ตร.ทางหลวง เปิดปฏิบัติการ Fast Fraud Furious ล่า Young Mastermind
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 15.40 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 15.40 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(8พ.ค.68) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. , พ.ต.ท.กฤตย์ ธีรเวศย์สุวรรณ สวญ.ส.ทล.2 กก.2 บก.ทล. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงใน สังกัด กก.2 บก.ทล. เปิดปฏิบัติการจับกุม Fast Fraud Furious ล่า Young Mastermind ขบวนการใช้อุบายติดต่อหาเช่ารถจากบริษัทนิติบุคคลต่าง ๆ
โดยจับกุมผู้ต้องหา รวมทั้งสิ้นจำนวน 4 ราย ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย” โดยแต่ละคนมีหน้าที่ ดังนี้
1.นายแจ็ค ทำหน้าที่ติดต่อใช้อุบายขอเช่ารถจากบริษัทต่างๆ และได้เป็น Master Mind ของขบวนการลักทรัพย์กลอุบาย
2.น.ส.เอ (นามสมมติ) ทำหน้าที่ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ สร้างความน่าเชื่อถือเป็นบริษัทนิติบุคคล มอบอำนาจเพื่อทำสัญญาเช่ารถ และรับมอบรถยนต์
3.น.ส.บี (นามสมมติ) ทำหน้าที่ เป็นผู้รับมอบอำนาจจากนิติบุคคล และทำนิติกรรมสัญญาขอเช่ารถจากผู้เสียหาย และรับมอบรถยนต์
4.น.ส.ซี (นามสมมติ)นวรัตน์ (สงวนนามสกุล) ทำหน้าที่ เป็นผู้ชำระเงินค่าเช่ารถล่วงหน้าให้ผู้เสียหาย(ฝากเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยรับเงินสดจากผู้ต้องหาหมายเลข 1 (นายภัทรจารินทร์ฯ หรือนายยิ้ม)
สืบเนื่องจากปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาหลังจากมีการแถลงข่าวของ กก.2 บก.ทล.ทลายขบวนการฟอกขาวรถยนต์ ก็ได้มีผู้เสียหายเป็นเจ้าของบริษัทรถเช่าแห่งหนึ่งใน กทม.แจ้งว่าตนเองได้เห็นการแถลงข่าวของจนท.แล้วเชื่อว่า จนท.ตำรวจทางหลวงน่าจะช่วยตนเองจากแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้ ผู้เสียหายแจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.68 ได้มี นายแจ็ค ได้ติดเข้ามาหาผู้เสียหายและได้อ้างว่าตนเป็นพนักงานของ นิติบุคคลแห่งหนึ่ง ย่านลำผักชี และได้ใช้อุบายอ้างกับผู้เสียหายว่า ทางนิติบุคคลดังกล่าวต้องการที่จะเช่ารถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก จำนวน 6 คัน โดยเช่าเป็นระยะเวลา 5 ปี และตกลงค่าเช่ากันที่เดือนละ 19,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และต้องชำระเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน
นอกจากนี้ยังได้มีการพาผู้เสียหายเข้าไปดูที่ตั้งและสถานที่ประกอบการของนิติบุคคลดังกล่าว โดยแอบอ้างว่าเป็นบริษัทที่กระทำการเกี่ยวกับการชำแหละเนื้อสัตว์ปีกและต้องการใช้รถกระบะเป็นยานพาหนะในการขนย้ายและส่งสินค้าไปยังผู้ประกอบการต่าง ๆ โดยบริษัทดังกล่าวได้ตั้งอยู่ที่พื้นที่ สน.ลำผักชี โดยมีนางสาวซี แสดงตนเป็นผู้รับมอบอำนาจจากนิติบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ทำสัญญาเช่า และชำระค่าเช่ารถทั้ง 6 คันล่วงหน้า
จนวันที่ 27 ม.ค.68 ได้มีการนัดส่งมอบ รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก (รถกระบะ) จำนวน 6 คัน กันที่โรงงานของบริษัทดังกล่าวที่อ้าง ต่อมาวันที่ 29 ม.ค.68 ทางผู้เสียหายได้ตรวจสอบระบบนำทาง (GPS) ของรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก จำนวน 6 คัน พบว่า ได้มีการถอดระบบนำทาง (GPS) ของรถยนต์ ทั้ง 6 คัน ออกทันทีหลังรับมอบรถยนต์ และเมื่อผู้เสียหายติดต่อไปยังนิติบุคคลดังกล่าวก็บ่ายเบี่ยงและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายจึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือจาก จนท.ตำรวจทางหลวงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสืบสวนของ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.2 บก.ทล. ยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้มีการใช้อุบายในการหลอกลวงเช่ารถยนต์ โดยมีลักษณะแผนประทุษกรรม รูปแบบเดียวกัน หลอกลวงผู้เสียหายอีก 4 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 24 คัน ในพื้นที่ สน.ลำผักชีเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 คัน สน.ทองหล่อ จำนวน 4 คัน สน.พหลโยธิน จำนวน 2 คัน และ พื้นที่ สน.มักกะสัน จำนวน 10 คัน แต่ในส่วนของพื้นที่ สน.มักกะสัน จำนวน 10 คัน เจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.2 บก.ทล. ได้สืบสวนจนทราบว่าได้มีการหลอกลวงและยังไม่มีการส่งมอบ จึงได้มีการติดต่อผู้เสียหาย และยับยั้งความเสียหายไว้ได้ทันท่วงที
ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและมีมูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้ทำการใช้กลอุบายในการลักทรัพย์ไปทั้งสิ้น 24 คัน ซึ่งสามารถลักทรัพย์สำเร็จไปทั้งสิ้น 14 คัน ในส่วนที่เหลืออีก 10 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ทล. สามารถเข้าแจ้งเตือนต่อผู้เสียหายที่กำลังจะส่งมอบได้ทันเวลา จึงสามารถยับยั้งได้ทันเวลา
สำหรับกลุ่มคนร้ายลักทรัพย์โดยใช้กลอุบายหลอกเช่ารถจากบริษัทต่าง ๆ จำนวน 4 บริษัท ได้รถไปรวม 14 คัน ยังไม่ได้ไปรวม 10 คัน มูลค่าความเสียหายประมาณ 12 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามตำรวจสอบสวนกลางเตือนภัยประชาชน ให้ระวังป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้าง ดังนี้
1.ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของนิติบุคคล (ผู้เช่า) และสถานะทางการเงิน
2.ควรพบเจอกับผู้บริหารหรือกรรมการผู้มีอำนาจด้วยตนเอง
3.หลีกเลี่ยงการทำสัญญา (นิติกรรม) ด้วยวิธีการที่ไม่พบเจอตัวจริง(ส่งเอกสารไปกลับ)
4.หากมีพฤติการณ์เชื่อได้ว่ารถของท่านจะถูกโจรกรรม ให้รีบโทรแจ้งสายด่วน ตำรวจทางหลวง 1193 เพื่อสกัดจับได้ทันท่วงที เช่น ( ถอดระบบนำทาง (GPS) ,ขาดการติดต่อ, ฯลฯ)
ข่าวเวิร์คพอยท์23