โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทย์พบไวรัสใต้ชั้นเยือกแข็ง อายุ 48,500 ปี ยังแพร่เชื้อได้

Environman

เผยแพร่ 11 มี.ค. 2566 เวลา 13.00 น.

นักวิทย์เคยพบ ไวรัสใต้ชั้นเยือกแข็งไซบีเรีย อายุ 48,500 ปี ที่ยังสามารถแพร่เชื้อได้

ผืนดินธรรมชาติของทางตอนเหนือของโลกมีสภาพเป็นดินเยือกแข็งและเป็นน้ำแข็งตลอดกาล หรือที่เราเรียกว่า Permafrost ซึ่งไม่ได้มีแค่ดิน มันจะประกอบไปด้วยชั้นของวัตถุต่างๆ อย่างชั้นของวัตถุอินทรีย์เช่น พืช และสัตว์แช่แข็งจากยุคดึกดำบรรพ์อยู่

อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นได้ทำให้ ชั้นดินเยือกแข็ง หรือ Permafrost ละลายอย่างรวดเร็ว และทำให้ไวรัสที่อยู่มากว่าหลายล้ายปีใต้ชั้นดินเยือกแข็งนั้นออกมาปนเปื้อนกับสิ่งมีชีวิต ทำให้สัตว์ พืช หรือแม้แต่มนุษย์อาจได้รับอันตรายจากเชื้อไวรัสนี้

นอกจากไวรัสแล้ว ซากสัตว์ที่เคยสูญพันธ์ไปแล้วอาจโผล่ออกมาอีก อย่างในอดีต นักวิทยาศาสตร์ก็เคยพบซากลูกสิงโตถ้ำ 2 ตัวและแรดดึกดำบรรพ์ 1 ตัว

Jean-Michel Claverie ศาสตราจารย์ด้านการแพทย์และพันธุศาสตร์ที่ Aix-Marseille University School of Medicine ในเมือง Marseille ประเทศฝรั่งเศส เคยทดสอบตัวอย่างดินที่นำมาจากชั้นดินเยือกแข็งหรือ Permafrost ในไซบีเรีย เพื่อดูว่ามีอนุภาคของไวรัสหรือในนั้นที่ยังสามารถแพร่เชื้อได้หรือไม่ หรือที่เขาเรียกมันว่า "ไวรัสซอมบี้" ซึ่งผลสรุปคือ เขาก็เจอไวรัสนี้จริง

ในปี 2014 เขารื้อฟื้นไวรัสจาก Permafrost ทำให้มันกลับมาติดเชื้อได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30,000 ปีด้วยการใส่เข้าไปในเซลล์เพาะเลี้ยง แต่ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะได้ไวรัสนั้นมา เพราะเพื่อความปลอดภัย เขาเลือกที่จะศึกษาไวรัสที่สามารถกำหนดเป้าหมายแพร่เชื้อในสัตว์เซลล์เดียว ไม่ใช่สัตว์หรือมนุษย์

หลังจากนั้นเขาก็ศึกษาอีกเรื่อย ๆ เขาพบไวรัสที่มีอายุแก่ที่สุด 48,500 ปี มาจากตัวอย่างของทะเลสาบใต้ดินลึก 16 เมตร และก็เจอไวรัสที่กระเพาะและขนของแรดดึกดำบรรพ์ที่มีอายุ 27,000 ปี ทั้งหมดนี้สรุปได้ว่าไวรัสที่แพร่เชื้อในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวนั้นยังคงแพร่ระบาดได้หลังจากผ่านไปนาน นั่นอาจแสดงว่า ใต้ชั้นเยือกแข็งก็จะมีไวรัสชนิดอื่น ๆ อีกที่ยังสามารถแพร่เชื้ออีกก็เป็นได้

ในปี 2012 นักวิทยาศาสตร์ก็เคยพบ ซากมัมมี่อายุ 300 ปีของผู้หญิงที่ถูกฝังในไซบีเรียมีที่ยังคงมียีนไวรัสของไข้ทรพิษอยู่ และในปี 2016 ก็เคยมีการระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในไซบีเรียที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์หลายสิบคนและกวางเรนเดียร์มากกว่า 2,000 ตัวมาแล้ว ซึ่งโรคนี้เชื่อมโยงกับการละลายของชั้นดิน Permafrost ในหน้าร้อนที่ทำให้สปอร์เก่าของ Bacillus anthracis ฟื้นคืนชีพจากพื้นที่ฝังศพเก่าหรือ ซากสัตว์

Birgitta Evengård ศาสตราจารย์แห่งภาควิชาจุลชีววิทยาคลินิกแห่งมหาวิทยาลัย Umea ในสวีเดน กล่าวว่า ควรมีการเฝ้าระวังความเสี่ยงที่เกิดจากเชื้อโรคที่อาจเกิดขึ้นหลังจากน้ำแข็งละลายน้ำแข็งได้ดีกว่านี้ แต่เตือนว่าไม่ควรทำให้คนตื่นตระหนก

Evengård เผยว่า “มันถูกต้องแล้วที่จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และหาวิธีป้องกัน ไม่ใช่แค่วิธีตอบโต้ แต่สิ่งที่จะต่อสู้กับความกลัวเหล่านี้ได้ดีที่สุดคือความรู้”

นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่าไวรัสเหล่านี้จะสามารถแพร่เชื้อได้นานแค่ไหนเมื่อฟื้นคืนชีพกลับมาเจอกับสภาวะของโลกในปัจจุบัน หรือจะมีโอกาสหรือไม่ที่ไวรัสจะพบกับโฮสต์ที่เหมาะสม แต่ก็อย่าลืมว่า ไม่ใช่ไวรัสทุกตัวที่เป็นเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคได้ บางชนิดไม่เป็นพิษเป็นภัยหรือแม้กระทั่งเป็นประโยชน์ต่อโฮสต์ของพวกเขาด้วยซ้ำ และแม้ว่าอาร์กติกจะมีประชากรอาศัยอยู่ 3.6 ล้านคน แต่ก็ไม่อัดแน่น และอยู่กระจัดกระจายทำให้ความเสี่ยงที่ไวรัสจะแพร่มาสู่มนุษย์นั้นต่ำมาก

ถึงกระนั้น "ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในสถานการณ์ภาวะโลกร้อน" Claverie กล่าว "Permafrost จะละลายมากขึ้น และอุตสาหกรรมที่เข้ามาอยู่ในแถบอาร์กติกมากขึ้นจะทำให้พื้นที่นั้นมีประชากรหนาแน่นขึ้น"

ที่มา

CNN: Scientists have revived a ‘zombie’ virus that spent 48,500 years frozen in permafrost

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...