โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทุน K-CHINA ลงทุนหุ้นจีนในกลุ่ม New Economy ที่เติบโตและมีคุณภาพ

BottomLiner - บทสรุปการลงทุน

อัพเดต 15 มิ.ย. 2565 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2565 เวลา 11.04 น.

บทความนี้เป็นตัวอย่างบทความ Exclusive รายละเอียดเพิ่มเติม

>>https://www.facebook.com/bottomlinerglobal/posts/5735976949750725

.

หลายคนที่ลงทุนในกองทุนรวมคงจะมีกองทุนหุ้นจีนอยู่ในพอร์อย่างน้อยสัก 1 กอง และส่วนใหญ่ก็น่าจะติดดอยอยู่แน่ๆ ไม่มากก็น้อย สาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศจีนที่คอยกดดันตลาดหุ้นจีน จึงทำให้ตลาดหุ้นจีนดิ่งลงหนักอย่างต่อเนื่อง

.

วันนี้เราเลยจะมาอัพเดตกองทุนหุ้นจีนชื่อดัง คือ กองทุน K-CHINA จาก บลจ.กสิกรไทย

.

กองทุน K-CHINA ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan Funds – China Fund เน้นลงทุนในหุ้นจีน All China ที่เติบโต คุณภาพสูง และอยู่ในกลุ่ม New Economy เช่น กลุ่มเทคโนโลยี ธุรกิจสุขภาพ สินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ กองทุนหลักบริหารพอร์ตการลงทุนแบบเชิงรุก เน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัว (Bottom-up) และ High Conviction

.

อัพเดตพอร์ตการลงทุนล่าสุด (31 มี.ค. 2565)

- ขายหุ้น Alibaba ออกจากพอร์ต สาเหตุจากบริษัทสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และโอกาสกลับมาเติบโตโดดเด่นเหมือนในอดีตค่อนข้างน้อย (เคยเป็นหุ้นใน Top 10 Holding ของกองทุนหลัก)

- ซื้อหุ้น JD เข้าพอร์ต ซึ่งเป็นบริษัท E-Commerce ที่มีการเติบโตของอัตราการทำกำไรที่ชัดเจน

- ลดน้ำหนักหุ้นกลุ่ม Healthcare เช่น ลดน้ำหนักหุ้น WuXi Biologics (หุ้นใน Top 10 Holding) กับ หุ้น Shenzhen Mindray และขายหุ้น Asynchem ออกจากพอร์ต

- เพิ่มน้ำหนักธุรกิจอสังหาฯ เนื่องจากรัฐบาลผ่อนคลายความเข้มงวดในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง และเห็นโอกาสการฟื้นตัวในอนาคต เช่น China Resources Mixc Lifestyle ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Property Management Services

.

มุมมองการลงทุนในอนาคต

ล่าสุดจีนผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เมืองปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ หลังคุมเข้มป้องกันโควิดกว่า 2 เดือน และอนุญาตให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนได้แล้ว ถือเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น พร้อมทั้งได้ออกมาตรการฟื้นฟูจากการปิดเมืองมานาน จึงมีโอกาสดึงดูดให้นักลงทุนกลับเข้ามาลงทุนหุ้นจีนได้อีกครั้ง

.

มาตรการช่วยเหลือที่หุ้นในกองทุน K-CHINA ได้ประโยชน์

- แจกเงินให้คนไปใช้ซื้อของออนไลน์ และใช้กับธุรกิจที่โดนสั่งปิดช่วงล็อคเมือง

- ลดดอกเบี้ยและผ่อนคลายให้เอกชนกู้ง่ายขึ้น

.

นอกจากนี้ รัฐบาลเริ่มส่งสัญญาณสนับสนุนกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตของ GDP ในปีนี้ รวมถึงยังส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น อุตสาหกรรม EV และชิพ เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าจากต่างประเทศตามแผน Made in China 2025 ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในพอร์ตกองทุนนี้ และส่งผลให้ภาพรวมของตลาดหุ้นจีนเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น

.

ในระยะยาวตามมุมมองของ BottomLiner เชื่อว่ารัฐบาลจีนจะไม่กล้าปิดเมืองแรงๆ อีกแล้วเพราะต้นทุนแพงเกินกว่าประโยชน์ที่ได้กลับมา โดยเฉพาะรอบนี้มีความไม่พอใจของประชาชนในหลายเมือง ทำให้ตลาดหุ้นจีนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่น เนื่องจากรัฐบาลกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจสวนทางกับต่างประเทศที่กำลังสู้ปัญหาเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ Valuation หุ้นจีนอยู่ในระดับต่ำ และตลาดได้สะท้อนปัจจัยลบไปมากพอสมควรแล้ว

.

ส่วนปัจจัยที่ยังต้องติดตามต่อ คือ การควบคุมโควิดในประเทศ การปรับเปลี่ยนหรือออกกฎหมายจัดระเบียบควบคุมบริษัทต่างๆ และปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ภาคเอกชนมีต้นทุนที่สูงขึ้น

.

สำหรับคนที่ลงทุนระยะยาวและรับความผันผวนในระยะสั้นได้ เรายังเชื่อว่าตลาดหุ้นจีนน่าสนใจในหลายๆแง่มุม จึงเหมาะจะมีติดพอร์ทไว้บ้าง

.

BottomLiner

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...