เตรียมรับมือเหตุปะทะชายแดน!! ผู้ว่าฯ เรียกประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง จ.สระแก้ว
สระแก้ว – เตรียมรับมือกรณีเหตุปะทะชายแดน ผู้ว่าฯ สระแก้ว เรียกประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ดูแลความปลอดภัยประชาชน กรณีเกิดเหตุสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 6 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุทหารไทยยิงปะทะกับทหารกัมพูชา ที่บริเวณชายแดนช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประจำด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องเพิ่มมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังเหตุลุกลามบานปลาย โดยล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายปกครองจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สระแก้ว ร่วมตัวกันเพื่อเตรียมความพร้อมการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง กรณีเกิดสถานการณ์รุนแรง ที่สนามกีฬาหน้าที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
ทั้งนี้ ภายหลัง นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมร่วมกันพิจารณาคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง จ.สระแก้ว ปี 2568 พร้อมดำเนินแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในภาวะไม่ปกติ หรือการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง จ.สระแก้ว โดยตัวแทนจากหน่วยทหารกองกำลังบูรพา ยืนยันว่า ทหารมีความพร้อมตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 14.45 น. ผู้แทนจากกองกำลังบูรพา มณฑลทหารบกที่ 19 ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสระแก้ว สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว นายอำเภอชายแดน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อส. เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 อำเภอชายแดน จำนวนกว่า 876 คน ได้รวมตัวกันที่สนามกีฬาหน้าที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ เพื่อซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ หลังนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ประธานในพิธีมาถึง ได้ขึ้นแทนรับการเคารพ และรายงานยอดกำลังพล โดยมี นายสุเทพ ชัยวัฒน์ ปลัดจังหวัดสระแก้ว รายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ซึ่งนายปริญญา ได้มอบนโยบายและกำชับแนวทางปฏิบัติงาน และการเตรียมความพร้อมแผนรักษาความมั่นคงชายแดนและพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงและแจ้งข้อมูลภารกิจที่เกี่ยวข้อง ตรวจแถวและทักทายให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
โดย นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวมอบนโยบายและกำชับแนวทางการปฏิบัติงาน และการเตรียมความพร้อมแผนรักษาความมั่นคงชายแดนและพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังระบุว่า เหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาบริเวณชายแดนช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ซึ่งส่งผลให้ด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และพื้นที่อื่น ๆ ต้องเพิ่มมาตรการป้องกันและระมัดระวังเหตุลุกลามมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ในการดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ให้มีความมั่นคงปลอดภัย จึงได้กำหนดเพื่อซักซ้อมการปฏิบัติร่วมกัน โดยให้ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ดำเนินการ ดังนี้
1. ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยประเมินสถานการณ์ จำนวนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ชี้แจงแผนอพยพประชาชน กำหนดจุดรวมพล และจุดพักพิงในพื้นที่ปลอดภัย ตลอดจนการดูแลประชาชนในจุดพักพิง ให้ทุกขั้นตอนปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปรับปรุงแผนเผชิญเหตุ และกำหนดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เตรียมกำลังพลให้มีความพร้อมปฏิบัติการดูแลความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนสนับสนุนหน่วยทหารในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ,2. ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เตรียมความพร้อมกำลังพล เพื่อปฏิบัติงานในยามฉุกเฉิน ตรวจสอบพื้นที่ล่อแหลม สนับสนุนการเฝ้าตรวจและจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน หากเกิดภาวะไม่ปกติ ให้ปฏิบัติตามแนวทางในแผนรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง
และ 3. ประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์ และแจ้งข่าวสารทางราชการให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องทางสื่อต่างๆ รวมทั้งหอกระจายข่าว เพื่อประชาสัมพันธ์ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกและสามารถปฏิบัติตนได้เมื่อเกิดสถานการณ์ ,4. เตรียมความพร้อมเรื่องบังเกอร์ หลุมหลบภัย โดยประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการปรับปรุง ทำความสะอาด ให้มีความพร้อมสำหรับใช้งานตลอดเวลา ,5. ให้อำเภอจัดทำแผนอพยพประชาชนและซักซ้อมแผนฯ ร่วมกับส่วนราชการในท้องที่ เพื่อให้พร้อมปฏิบัติตามแผนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และ 6. กรณีเกิดสถานการณ์ความไม่สงบอันส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ให้รายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ตามลำดับชั้น โดยทันที
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเรียกประชุมเตรียมความพร้อมฯ ดังกล่าว สอดคล้องกับสถานการณ์แนวชายแดนไทยกัมพูชาที่ส่อเค้าบานปลาย ซึ่งเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับภาษาอังกฤษ ของกัมพูชาได้รายงานข่าวล่าสุดว่า พลเอกฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า รัฐบาลกัมพูชา จะไม่นำ 4 พื้นที่อ้างสิทธิ์ คือ ช่องบก, ปราสาทตาเมือนธม,ปราสาทตาเมือนโต๊ด และ ปราสาทตาเมือนควาย เข้าเจรจาทวิภาคีกับฝ่ายไทย ในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาใด ๆ ได้ ทางรัฐบาลกัมพูชาจะขอนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลโลก (ICJ) เพื่อชี้ขาดข้อพิพาท เท่านั้น
กระทั่ง ล่าสุด กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองได้มีหนังสือด่วนที่สุด ลงนามโดย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดนทั้ง 7 จังหวัด คือ จันทบุรี,อุบลราชธานี,ศรีสะเกษ,สุรินทร์,บุรีรัมย์ และ สระแก้ว ให้เตรียมพร้อมแผนอพยพประชาชน หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ,กำหนดจุดรวมพล, จุดพักพิงชั่วคราวที่ปลอดภัย, การดูแลประชาชนในจุดพักพิง, การเตรียมกำลังพลให้พร้อมในการปฏิบัติงาน และให้ความร่วมมือกับหน่วยทหารในพื้นที่ กระทั่ง มีการระดมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อส. และหน่วยงานฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบนโยบายและเตรียมความพร้อมแผนรักษาความมั่นคงชายแดนและพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง จ.สระแก้ว ในวันนี้
—————————–