตั้งแต่ก่อนจะเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ด้วยซ้ำไป เพิ่งมาประสบความสำเร็จแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หลังจากรอมานาน 10 ไตรมาสกับ 3 สัปดาห์

จนกระทั่งวันที่ 21 ตุลาคม 2564 แบงก์ชาติประกาศ “ผ่อนปรน-ปลดล็อก-ปล่อยผี” (แล้วแต่มุมมอง) มาตรการ LTV 100% ดังกล่าว

ปลดล็อก LTV 100% ทุกราคา

ทั้งนี้ กรอบมาตรการ LTV จากเดิมการกู้เงินซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมหลังแรก เกณฑ์ LTV แบงก์เอกชนปล่อยกู้ซื้อคอนโดฯได้ 90% เงินกู้บ้านปล่อยได้ 95% หมายความว่าส่วนต่างที่ขาด 5-10% จะต้องเป็นเงินดาวน์โดยอัตโนมัติ

อธิบายภาษาชาวบ้าน เกณฑ์ LTV ถ้าปล่อยกู้ไม่เต็ม 100% ของราคาที่อยู่อาศัย ส่วนต่างที่เหลือจะถูกบังคับให้ผู้ซื้อต้องจ่ายเงินดาวน์ โดยเงินกู้ซื้อหลังแรกถูกบังคับเงินดาวน์ 5-10%, คนเดียวกันขอเงินกู้ซื้อหลังที่ 2 ถูกบังคับเงินดาวน์ 20% และซื้อหลังที่ 3 ต้องวางดาวน์ 30%

ล่าสุดนับจากวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ลากยาวไปอีก 14 เดือน แบงก์ชาติมีการผ่อนคลาย LTV เป็นการชั่วคราวจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2565 เงินกู้ซื้อบ้าน-คอนโดฯ แบงก์เอกชนสามารถปล่อยได้ 100% (ไม่ต้องวางเงินดาวน์) สำหรับการซื้อบ้านหลังที่ 1-2-3

ขณะที่การซื้อหลังที่ 1 มีมาตรการ on top กู้เพิ่มได้อีก 10% รวมเป็น 110% สำหรับนำไปซื้อเฟอร์นิเจอร์-ต่อเติม-ตกแต่งเพิ่มเติม

เซอร์ไพรส์ที่มากไปกว่านั้น ข้อเรียกร้องหลักของดีเวลอปเปอร์คือ ขอให้แบงก์ชาติชะลอเกณฑ์ LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ปรากฏว่า “ให้เกินกว่าที่ขอ” เพราะแจกรัว ๆ ไปยังอสังหาฯเกิน 10 ล้านบาท ก็ได้รับอานิสงส์ด้วย

จังหวะมาลงล็อกจากนโยบายเปิดประเทศ รัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ ในขณะที่ภาคธุรกิจอสังหาฯและธุรกิจเกี่ยวเนื่องมีสัดส่วน 9.8% ของจีดีพีประเทศ ประกอบกับโมเดลในต่างประเทศมีการผ่อนคลาย LTV เพื่อเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ

อาทิ นิวซีแลนด์ ที่นำร่องปลดล็อกตั้งแต่ปี 2563-เมษายน 2564, อินโดนีเซียปลดล็อก 9 เดือนตั้งแต่มีนาคม-ธันวาคม 2564, อินเดียเริ่มปลดล็อกตั้งแต่โควิดระบาดหนักเมื่อเดือนตุลาคม 2563-มีนาคม 2565

และมีอย่างน้อย 2 ประเทศที่กำหนดวันเริ่ม แต่ไม่กำหนดวันหมดอายุมาตรการปลดล็อก LTV ประกอบด้วย สาธารณรัฐเช็ก ปลดล็อกตั้งแต่กรกฎาคม 2563 และฮ่องกงที่ปลดล็อกตั้งแต่สิงหาคม 2563

สำหรับประเทศไทย ย้ำชัด ๆ อีกครั้งว่าผ่อนคลายชั่วคราว มีผลทันที 21 ตุลาคม 2564-31 ธันวาคม 2565

