นักวิทย์พบไวรัสใต้ชั้นเยือกแข็ง อายุ 48,500 ปี ยังแพร่เชื้อได้
นักวิทย์เคยพบ ไวรัสใต้ชั้นเยือกแข็งไซบีเรีย อายุ 48,500 ปี ที่ยังสามารถแพร่เชื้อได้
ผืนดินธรรมชาติของทางตอนเหนือของโลกมีสภาพเป็นดินเยือกแข็งและเป็นน้ำแข็งตลอดกาล หรือที่เราเรียกว่า Permafrost ซึ่งไม่ได้มีแค่ดิน มันจะประกอบไปด้วยชั้นของวัตถุต่างๆ อย่างชั้นของวัตถุอินทรีย์เช่น พืช และสัตว์แช่แข็งจากยุคดึกดำบรรพ์อยู่
อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นได้ทำให้ ชั้นดินเยือกแข็ง หรือ Permafrost ละลายอย่างรวดเร็ว และทำให้ไวรัสที่อยู่มากว่าหลายล้ายปีใต้ชั้นดินเยือกแข็งนั้นออกมาปนเปื้อนกับสิ่งมีชีวิต ทำให้สัตว์ พืช หรือแม้แต่มนุษย์อาจได้รับอันตรายจากเชื้อไวรัสนี้
นอกจากไวรัสแล้ว ซากสัตว์ที่เคยสูญพันธ์ไปแล้วอาจโผล่ออกมาอีก อย่างในอดีต นักวิทยาศาสตร์ก็เคยพบซากลูกสิงโตถ้ำ 2 ตัวและแรดดึกดำบรรพ์ 1 ตัว
Jean-Michel Claverie ศาสตราจารย์ด้านการแพทย์และพันธุศาสตร์ที่ Aix-Marseille University School of Medicine ในเมือง Marseille ประเทศฝรั่งเศส เคยทดสอบตัวอย่างดินที่นำมาจากชั้นดินเยือกแข็งหรือ Permafrost ในไซบีเรีย เพื่อดูว่ามีอนุภาคของไวรัสหรือในนั้นที่ยังสามารถแพร่เชื้อได้หรือไม่ หรือที่เขาเรียกมันว่า "ไวรัสซอมบี้" ซึ่งผลสรุปคือ เขาก็เจอไวรัสนี้จริง
ในปี 2014 เขารื้อฟื้นไวรัสจาก Permafrost ทำให้มันกลับมาติดเชื้อได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30,000 ปีด้วยการใส่เข้าไปในเซลล์เพาะเลี้ยง แต่ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะได้ไวรัสนั้นมา เพราะเพื่อความปลอดภัย เขาเลือกที่จะศึกษาไวรัสที่สามารถกำหนดเป้าหมายแพร่เชื้อในสัตว์เซลล์เดียว ไม่ใช่สัตว์หรือมนุษย์
หลังจากนั้นเขาก็ศึกษาอีกเรื่อย ๆ เขาพบไวรัสที่มีอายุแก่ที่สุด 48,500 ปี มาจากตัวอย่างของทะเลสาบใต้ดินลึก 16 เมตร และก็เจอไวรัสที่กระเพาะและขนของแรดดึกดำบรรพ์ที่มีอายุ 27,000 ปี ทั้งหมดนี้สรุปได้ว่าไวรัสที่แพร่เชื้อในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวนั้นยังคงแพร่ระบาดได้หลังจากผ่านไปนาน นั่นอาจแสดงว่า ใต้ชั้นเยือกแข็งก็จะมีไวรัสชนิดอื่น ๆ อีกที่ยังสามารถแพร่เชื้ออีกก็เป็นได้
ในปี 2012 นักวิทยาศาสตร์ก็เคยพบ ซากมัมมี่อายุ 300 ปีของผู้หญิงที่ถูกฝังในไซบีเรียมีที่ยังคงมียีนไวรัสของไข้ทรพิษอยู่ และในปี 2016 ก็เคยมีการระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในไซบีเรียที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์หลายสิบคนและกวางเรนเดียร์มากกว่า 2,000 ตัวมาแล้ว ซึ่งโรคนี้เชื่อมโยงกับการละลายของชั้นดิน Permafrost ในหน้าร้อนที่ทำให้สปอร์เก่าของ Bacillus anthracis ฟื้นคืนชีพจากพื้นที่ฝังศพเก่าหรือ ซากสัตว์
Birgitta Evengård ศาสตราจารย์แห่งภาควิชาจุลชีววิทยาคลินิกแห่งมหาวิทยาลัย Umea ในสวีเดน กล่าวว่า ควรมีการเฝ้าระวังความเสี่ยงที่เกิดจากเชื้อโรคที่อาจเกิดขึ้นหลังจากน้ำแข็งละลายน้ำแข็งได้ดีกว่านี้ แต่เตือนว่าไม่ควรทำให้คนตื่นตระหนก
Evengård เผยว่า “มันถูกต้องแล้วที่จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และหาวิธีป้องกัน ไม่ใช่แค่วิธีตอบโต้ แต่สิ่งที่จะต่อสู้กับความกลัวเหล่านี้ได้ดีที่สุดคือความรู้”
นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่าไวรัสเหล่านี้จะสามารถแพร่เชื้อได้นานแค่ไหนเมื่อฟื้นคืนชีพกลับมาเจอกับสภาวะของโลกในปัจจุบัน หรือจะมีโอกาสหรือไม่ที่ไวรัสจะพบกับโฮสต์ที่เหมาะสม แต่ก็อย่าลืมว่า ไม่ใช่ไวรัสทุกตัวที่เป็นเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคได้ บางชนิดไม่เป็นพิษเป็นภัยหรือแม้กระทั่งเป็นประโยชน์ต่อโฮสต์ของพวกเขาด้วยซ้ำ และแม้ว่าอาร์กติกจะมีประชากรอาศัยอยู่ 3.6 ล้านคน แต่ก็ไม่อัดแน่น และอยู่กระจัดกระจายทำให้ความเสี่ยงที่ไวรัสจะแพร่มาสู่มนุษย์นั้นต่ำมาก
ถึงกระนั้น "ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในสถานการณ์ภาวะโลกร้อน" Claverie กล่าว "Permafrost จะละลายมากขึ้น และอุตสาหกรรมที่เข้ามาอยู่ในแถบอาร์กติกมากขึ้นจะทำให้พื้นที่นั้นมีประชากรหนาแน่นขึ้น"
ที่มา
CNN: Scientists have revived a ‘zombie’ virus that spent 48,500 years frozen in permafrost