บุกจับขบวนการศูนย์เหรียญ ท่าเรือแหลมฉบัง นำเข้าขยะอันตราย
กรมโรงงานฯ บุกจับ “ #ขบวนการศูนย์เหรียญ ” ท่าเรือแหลมฉบัง ลักลอบนำเข้าเศษอลูมิเนียมปนเปื้อนขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งกลับประเทศต้นทางทันที
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมสั่งการให้เจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่คาดว่าอาจเป็นการนำเข้า #เศษอลูมิเนียมปนเปื้อนขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยร่วมกับชุดปฏิบัติการตรวจสุดซอยของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ #ทีมสุดซอย นำโดย นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวศิริลักษณ์ วิศวรุ่งโรจน์ อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี นายวุฒิ เร่งประดุงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง นายธนัญชัย วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบในครั้งนี้
จากการตรวจสอบพบตู้สินค้าจำนวน 6 ตู้ นำเข้าโดยบริษัทเอกชนรายหนึ่งในจังหวัดชลบุรี มีใบขนส่งสินค้าขาเข้าแสดงข้อมูลนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา สำแดงสินค้าเป็นเศษอลูมิเนียมผสมที่ยังไม่ได้คัดแยก (Mix Metal Scarp) น้ำหนักกว่า 118 ตัน
แต่เมื่อตรวจสอบปรากฏว่าสินค้าทุกตู้มีการปะปนเศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการปนเปื้อนโลหะหนัก #เข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย ภายใต้อนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด (Basel Convention on the Control of Transboundary Movements of Hazardous Wastes and Their Disposal) และเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes) ลำดับที่ 2.18 จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ และต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่อนุสัญญาบาเซลฯ กำหนด
อีกทั้ง การนำเข้าจากต่างประเทศมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานยังมีลักษณะขัดต่อประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดชนิดและแหล่งกำเนิดวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในโรงงาน พ.ศ. 2563 อีกด้วย
แม้บริษัทผู้นำเข้าจะอ้างว่าสินค้าดังกล่าวนำเข้ามาพักเพื่อเตรียมส่งออกไปประเทศจีนก็ตาม แต่เศษอลูมิเนียมปะปนเศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ถือเป็นการเคลื่อนย้ายข้ามแดนแบบผิดกฎหมาย ภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯ เนื่องจากยังไม่ได้รับความยินยอมจากประเทศปลายทาง จึงมอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมในฐานะหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Competent Authority) ตามอนุสัญญาบาเซลฯ ของราชอาณาจักรไทย แจ้งการกระทำความผิดและส่งคืน (Return Shipment) ตู้สินค้ากลับไปยังประเทศผู้ส่งออกต้นทาง ขณะเดียวกัน กรมศุลกากรก็จะดำเนินคดีกับบริษัทผู้นำเข้าและผลักดันตู้สินค้าดังกล่าวกลับประเทศต้นทางต่อไป
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลหาข้อเท็จจริงในทันทีโดยการลงพื้นที่ #ตรวจค้นบริษัทผู้นำเข้าสินค้าขยะของเสียอันตรายดังกล่าว ในตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) พบพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นอาคารโกดัง 2 หลัง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารโกดังเพิ่มอีก 2 หลัง ลักษณะเป็นคลังพักสินค้าจากต่างประเทศสำหรับรอส่งต่อไปยังประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา สินค้าส่วนใหญ่เป็นโลหะบรรจุในถุงบิ๊คแบ๊ครอการส่งออก
.
พื้นที่อีกส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งโรงงาน 6 หลัง ซึ่งพบว่ามีจำนวน 4 หลัง เป็นโรงงานที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ได้แก่ โรงงานหลอมโลหะ โรงงานทำยางแผ่น และโรงงานผลิตอลูมิเนียมระบายความร้อน เมื่อตรวจสอบเครื่องจักรแล้วพบว่ามีการติดตั้งเครื่องจักรเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต ส่วนโรงงานอีก 2 หลัง ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน พบการประกอบกิจการนำโลหะมาตัด คัดแยก และประกอบการฉีดพลาสติกขึ้นรูปบานพับ เข้าข่ายการตั้งและประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ ในกระบวนการผลิตยังมีการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ แล้วรอส่งออกไปต่างประเทศหรือส่งให้โรงงานอื่นที่อยู่ในเขตปลอดอากร ซึ่งนับเป็น #การประกอบกิจการศูนย์เหรียญ อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่จึงออกคำสั่งให้ #หยุดประกอบกิจการ ที่เป็นการฝ่าฝืนไม่ตรงตามเงื่อนไขการอนุญาต พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการนำเข้า/ครอบครองวัตถุอันตราย และกวาดล้างขบวนการเหล่านี้มาลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ที่มา
https://www.facebook.com/share/p/16Sg34ired/?mibextid=wwXIfr