บ้านหลัง 2-ผู้กู้ร่วมเฮทั้งแผ่นดิน

“ประชาชาติธุรกิจ” จับคู่สนทนากับกูรูวงการอสังหาริมทรัพย์ในฐานะดาต้าเบสเคลื่อนที่ คนหนึ่งเป็นผู้บริหารคลังข้อมูลอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ อีกคนหนึ่งเป็น “มิสเตอร์ดาต้าเบส” ที่มีประสบการณ์ตรงจากภาคสนามตลอดชีวิตของการเป็นดีเวลอปเปอร์

คนแรก “พี่อ๋อย-อิสระ บุญยัง” ประธานกรรมการ กานดา พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ป นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร วันนี้เปิดตัวในบทบาทประธานคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มือทำเปเปอร์อธิบายหลักการและเหตุผลเพื่อขอให้แบงก์ชาติชะลอการบังคับใช้ LTV ออกไปก่อน

“ที่ผ่านมาทางหอการค้าฯและสมาคมทำหนังสืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการประสานที่ดีจาก ดร.ดอน (นาครทรรพ) ด้วย ก็ต้องถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ความอนุเคราะห์ในการผ่อนปรน …และผ่อนปรนมากกว่าที่ขอไปด้วย”

โดยข้อเสนอของ 3 สมาคมวงการอสังหาฯ (สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย) และสภาหอการค้าฯตั้งความหวังในส่วนของสินค้าที่มีความจำเป็นเพื่อการอยู่อาศัย เป็นสินค้าสำหรับลูกค้าเรียลดีมานด์ที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท

ดังนั้น แบงก์ชาติผ่อนปรนชั่วคราว 14 เดือนเศษ แถมให้ทุกราคาไม่มีเส้นแบ่ง 10 ล้านบาท ดีเวลอปเปอร์จึงมีแต่คำว่า “ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ” (Thank you three times)

“อิสระ” ระบุว่า สาระสำคัญในเปเปอร์ที่ส่งตรงถึงแบงก์ชาติ ผู้ประกอบการพบว่า 1.คนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 บางทีก็เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เช่น ซื้อคอนโดฯราคา 2 ล้านบาท เพื่อพักอาศัยเพราะทำงานในเมือง หรือซื้อบ้าน 3-4 ล้านบาท เพราะต้องทำงานข้ามจังหวัด

2.LTV 100% จะทำให้ผู้กู้หลักหา “ผู้กู้ร่วม” ง่ายขึ้น ประเด็นนี้้ต้องขีดเส้นใต้ 3 เส้น เพื่อย้ำถึงความสำคัญ ซึ่ง LTV มีผลกระทบกับการขอเงินกู้ซื้อบ้านแนวราบ (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์) โดยมีการทำสำรวจผู้ทำสัญญาจองซื้อบ้านจัดสรรราคา 2-6 ล้านบาท จำนวน 900 กว่าราย

ปรากฏว่าขั้นตอนพรีแอปพรูฟไม่ผ่าน ถูกปฏิเสธสินเชื่อ+ยกเลิกการจองสูงถึง 42% เมื่อเอกซเรย์ลงลึกรายละเอียดพบว่า ใน 42% ปัญหาหลักมาจาก “ผู้กู้ร่วม” ปฏิเสธขอถอนตัวสูงถึง 23%

เหตุผลเพราะผู้กู้ร่วมมีข้อกังวลว่าถูกยืมชื่อไปกู้ร่วมซื้อบ้านหลังแรกให้คนอื่น แต่แบงก์เหมารวมว่าเป็นการซื้อหลังแรกไปแล้ว เวลาที่ผู้กู้ร่วมจะซื้อบ้านหลังแรกของตนเอง กลายเป็นว่าถูกนับเป็นบ้านหลังที่ 2 เงินดาวน์บ้านหลังแรก 5% จะเพิ่ม 4 เท่า กลายเป็นต้องวางดาวน์ 20%

เช่น จะซื้อบ้านราคา 5 ล้าน เกณฑ์ LTV หลังแรกดาวน์ 5%=2.5 แสนบาท แต่เกณฑ์ LTV หลังที่ 2 บังคับดาวน์ 20%=1 ล้านบาท ปิดโอกาสการซื้อบ้านหลังแรกของผู้กู้ร่วมอย่างสิ้นเชิง

