“ผู้นำสูงสุดอิหร่าน” ขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากรัสเซีย หลังสหรัฐถล่ม
หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มโรงงานนิวเคลียร์ครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 40 ปี "อิหร่าน" เร่งกระชับสัมพันธ์รัสเซีย ส่ง รมว.ต่างประเทศเข้าพบปูติน ขอหนุนหนักรับมือวิกฤต
วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 15.52 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านส่งรัฐมนตรีต่างประเทศเดินทางไปกรุงมอสโก เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากรัสเซีย หลังจากที่สหรัฐเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และอิสราเอล ออกมาแสดงท่าทีชัดเจนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองในอิหร่าน ซึ่งรัสเซียมองว่าอาจนำไปสู่หายนะครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง
แม้ว่าวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จะออกมาประณามการโจมตีของอิสราเอล แต่จนถึงขณะนี้เขายังไม่แสดงความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านโดยสหรัฐ โดยก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปูตินเพียงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสงบสติอารมณ์ พร้อมเสนอให้มอสโกทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาในประเด็นโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน
แหล่งข่าวอาวุโสเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน มีกำหนดส่งมอบจดหมายจากคาเมเนอีให้กับปูติน เพื่อร้องขอการสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัสเซีย
แหล่งข่าวฝั่งอิหร่านระบุด้วยว่า อิหร่านไม่พึงพอใจกับระดับการสนับสนุนจากรัสเซียในช่วงที่ผ่านมา และต้องการให้ปูตินดำเนินการมากกว่านี้เพื่อช่วยเหลืออิหร่านในการเผชิญหน้ากับอิสราเอลและสหรัฐ อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าอิหร่านต้องการความช่วยเหลือในรูปแบบใดเป็นพิเศษ
ด้านรัสเซียยืนยันว่าปูตินจะเข้าพบอารักชี แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นที่จะหารือ
สำนักข่าว TASS ของรัสเซีย อ้างคำพูดของอารักชีว่า อิหร่านและรัสเซียกำลังประสานจุดยืนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ที่ผ่านมา ปูตินเสนอจะเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านมาโดยตลอด และยืนยันว่ารัสเซียได้ถ่ายทอดข้อเสนอแนวทางแก้ไขความขัดแย้งให้ทั้งสองฝ่ายรับทราบ พร้อมทั้งรับประกันว่าอิหร่านยังสามารถเข้าถึงพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติได้ต่อไป
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำรัสเซียยังปฏิเสธแสดงความเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อิสราเอลและสหรัฐ อาจสังหารคาเมเนอี
ปูตินกล่าวด้วยว่าอิสราเอลได้ให้คำมั่นกับมอสโกว่าจะไม่ทำอันตรายต่อผู้เชี่ยวชาญชาวรัสเซียที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีก 2 เครื่องในโรงไฟฟ้าบูเชอร์ของอิหร่าน ในกรณีที่มีการโจมตีทางอากาศ
ขณะที่รัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของอิหร่านมาอย่างยาวนาน มีบทบาทสำคัญในการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก ในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และหนึ่งในประเทศที่ลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับเดิม ซึ่งทรัมป์ถอนตัวออกไปเมื่อปี 2561 ระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรก
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ปูตินซึ่งกองทัพของเขายังอยู่ในสงครามยืดเยื้อในยูเครนเข้าสู่ปีที่ 4 ยังคงแสดงท่าทีระมัดระวัง ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับสหรัฐ ในประเด็นอิหร่านในช่วงเวลาที่ทรัมป์เองกำลังแสดงท่าทีว่าต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย
อ้างอิง : www.reuters.com