โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PTT กำไร Q1/68 หมื่นลบ. ลดลง 19.5% ราคาน้ำมัน-ก๊าซฯชะลอ ฉุดรายได้ทุกธุรกิจ

efinanceThai

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 10.41 น.

PTT กำไร Q1/68 หมื่นลบ. ลดลง 19.5% ราคาน้ำมัน-ก๊าซฯชะลอ ฉุดรายได้ทุกธุรกิจ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 68 17:41 น.

PTT ประกาศกำไรไตรมาส 1/68 ที่ 2.33 หมื่นล้านบาท ลดลง 19.5% หลังราคาน้ำมัน-ก๊าซธรรมชาติ ลดลง ฉุดรายได้จากทุกธุรกิจ รวมถึงรับรู้ผลขาดทุนจากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 23,315.48 ล้านบาท ลดลง 19.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 28,967.50 ล้านบาท

บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายจํานวน 700,223 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน จํานวน 82,056 ล้านบาท หรือ 10.5% โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น จากราคาขายที่ลดลงตามราคานํ้ามันในตลาดโลก นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีรายได้จากการขายลดลงเช่นกัน โดยหลักจากธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ ที่ปริมาณขายเฉลี่ยปรับลดลงจากการที่ New shippers มีการนําเข้า LNG เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงตามราคา Pool Gas จากการรับรู้ผลกระทบของนโยบาย Single Pool ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ มีการปรับอัตราค่าบริการก๊าซฯ สําหรับผู้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซฯ ตามมติกกพ. ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2567 อีกทั้งราคาขายเฉลี่ยให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมปรับลดลงตามราคาอ้างอิง แม้ว่าในไตรมาส 1/67 จะมีการนําค่าปรับจากปริมาณที่ผู้ผลิตก๊าซฯส่งได้ไม่ถึงปริมาณตามสัญญา (Shortfall) ของแหล่งก๊าซฯ ในอ่าวไทยจํานวน 4,300 ล้านบาท มาคํานวณเป็นส่วนลดราคา Pool Gas ตามคําสั่ง กกพ.

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น จากปริมาณขายรวมที่ปรับเพิ่มขึ้นโดยหลักจากผลิตภัณฑ์ Ethane ภายหลังจากการปรับแผนการเดินเครื่องของโรงแยกก๊าซฯ (Optimization) แม้ว่าราคาขายโดยเฉลี่ยทรงตัว

บริษัทและบริษัทย่อยมีกําไรจากการดําเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) จํานวน 93,527 ล้านบาท ลดลง 25,190 ล้านบาท หรือ 21.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น โดยธุรกิจการกลั่นมีผลการดำเนินงานลดลงจาก จากกำไรขั้นต้นจากการกลั่น (Market GRM) ที่ลดลง ประกอบกับ Crude Premium ที่ปรับเพิ่มขึ้นประกอบกับมีกําไรสต๊อกนํ้ามันสุทธิกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือประมาณ 1,500 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาส 1/67 มีกําไรประมาณ 2,600 ล้านบาท

นอกจากนี้ ธุรกิจปิโตรเคมีมีผลการดําเนินงานลดลงโดยหลักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของกลุ่มอะโรเมติกส์ที่ปรับตัวลดลง อีกทั้งกลุ่มธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียมมีผลการดําเนินงานลดลงจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีผลการดําเนินงานลดลงเช่นกัน โดยหลักจากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ มีกําไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างมากจากผลกระทบของการเริ่มคํานวณต้นทุนราคาก๊าซฯ ด้วยนโยบาย Single Pool แม้ว่าปริมาณขายรวมปรับเพิ่มขึ้น ตามกล่าวข้างต้น ประกอบกับผลการดําเนินงานของบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจก๊าซฯ ปรับลดลง โดยหลักจาก PTTLNG เนื่องจากมีการลดสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการ LMPT2 เป็น 50% เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 67

ไตรมาส 1/68 ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่ายมีจํานวน 44,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 245 ล้านบาท หรือ 0.5% ใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อน

มีส่วนแบ่งกําไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมจํานวน 325 ล้านบาท กําไรเพิ่มขึ้น 360 ล้านบาท หรือมากกว่า 100% โดยหลักจากบริษัท พีอี แอลเอ็นจี จํากัด (PE LNG) ได้เปลี่ยนสถานะจากบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้า ขณะที่ผลการดําเนินงานของบริษัทร่วมในกลุ่มปิโตรเคมีและการกลั่นมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก UCHA ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของ IRPC จากการรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการด้อยค่า

มีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ 960 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 4,232 ล้านบาท หรือ 81.5% โดยหลักจากตราสารอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของ PTTT และ PTTT LDN มีผลกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 4,507 ล้านบาท กําไรเพิ่มขึ้น 13,029 ล้านบาท หรือมากกว่า 100% โดยหลักจากผลกําไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของเงินกู้ยืมสกุลเงินเหรียญสหรัฐ จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อ่อนค่า (ใน ไตรมาส 1/68 เงินบาทปิดแข็งค่า 0.06 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ไตรมาส 1/67 เงินบาทปิดอ่อนค่า 2.24บาทต่อเหรียญสหรัฐ)

ต้นทุนทางการเงิน มีจํานวน 10,985 ล้านบาท ลดลง 1,012 ล้านบาท หรือ 8.4% โดยหลักจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ระหว่างปี 67ของ ปตท. และ GC รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง นอกจากนี้มีการรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจํา (Non-recurring Items) สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นขาดทุนประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาส 1/67 รับรู้กําไรประมาณ 4,600 ล้านบาท

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...