นี่คือเหตุผลที่แบงก์ชาติผ่อนปรนให้กู้ 100% ได้ทั้งหลังที่ 1-2-3 หมายถึงบังคับเงินดาวน์ 0 บาท ทำให้ผู้ซื้อ-ผู้ขายต้องไหว้ย่อ พร้อมกล่าวคำขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ โดยพร้อมเพรียงกัน

ฟื้นยอดขาย 3-9.2 หมื่นล้าน

เบื้องหลังความสำเร็จก่อนจะผ่อนปรน LTV 100% งานวิจัยในนาม 3 สมาคมอสังหาฯ กับสภาหอการค้าฯ คาดการณ์ถึงผลกระทบเชิงบวกในการผ่อนคลาย LTV ซื้อบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 จะช่วยกระตุ้นการซื้อขายได้ 5-15% จากซัพพลายรวมในตลาด คิดเป็นมูลค่า 3-9.2 หมื่นล้านบาท (ดูกราฟิกประกอบ)

ดังนั้น เมื่อถามถึงอานิสงส์ที่ตลาดที่อยู่อาศัยจะได้รับจากเกณฑ์ LTV 100% มี 2 เรื่อง 1.ซัพพลายอาคารชุดที่มีสต๊อกตกค้างจำนวนมากจะถูกดูดซับได้เร็วขึ้น 2.สินค้าราคาเกิน 10 ล้านบาท จำนวนหน่วยในตลาดมีไม่มาก แต่มูลค่าสูงอย่างเห็นได้ชัดก็จะเป็นตัวช่วยให้กลุ่มกำลังซื้อระดับบนตัดสินใจเร็วขึ้น

“ขอบคุณแบงก์ชาติจริง ๆ คือเราก็มองว่าเป็นเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่ว่ามาแก้ไขภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเดียว ที่ขอไปก็มีเท่านี้เพราะเราก็เกรงว่าจะกลายเป็นว่าอสังหาฯ จะขอทุกอย่างเลยเหรอ… ก็เลยขอแค่ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท ที่เป็นสินค้าจำเป็น

แต่ผ่อนปรนให้ราคาเกิน 10 ล้านมาด้วย การกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้ก็เป็นผลดีที่ทำให้ buyer รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาของการผ่อนคลาย ทำให้คนที่มีกำลังซื้อ 10 ล้านบาทขึ้นไป ถูกกระตุ้นให้ออกมาจับจ่าย รวมทั้งผู้กู้ร่วมเขาก็ไม่กลัวที่จะเป็นสัญญาที่ 2”

แนะปลดล็อกลดค่าโอน-จำนอง

กูรูอีกราย “ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์” ผู้ตรวจการและรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. นำเสนอมุมมอง “มาตรการผ่อนคลายมาตรการ LTV กับความหวังจะช่วยฉุดเศรษฐกิจที่ติดหล่มให้ไปข้างหน้า” เมื่อ 25 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา

สรุปข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1.LTV 100% จะช่วยระบายสต๊อกที่อยู่อาศัยใหม่ที่เหลือขาย 283,500 หน่วย แบ่งเป็นยอดขายในปี 2564 เกิน 1 แสนหน่วย มูลค่าเกิน 5 แสนล้านบาท ยังไม่นับรวมบ้านมือสองที่มีซัพพลายรอซื้ออีก 1 แสนหน่วย

2.เสนอแนะให้ออกมาตรการคู่ขนาน ลดค่าโอน-จำนองให้กับธุรกรรมการโอนทุกราคาเช่นเดียวกับ LTV 100% 3.ตลาดมือสองก็ไม่ควรมองข้าม เฉลี่ยมีการประกาศขายเฉลี่ยเดือนละ 1.14 แสนหน่วย มูลค่า 8 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเมื่อขายมือสองแล้วจะไปซื้อบ้านใหม่ด้วย ทำให้เงินหมุนในระบบเศรษฐกิจหลายทอด

4.ความสำเร็จของมาตรการ LTV 100% อาจส่งผลบวกต่อตลาดอสังหาฯในช่วง 2 เดือนสุดท้ายไม่มากนัก แต่เป็นเงื่อนไขที่ดีเพราะมีอายุมาตรการถึงสิ้นปี 2565 ซึ่งจะเป็นตัวช่วยทำให้เศรษฐกิจภาพรวมฟื้นตัวได้ดีกว่าปี 2564 อย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...